ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2564

ฎีกาที่ 384/2564

หลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์มีสิทธิได้รับมรดกของ ส. ในส่วนที่ตกทอดได้แก่ ค. บิดาของโจทก์ และของ ห. แทนที่ ค. บิดาของโจทก์ซึ่งถึงแก่ความตายไปก่อน ห. เจ้ามรดก จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ห. จดทะเบียนโอนที่ดินทรัพย์มรดกของ ห. ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 จากนั้นจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 นำไปจดทะเบียนจำนองไว้กับจำเลยที่ 4 ขอให้เพิกถอนการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินทรัพย์มรดกของ ส. และของ ห. ระหว่างจำเลยทั้งสี่ และให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ห. จดทะเบียนโอนที่ดินมรดกของ ห. เฉพาะส่วนให้แก่โจทก์ กรณีจึงเป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องขอให้แบ่งที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของ ส. และของ ห. ให้แก่โจทก์ อันถือได้ว่าเป็นคดีมรดก หาใช่เป็นการฟ้องเรียกให้ผู้จัดการมรดกจัดการแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทของเจ้ามรดกตามหน้าที่ผู้จัดการมรดกแต่อย่างใด ทั้งเรื่องนี้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความมรดกแล้ว โจทก์ทำงานและพักอาศัยอยู่กรุงเทพมหานคร ไม่ได้มายุ่งเกี่ยวหรือครอบครองที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกของ ส. และของ ห. เลย จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองที่ดินทรัพย์มรดกของ ส. และของ ห. มาโดยตลอดนับแต่ ห. ถึงแก่ความตายโดยโจทก์และทายาทอื่นไม่เคยครอบครองหรือร่วมครอบครองทำประโยชน์ด้วย เมื่อ ห. ถึงแก่ความตายวันที่ 6 ธันวาคม 2532 โจทก์มาร่วมงานศพ ห. ถือได้ว่าโจทก์ได้รู้ถึงความตายของ ห. เจ้ามรดก แต่โจทก์มาฟ้องเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2556 จึงเกินกว่าหนึ่งปีนับแต่วันที่ ห. เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย คดีโจทก์จึงขาดอายุความมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคหนึ่ง ฉะนั้นสิทธิของโจทก์ที่จะฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 แบ่งทรัพย์มรดก จึงต้องห้ามมิให้ฟ้องตามมาตรา 1754 สิทธิในที่ดินทรัพย์มรดกของ ส. และของ ห. จึงเป็นทรัพย์มรดกตกทอดแก่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 โดยสมบูรณ์ แม้จำเลยที่ 1 จะยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดกของ ห. และศาลมีคำสั่งตั้งจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2550 ก็เป็นเวลาภายหลังจากที่ ห. เจ้ามรดกถึงแก่ความตายไปแล้วถึง 24 ปี นับจากที่โจทก์ฟ้องคดีนี้และเป็นเวลาภายหลังจากสิทธิของโจทก์ขาดอายุความมรดกไปแล้ว ทั้งการยื่นคำร้องขอจัดการมรดกของจำเลยที่ 1 สืบเนื่องมาจากการจัดการมรดกของ ห. มีเหตุขัดข้อง เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับทรัพย์มรดกไม่ยินยอมให้จัดการมรดก แจ้งว่าต้องมีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกไปแสดงเสียก่อน ซึ่งก็ปรากฏว่าต่อมาจำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนที่ดินทรัพย์มรดกของ ส. และของ ห. ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 แล้วจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 นำที่ดินดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองไว้กับจำเลยที่ 4 อันถือได้ว่าเป็นการดำเนินการเพื่อให้มีอำนาจเปลี่ยนแปลงหลักฐานทางทะเบียนเพื่อให้ได้สิทธิสมบูรณ์ในที่ดินทรัพย์มรดกเท่านั้น หาใช่เป็นการจัดการมรดกยังไม่เสร็จสิ้น และผู้จัดการมรดกครอบครองที่ดินมรดกไว้แทนทายาทอื่น

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 10327 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 10457 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน เพิกถอนนิติกรรม การจดทะเบียนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 13772 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ 1 ไร่ 3 งานเศษ เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 15996 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ 2 ไร่ 1 งานเศษ เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 20030 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ 1 งานเศษ เพิกถอนนิติกรรม การจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 22515 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ 1 งานเศษ เพิกถอนนิติกรรมการขายที่ดินโฉนดเลขที่ 10469 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ 4 ไร่ 1 งานเศษ เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 83 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ 30 ตารางวาเศษ เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 20025 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ 1 งาน 41 ตารางวา เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 12969 (ที่ถูก 12696) เนื้อที่ 2 งานเศษ เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 10327 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 13772 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ 1 ไร่ 3 งานเศษ เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 15996 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ 2 ไร่ 1 งานเศษ เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 22515 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ 1 ไร่ 1 งานเศษ เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 10469 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ 4 ไร่ 1 งานเศษ เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 83 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ 30 ตารางวาเศษ กับให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางไหมและนายวันจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 10327 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ จดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 10457 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน จดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 13772 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ 1 ไร่ 3 งานเศษ จดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 15996 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน จดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 20030 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ 1 งานเศษ จดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 22515 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ 1 งานเศษ จดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 10469 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ 4 ไร่ 1 งาน จดทะเบียนโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 83 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ 30 ตารางวาเศษ จดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 20025 เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ 1 งาน 41 ตารางวา และจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 12969 (ที่ถูก 12696) เฉพาะส่วนที่พิพาทเนื้อที่ 2 งานเศษ ให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสี่ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งในชั้นนี้เป็นยุติว่า นายสา อยู่กินฉันสามีภริยากับนางเสาร์ โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันมีบุตรด้วยกันรวม 4 คน คือ นางไหม นางตั้ว นายไคหรือใคร และนางสาวสุข โจทก์เป็นบุตรที่บิดารับรองแล้วของนายไคหรือใคร กับนางฉวี ส่วนจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นบุตรของนายบุดดี กับนางสาวสุข จำเลยที่ 4 เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ.2509 นางไหมเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายวัน เมื่อปี 2507 นายสาถึงแก่ความตาย ปี 2501 นางเสาร์ถึงแก่ความตาย ปี 2510 นางสาวสุขถึงแก่ความตาย วันที่ 1 มีนาคม 2523 นายไคหรือใครถึงแก่ความตาย วันที่ 6 ธันวาคม 2532 นางไหมถึงแก่ความตายและวันที่ 3 มกราคม 2539 นายวันถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนางไหมกับนายวัน ที่ดินโฉนดเลขที่ 10457, 10469 และ น.ส. 3. ก เลขที่ 83 เป็นทรัพย์มรดกของนายสา และที่ดินโฉนดเลขที่ 20030, 22515, 20025, 12696, 10327 เป็นทรัพย์มรดกของนางไหม ซึ่งตกทอดแก่ทายาทของนายสาและนางไหม ตามลำดับ นายไคหรือใคร เป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของนายสาและของนางไหม โจทก์เป็นบุตรของนายไคหรือใคร มีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกแทนที่นายไคหรือใคร ที่ดินโฉนดเลขที่ 13772, 15996 มีนายวันเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 20119 เป็นสินสมรสระหว่างนายวันกับนางไหม ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า มีเหตุเพิกถอนนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินโฉนดเลขที่ 10457, 10469 และ น.ส. 3 ก. เลขที่ 83 ทรัพย์มรดกของนายสา กับเพิกถอนนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินโฉนดเลขที่ 2003
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 384/2564 · ทนอย Thanoy