คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2530
ฎีกาที่ 3861/2530
หลักกฎหมาย
ไม้ของกลางของ ท. ซึ่งเป็นไม้ที่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมายถูกส่งไปที่โรงงานของจำเลยซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปไม้เพื่อทำเป็นเครื่องเรือนสำเร็จรูปตามคำสั่งของท. จำเลยทำไม้แล้วส่งต่อไปยังบริษัท ม. จำกัดเพื่อบรรจุหีบห่อ เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่าไม้ของกลางยังเป็นไม้แปรรูปไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ จำเลยส่งไม้ออกไปที่อื่นจึงเป็นการจำหน่ายหรือโอนออกไปเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดฉบับที่ 6(พ.ศ. 2520) ข้อ 15 ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ว่าด้วยการควบคุมการแปรรูปไม้ อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 มาตรา 58,73 ทวิ และความผิดดังกล่าวโจทก์ไม่ต้องบรรยายฟ้องว่าที่เกิดเหตุอยู่ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ และเขตควบคุมสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่นใด บรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามตามมาตรา 47 และ53 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484
มาตราที่อ้างถึง
ป.วิ.อ. 158พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 47พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 48พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 53 ตรีพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 58พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 73 ทวิพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 53 ทวิ
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 58, 73 ทวิ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ1,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมไม้สักแปรรูปของกลางเป็นของนางทัศนีย์ เพชรแก้วกุล ซื้อมาจากห้างหุ้นส่วนจำกัดชลหนี เป็นไม้ที่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย และห้างหุ้นส่วนจำกัดชลหนีได้ออกใบเสร็จรับเงินและออกหนังสือกำกับไม้ไปที่บริษัทอุตสาหกรรมมอบไม้อิมเปคโก จำกัดปรากฏตามเอกสารหมาย จ.13 และ จ.14 เมื่ออบไม้เสร็จแล้วบริษัทอุตสาหกรรมมอบไม้อิมเปคโก จำกัด ได้ออกหนังสือกำกับไม้แปรรูปเอกสารหมาย จ.15 ส่งไม้มาที่โรงงานสีน้ำเงินการช่างของจำเลยตามคำสั่งของนางทัศนีย์เพื่อให้จำเลยผู้รับจ้างทำตามแบบซึ่งอ้างว่าเป็นการทำหน้าต่าง บานเกล็ด บานประตู และคิ้ว ที่สามารถถอดเป็นชิ้นส่วน เป็นเครื่องเรือนสำเร็จรูปซึ่งจะนำไปประกอบที่ประเทศญี่ปุ่น จำเลยได้ทำไม้ดังกล่าวแล้วก็ส่งไม้ดังกล่าวมายังบริษัทบุญมามูฟอิงแอนด์สโตเรจ จำกัดหรือบริษัทบุญมาคาร์โก้ จำกัด เพื่อทำการบรรจุหีบห่อโดยออกหนังสือกำกับไม้เอกสารหมาย จ.19 ไปว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ต่อมาในวันที่ 19 มีนาคม 2523 ผู้เชี่ยวชาญศาลในทางพิสูจน์ไม้ได้ไปตรวจพิสูจน์แล้วปรากฏว่าเป็นไม้แปรรูปไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ มีปัญหาว่าการที่จำเลยส่งไม้ของกลางไปที่บริษัทบุญมามูฟอิงแอนด์สโตเรจ จำกัด จำเลยจะมีความผิดฐานฝ่าฝืนข้อกำหนด ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2520) ข้อ 15 ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ว่าด้วยการควบคุมการแปรรูปไม้ และผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484มาตรา 58, 73 ทวิ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2518มาตรา 23, 27 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2522มาตรา 8 หรือไม่ เห็นว่าข้อกำหนดฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2520) ข้อ 15ผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้เพื่อประดิษฐ์กรรมด้วยเครื่องจักรจะจำหน่ายหรือโอนหรือนำออกจากโรงงานได้เฉพาะสิ่งที่ประกอบเป็นวัตถุประดิษฐ์หรือสิ่งประดิษฐ์สำเร็จรูปตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตและหลักฐานในการอนุญาตเท่านั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าไม้ของกลางยังเป็นไม้แปรรูปอยู่ จำเลยส่งไม้ออกไปที่อื่นจึงเป็นการจำหน่ายหรือโอนออกไป จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดดังกล่าว ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมีสิทธิจำหน่ายหรือโอนไม้แปรรูปได้เพราะกฎกระทรวงฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2519) ข้อ 5 ระบุว่า"ผู้ใดได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงงานแปรรูปไม้หรือได้รับอนุญาตให้ทำการแปรรูปไม้เพื่อการค้า ถ้าผู้นั้นทำการค้าไม้แปรรูปในบริเวณเดียวกันกับที่ตั้งโรงงานแปรรูปไม้หรือในบริเวณเดียวกันกับที่ทำการแปรรูปไม้เพื่อการค้า ไม่ต้องมีใบอนุญาตตั้งโรงค้าไม้แปรรูปอีก" จำเลยจึงไม่มีความผิดตามฟ้องนั้นเห็นว่ากฎกระทรวงดังกล่าวกำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตค้าไม้แปรรูปได้ แต่คดีนี้จำเลยมิได้ค้าไม้แปรรูปของกลาง จำเลยฝ่าฝืนจำหน่ายหรือโอนไม้ของกลางที่ยังมิได้เป็นสิ่งที่ประกอบเป็นวัตถุประดิษฐ์หรือสิ่งประดิษฐ์สำเร็จรูปตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ข้ออ้างข้อกฎหมายของจำเลยจึงไม่ตรงกับข้อเท็จจริงคดีนี้ สำหรับฎีกาของจำเลยที่ว่าฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่าที่เกิดเหตุอยู่ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ และเขตควบคุมสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้าม ตามมาตรา 47และมาตรา 53 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484ฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า ความผิดที่จะต้องบรรยายถึงฟ้องถึงเขตควบคุมการแปรรูปไม้ และเขตควบคุมสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่นใด บรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้าม ตามฎีกาของจำเลยนั้น จะต้องเป็นความผิดตามมาตรา 48แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2518 มาตรา 19 หรือความผิดตามมาตรา 53 ตรี แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช2484 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 5)พ.ศ. 2518 มาตรา 21 แล้วแต่กรณี แต่คดีนี้เป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดอันเป็นความผิดตามมาตรา 58, 73 ทวิ โจทก์จึงไม่ต้องบรรยายฟ้องตามที่จำเลยฎีกามาแต่อย่างใด ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง