คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2549
ฎีกาที่ 3913/2549
หลักกฎหมาย
หนังสือมอบอำนาจของผู้ร้องระบุมอบอำนาจให้ ว. ยื่นฟ้อง ต่อสู้คดีดำเนินการไปจนสำเร็จในศาลทั้งปวงแทนผู้รับมอบอำนาจ ว. จึงมีอำนาจกระทำการแทนผู้รับมอบอำนาจในการยื่นฟ้องและดำเนินคดีในศาลได้ทุกคดีโดยไม่มีกำหนดเวลาจนกว่าผู้มอบอำนาจจะเพิกถอนการมอบอำนาจนั้น สัญญาการเป็นหุ้นส่วน เป็นสัญญาระหว่างผู้ร้องกับกลุ่มบุคคล กำหนดให้คู่สัญญาก่อตั้งบริษัทขึ้นภายใต้กฎหมายไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตสินค้าภายใต้สลากเครื่องหมายการค้าที่ตกลงกัน และในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิเป็นสัญญาระหว่างผู้ร้องกับบริษัทผู้คัดค้าน โดยมีกลุ่มบุคคลลงลายมือชื่อในฐานะส่วนตัว และ อ. ลงลายมือชื่อในฐานะประธานบริษัทผู้คัดค้านซึ่งจะจัดตั้งขึ้นในอนาคต โดยผู้ร้องมีวัตถุประสงค์ในการแต่งตั้งผู้คัดค้านให้เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าภายใต้ใบอนุญาตที่อนุมัติโดยผู้ร้องและภายใต้เครื่องหมายการค้าที่กำหนด สัญญาทั้งสองฉบับจึงเป็นสัญญาที่ผู้ริเริ่มก่อการบริษัทผู้คัดค้านได้กระทำไว้เพื่อก่อตั้งบริษัทผู้คัดค้านเพื่อถือสิทธิตามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ เมื่อผู้คัดค้านได้จดทะเบียนเป็นบริษัทตามกฎหมายไทยแล้วก็ได้เข้าถือสิทธิตามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิดังกล่าว โดยผลิตและจำหน่ายสินค้าโดยใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวของผู้ร้อง และได้อ้างข้อตกลงที่ให้ระงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการตามที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิขึ้นต่อสู้คดีในศาล กับนำเสนอข้อพิพาทระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านต่ออนุญาโตตุลการ ดังนี้ถือว่าผู้คัดค้านได้เข้าถือเอาประโยชน์จากสัญญาดังกล่าว ผู้คัดค้านจึงต้องผูกพันตามสัญญานั้น กรณีถือว่าผู้คัดค้านเข้าเป็นคู่สัญญาโดยชอบและมิได้บกพร่องในเรื่องความสามารถแต่อย่างใด
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้ศาลบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลการของสมาคมอนุญาโตตุลากรอเมริกัน ผู้คัดค้านคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการแห่งสมาคมอนุญาโตตุลาการอเมริกัน ดังนี้ 1. ผู้ร้องมีสิทธิในเครื่องหมายการค้าคำว่า EARTHTEC ดีกว่าผู้คัดค้าน 2. ให้ผู้คัดค้านเลิกใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า EARTHTEC และดำเนินการเพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว 3. สิทธิและประโยชน์ของผู้คัดค้านในเครื่องหมายการค้าคำว่า EARTHTEC และ PRISTINE (ที่ถูก PRISTINE BLUE) เป็นอันหมดสิ้นตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2540 4. ให้ผู้คัดค้านคืนเอกสารหรือสิ่งพิมพ์โฆษณาที่มีคำว่า EARTHTEC PRISTINE BLUE และ EARTH SCIENCE LABORATORIES แก่ผู้ร้อง ณ ภูมิลำเนาผู้ร้อง โดยค่าใช้จ่ายของผู้คัดค้าน 5. ให้ผู้คัดค้านเลิกใช้ชื่อ หรือกล่าวอ้างชื่อ หรือคำดัดแปลงชื่อ EARTH SCIENCE LABORATORIES INC. 6. ห้ามผู้คัดค้านรบกวนหรือขัดขวางตัวแทนจำหน่ายของผู้ร้องในการใช้เครื่องหมายการค้า EARTHTEC และ PRISTINE BLUE 7. ผู้ร้องไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นของผู้คัดค้านนับแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2537 8. ผู้คัดค้านไม่มีสิทธิที่จะเรียกให้ผู้ร้องจ่ายเงินในฐานะผู้ถือหุ้นตามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ 9. ผู้คัดค้านไม่อาจเรียกร้องจากผู้ร้องเกี่ยวกับการผิดสัญญาหุ้นส่วนหรือสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ 10. ให้ผู้คัดค้านดำเนินการตาม 1 ถึง 8 ภายใน 30 วันนับแต่วันมีคำพิพากษา 11. ให้ผู้คัดค้านชำระค่าฤชาธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายในกระบวนพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการเป็นเงิน 166,452.30 ดอลลาร์สหรัฐ 12. ให้ผู้คัดค้านชำระค่าฤชาธรรมเนียมในคดีนี้แทนผู้ร้อง โดยกำหนดเป็นค่าทนายความ 10,000 บาท ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติโดยผู้ร้องและผู้คัดค้านไม่โต้แย้งในชั้นอุทธรณ์ว่า ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนผู้คัดค้านเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดตามกฎหมายไทย ผู้ร้องเป็นจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่า EARTHTEC และ PRISTINE BLUE โดยจดทะเบียนไว้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2535 ผู้ร้องและบุคคลกลุ่มเดไซ ปาเต็ล ได้ทำสัญญาการเป็นหุ้นส่วนเพื่อจัดตั้งบริษัทในประเทศไทย ตามสัญญาการเป็นหุ้นส่วนและผู้ร้องทำสัญญาอนุญาตให้ผู้คัดค้านผลิตและจำหน่ายสินค้าโดยใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวของผู้ร้องตามสัญญาอนุญาตให้สิทธิ ปี 2536 ผู้คัดค้านนำเครื่องหมายการค้า EARTHTEC ไปจดทะเบียนในนามของผู้คัดค้าน ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญาตามทะเบียนเครื่องหมายการค้า และปี 2538 พวกผู้คัดค้านนำชื่อของผู้ร้องไปจดทะเบียนเป็นชื่อบริษัทว่า "บริษัทเอิร์ธซายส์ ลาบอราตอรี่ส์ จำกัด" ตามหนังสือรับรองการจดทะเบียน ปี 2540 ผู้ร้องบอกเลิกสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิต่อผู้คัดค้านตามหนังสือบอกเลิกสัญญา ปี 2541 ผู้ร้องเป็นโจทก์ฟ้องผู้คัดค้านเป็นจำเลยที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ขอให้พิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าคำว่า EARTHTEC ดีกว่าจำเลย ให้จำเลยยกเลิกการใช้เครื่องหมายการค้ากับขอให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว ผู้คัดค้านยื่นคำให้การสู้คดีและขอให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจำหน่ายคดีเนื่องจากมีข้อสัญญาเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการในสัญญาการเป็นหุ้นส่วนและสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนแล้วมีคำสั่งจำหน่ายคดีเพื่อให้คู่พิพาทไปดำเนินการทางวิธีอนุญาโตตุลาการ ตามคดีหมายเลขแดงที่ ทป.29/2541 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ปี 2544 ผู้คัดค้านได้นำเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการแห่งสหรัฐอเมริกา ณ นครนิวยอร์ค โดยอ้างว่าผู้ร้องผิดสัญญาการเป็นหุ้นส่วนและสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตามหนังสือแจ้งของสมาคมอนุญาโตตุลาการอเมริกัน ผู้ร้องให้การปฏิเสธต่อสู้คดีและยื่นข้อโต้แย้งว่า ผู้คัดค้านเป็นฝ่ายผิดสัญญาและร้องแย้งเพื่อบังคับผู้คัดค้านให้เลิกการใช้เครื่องหมายการค้าของผู้ร้อง เพิกถอนเครื่องหมายการค้าและชื่อบริษัทผู้ร้องออกจากทะเบียน อนุญาโตตุลาการแห่งสหรัฐอเมริกาวินิจฉัยชี้ขาดให้ผู้ร้องเป็นฝ่ายชนะคดี มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านประการแรกว่า ผู้ร้องมีอำนาจนำคดีสู่ศาลหรือไม่ โดยผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่า หนังสือมอบอำนาจของผู้ร้องที่มอบอำนาจให้นางวรนุช เปเรร่า เป็นผู้รับมอบอำนาจในการยื่นคำร้องบังคับผู้คัดค้านตามคำชี้ขาดคดีนี้ เป็นการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีเดิมในคดีหมายเลขดำที่ ทป.34/2541 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่ผู้คัดค้านจะนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุล
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง