คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2559
ฎีกาที่ 3836/2559
หลักกฎหมาย
โจทก์เป็นเจ้าของสนามบิน โจทก์ทำสัญญาให้เช่าสนามบินระยะยาวกับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์พร้อมกับสัญญาอื่น ๆ อีก 4 ฉบับ คือ สัญญาเช่าช่วงที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สัญญาให้บริการระบบ สัญญาตกลงกระทำการ หนังสือสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนองในวันเดียวกัน เพื่อระดมเงินผ่านกองทุนรวมฯ เมื่อพิจารณาหนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุนที่ระบุว่ามีวัตถุประสงค์หลักในการนำเงินที่ได้จากการระดมเงินทุนจากผู้ลงทุนไปซื้อ เช่าและหรือ เช่าช่วงอสังหาริมทรัพย์ และจัดหาผลประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวโดยการให้เช่า ให้เช่าช่วง โอน และ/หรือจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ที่กองทุนรวมฯ ได้ลงทุน โดยกองทุนรวมฯ จะทำการลงทุนในสิทธิการเช่าระยะยาวในทรัพย์สินที่เช่าจากโจทก์ ได้แก่ ที่ดิน ทางวิ่ง และลานจอดเครื่องบิน และสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินที่เช่า ซึ่งปัจจุบันใช้ดำเนินการสนามบินสมุย โดยเข้าทำสัญญาเช่าระยะยาวและสัญญาตกลงกระทำการกับบางกอกแอร์เวย์ส ในขณะเดียวกันกองทุนรวมฯ ประสงค์ที่จะจัดหาผลประโยชน์โดยนำทรัพย์สินที่เช่านั้นออกให้โจทก์เช่าช่วงกลับไป และนโยบายการลงทุนครั้งแรกที่กองทุนรวมฯ ประกาศชี้ชวนผู้ลงทุนทั่วไปนั้นปรากฏข้อความชัดเจนว่า กองทุนรวมฯ จะทำการลงทุนในสิทธิการเช่าระยะยาวในทรัพย์สินที่เช่าจากโจทก์ อีกทั้งเป็นกองทุนรวมฯ ประเภทไม่รับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่มุ่งลงทุนโดยการเช่าอสังหาริมทรัพย์ จึงไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุน คงมีเพียงสิทธิในการนำอสังหาริมทรัพย์นั้นไปหาผลตอบแทนในช่วงระยะเวลาของสัญญาเช่าที่กองทุนรวมฯ ได้ตกลงไว้กับโจทก์ การที่กองทุนรวมฯ ทำสัญญาทั้งห้าฉบับกับโจทก์ จึงเป็นไปเพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุนที่ซื้อหน่วยลงทุนว่า กองทุนรวมฯ จะนำเงินไปลงทุนในสิทธิการเช่าสนามบินสมุย โดยผู้ลงทุนจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการที่กองทุนรวมฯ นำทรัพย์สินที่เช่านั้นออกให้โจทก์เช่าช่วงกลับไป รวมทั้งได้รับประโยชน์ตอบแทนจากสัญญาให้บริการระบบรวมกันมีจำนวนเท่ากับร้อยละ 6 ของจำนวนเงินทุนของโครงการ ณ วันที่จดทะเบียนจัดตั้งกองทุนรวมฯ ดังที่ปรากฏในหนังสือชี้ชวน นอกจากนี้ตามสัญญาเช่าระยะยาว ยังระบุความประสงค์ของโจทก์ไว้ชัดเจน อันมีลักษณะเป็นสัญญาเช่าทรัพย์ที่ผู้ให้เช่าตกลงให้ผู้เช่าได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้นตาม ป.พ.พ.มาตรา 537 ไม่อาจแปลความสัญญาเช่าระยะยาวดังกล่าวเป็นการกู้เงิน หรือเป็นสัญญาเช่าที่มิใช่สัญญาเช่าปกติทั่วไปได้ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของสนามบินสมุยได้นำสนามบินสมุยออกให้กองทุนรวมฯ เช่าตามสัญญาเช่าระยะยาว เป็นกรณีที่ทรัพย์สินนั้นมีการนำออกให้เช่า พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดินฯ มาตรา 8 วรรคสาม บัญญัติให้ถือว่าค่าเช่านั้นเป็นค่ารายปี จำเลยนำค่าเช่าตามสัญญาเช่าระยะยาวมาคำนวณเป็นค่ารายปีและคิดเป็นภาษีโรงเรือนและที่ดิน จึงชอบแล้ว
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินตามใบแจ้งรายการประเมินสำหรับปีภาษี 2550 (เพิ่มเติม) เล่มที่ 4/54 เลขที่ 3 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 ปีภาษี 2551 (เพิ่มเติม) เล่มที่ 4/54 เลขที่ 4 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 และใบแนบหนังสือใบแจ้งรายการประเมิน โดยให้ลดค่ารายปีและค่าภาษีส่วนที่ประเมินเพิ่มเติมลงทั้งหมด ให้เพิกถอนการประเมินบางส่วนตามใบแจ้งรายการประเมินสำหรับปีภาษี 2552 เล่มที่ 4/54 เลขที่ 5 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 และใบแนบหนังสือใบแจ้งรายการประเมิน โดยให้ลดค่ารายปีลง 300,048,640 บาท คงเหลือค่ารายปี 9,951,360 บาท และให้ลดค่าภาษีลงเหลือ 1,243,920 บาท ให้เพิกถอนการประเมินบางส่วนตามใบแจ้งรายการประเมินสำหรับปีภาษี 2553 เล่มที่ 4/54 เลขที่ 6 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 และใบแนบหนังสือใบแจ้งรายการประเมิน โดยให้ลดค่ารายปีลง 299,053,504 บาท คงเหลือค่ารายปี 10,946,496 บาท และให้ลดค่าภาษีลงเหลือ 1,368,312 บาท ให้เพิกถอนคำชี้ขาดทั้งหมดตามใบแจ้งคำชี้ขาดเล่มที่ 1/54 เลขที่ 4 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2554 และใบแนบใบแจ้งคำชี้ขาดสำหรับปีภาษี 2550 โดยให้ลดค่ารายปีและค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินส่วนที่ประเมินเพิ่มเติมลงทั้งหมด ให้เพิกถอนคำชี้ขาดทั้งหมดตามใบแจ้งคำชี้ขาดเล่มที่ 1/54 เลขที่ 5 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2554 และใบแนบใบแจ้งคำชี้ขาดสำหรับปีภาษี 2551 โดยลดค่ารายปีและค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินส่วนที่ประเมินเพิ่มเติมลงทั้งหมด ให้เพิกถอนคำชี้ขาดบางส่วนตามใบแจ้งคำชี้ขาดเล่มที่ 1/54 เลขที่ 6 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2554 และใบแนบใบแจ้งคำชี้ขาดสำหรับปีภาษี 2552 โดยลดค่ารายปีลงคงเหลือ 9,951,360 บาท ลดค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินลงคงเหลือ 1,243,920 บาท ให้เพิกถอนคำชี้ขาดบางส่วนตามใบแจ้งคำชี้ขาดเล่มที่ 1/54 เลขที่ 8 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2554 และใบแนบใบแจ้งคำชี้ขาดสำหรับปีภาษี 2553 โดยลดค่ารายปีลงคงเหลือ 10,946,496 บาท ให้ลดค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินลงคงเหลือ 1,368,312 บาท ให้จำเลยคืนเงินภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับปีภาษี 2550 จำนวน 3,954,954.12 บาท ปีภาษี 2551 จำนวน 37,619,158 บาท ปีภาษี 2552 จำนวน 37,506,080 บาท ปีภาษี 2553 จำนวน 37,381,688 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่โจทก์ชำระค่าภาษีตามการประเมินจนถึงวันที่จำเลยคืนเงินให้แก่โจทก์ครบถ้วน จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินทั้งหมดตามใบแจ้งรายการประเมินสำหรับปีภาษี 2550 (เพิ่มเติม) เล่มที่ 4/54 เลขที่ 3 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 ใบแนบหนังสือใบแจ้งรายการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินโดยให้ลดค่ารายปีส่วนที่ประเมินเพิ่มเติม 31,639,632.96 บาท ทั้งหมด และลดค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินในส่วนที่ประเมินเพิ่มเติมลงทั้งหมด คิดเป็นภาษีโรงเรือนและที่ดินลดลงทั้งสิ้น 3,954,954.12 บาท เพิกถอนการประเมินทั้งหมดตามใบแจ้งรายการประเมินปีภาษี 2551 (เพิ่มเติม) เล่ม 4/54 เลขที่ 4 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 ใบแนบหนังสือใบแจ้งรายการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดิน โดยให้ลดค่ารายปีส่วนที่ประเมินเพิ่มเติม 300,953,264 บาท ลงทั้งหมด และให้ลดค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินในส่วนที่ประเมินเพิ่มเติมลงทั้งหมด คิดเป็นภาษีโรงเรือนและที่ดินลดลงทั้งสิ้น 37,619,158 บาท เพิกถอนการประเมินบางส่วนตามใบแจ้งรายการประเมินสำหรับปีภาษี 2552 เล่มที่ 4/54 เลขที่ 5 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 ใบแนบหนังสือใบแจ้งรายการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดิน โดยให้ลดค่ารายปีลง 300,048,640 บาท คงเหลือค่ารายปี 9,951,360 บาท และให้ลดค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินลง 37,506,080 บาท คงเหลือภาษีโรงเรือนและที่ดิน 1,243,920 บาท เพิกถอนการประเมินบางส่วนตามใบแจ้งรายการประเมินสำหรับปีภาษี 2553 เล่มที่ 4/54 เลขที่ 6 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 ใบแนบหนังสือใบแจ้งรายการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดิน โดยให้ลดค่ารายปีลง 299,053,504 บาท คงเหลือค่ารายปี 10,946,496 บาท และให้ลดค่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน 37,381,688 บาท คงเหลือภาษีโรงเรือนและที่ดิน 1,368,312 บาท เพิกถอนคำชี้ขาดทั้งหมดตามใบแจ้งคำชี้ขาดเล่มที่ 1/54 เลขที่ 4 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2554 และใบแนบใบแจ้งคำชี้ขาดการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับปีภาษี 2550 โดยให้ลดค่ารายปีส่วนที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยประเมินเพิ่มเติม 31,639,632.96 บาท ลงทั้งหมด และให้ลดค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินในส่วนที่ประเมินเพิ่มเติมลงทั้งหมด คิดเป็นภาษีโรงเรือนและที่ดินที่ลดลงทั้งสิ้น 3,954,954.12 บาท เพิกถอนคำชี้ขาดทั้งหมดตามใบแจ้งคำชี้ขาดเล่มที่ 1/54 เลขที่ 5 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2554 และใบแนบใบแจ้งคำชี้ขาดการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับปีภาษี 2551 โดยให้ลดค่ารายปีส่วนที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยประเมินเพิ่มเติม 300,953,264 บาท ลงทั้งหมด และให้ลดค่าภาษีโรงเรือ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง