ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2565

ฎีกาที่ 3844/2565

หลักกฎหมาย

ความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและคงลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จำเลยฎีกาว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมายังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้องนั้น เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 5 อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว การที่จำเลยยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลฎีกาเพื่อให้รับฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อเท็จจริงนี้ไว้พิจารณา แล้วศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามคำร้องขออนุญาตยื่นฎีกาจำเลยดังกล่าวเสียเองจึงไม่ถูกต้อง ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีไม่ต้องห้ามฎีกาและมีคำสั่งตามคำร้องขอรับรองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงว่าส่งศาลฎีกานั้นเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรเพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเสียและมีคำสั่งเสียใหม่ให้ถูกต้องโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่ง แม้คำร้องของจำเลยในทำนองว่าฎีกาของจำเลยมีข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาอันสำคัญอันควรแก่การพิจารณาก็ตาม ก็ไม่มีบทกฎหมายใดให้อำนาจแก่ศาลฎีกาที่จะก้าวล่วงมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาได้ จึงให้ยกคำร้อง และเมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ยื่นคำขอให้ผู้พิพากษาคนใดซึ่งพิจารณาลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 5 อนุญาตให้ฎีกาหรืออัยการสูงสุดลงลายมือชื่อรับรองให้ฎีกา ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 221 ดังนั้นศาลฎีกาจึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้พิจารณา

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 309, 310, 313, 340, 340 ตรี, 364, 365 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 58,400 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1 และ 45,000 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 2 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคสอง, 310 วรรคแรก, 313 วรรคสอง, 340 วรรคสอง ประกอบมาตรา 340 ตรี, 365 (1) (2) ประกอบ 364 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานร่วมกันบุกรุกเคหสถาน โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธ โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป กับความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยแต่งเครื่องแบบทหาร โดยมีหรือใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยแต่งเครื่องแบบทหาร โดยมีหรือใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 18 ปี ฐานร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป โดยมีอาวุธหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น และเอาตัวบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีไป โดยใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้ได้มา ซึ่งค่าไถ่ อันเป็นการกระทำโดยทรมานหรือโดยทารุณโหดร้าย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำนั้น รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันเอาตัวบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีไป โดยใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ อันเป็นการกระทำโดยทรมานหรือโดยทารุณโหดร้าย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำนั้นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกตลอดชีวิต ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ฐานร่วมกันเอาตัวบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีไป โดยใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ อันเป็นการกระทำโดยทรมานหรือโดยทารุณโหดร้าย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำนั้นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 หนึ่งในสาม คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน ส่วนความผิดฐานอื่น ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กระทงละหนึ่งในสาม ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 4 เดือน ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 4 เดือน ฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยแต่งเครื่องแบบทหาร โดยมีหรือใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม จำคุก 12 ปี รวมจำคุก 45 ปี 12 เดือน และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 58,400 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1 และคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 45,000 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 2 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกัน ในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า ในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 12 นาฬิกา มีคนร้ายประมาณ 10 คน บุกรุกเข้าไปในบ้านไม่มีเลขที่ 2 หลัง ในกองบิน 416 ซึ่งเป็นเคหสถานของนายนิทัศน์ ผู้เสียหายที่ 1 และนางศรีวรรณ์ ผู้เสียหายที่ 2 โดยใช้อาวุธปืนข่มขู่ว่าจะประทุษร้ายผู้เสียหายทั้งสอง แล้วร่วมกันปล้นทรัพย์ของผู้เสียหายที่ 1 เป็นราคารวม 58,400 บาท และปล้นทรัพย์ของผู้เสียหายที่ 2 เป็นราคารวม 45,000 บาท โดยคนร้ายแต่งเครื่องแบบทหารหรือแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นทหาร หลังจากนั้นคนร้ายพาผู้เสียหายที่ 1 ไปที่บ้านร้างไม่มีเลขที่ แล้วคนร้ายร่วมกันทำร้ายและข่มขู่ว่าจะฆ่า ผู้เสียหายที่ 1 เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ และให้ผู้เสียหายที่ 1 ติดต่อนางรุ่งนภา ภริยาของผู้เสียหายที่ 1 เพื่อโอนเงินค่าไถ่จากบัญชีเงินฝากของผู้เสียหายที่ 1 ไปยังบัญชีธนาคาร ก. สาขาตลาดโรงเกลือ อรัญประเทศ เลขที่ 504-2-15xxx-x ชื่อบัญชีนายบุญสืบ นางรุ่งนภาโอนเงิน 110,000 บาท เข้าบัญชีในวันดังกล่าวเมื่อเวลา 16.39 นาฬิกาของวันเกิดเหตุ แต่คนร้ายต้องการได้เงินค่าไถ่ 300,000 บาท ผู้เสียหายที่ 1 จึงโทรศัพท์ยืมเงินจากนายแบงค์ 40,000 บาท และยืมเงินจากญาติพี่น้องอีก 60,
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง