คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2558
ฎีกาที่ 3930/2558
หลักกฎหมาย
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในข้อหาร่วมกันแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เป็นธุระจัดหา จัดให้อยู่ในอาศัยหรือรับไว้ซึ่งบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี แม้ผู้นั้นจะยินยอม อันเป็นการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6 (1), 52 วรรคสอง และความผิดต่อเสรีภาพตาม ป.อ. มาตรา 312 ตรี วรรคแรก ข้อหาร่วมกันเป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณีซึ่งมีบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีทำการค้าประเวณีอยู่ด้วย อันเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 11 วรรคสอง ข้อหาร่วมกันเป็นธุระจัดหาบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณีอันเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9 วรรคสอง และข้อหาร่วมกันเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งหญิงอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม อันเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศตาม ป.อ. มาตรา 282 วรรคสอง เมื่อข้อเท็จจริงรับฟัง เป็นยุติว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดในข้อหาดังกล่าวตามที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้องโดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้ร่วมกันแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เป็นธุระจัดหา จัดให้อยู่อาศัยหรือรับไว้ซึ่งบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี แม้ผู้นั้นจะยินยอม ร่วมกันเป็นธุระจัดหาบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณีและร่วมกันเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งหญิงอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม จึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 ส่วนความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าของกิจการการค้าประเวณีซึ่งมีบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีทำการค้าประเวณีกฎหมายมุ่งที่จะบังคับแก่ผู้จัดการกิจการหรือสถานที่ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการค้าประเวณีหรือเพื่อใช้ในการติดต่อหรือจัดหาบุคคลเพื่อกระทำการค้าประเวณีเป็นการเฉพาะ จึงเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่ง มิใช่กรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 90ป.อ. 282ป.อ. 312 ตรีพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 9พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 11พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 6พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 52
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 282, 312 ตรี พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 4, 6, 52 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 4, 9, 11 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 4, 64 พระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 มาตรา 27, 54 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 828 วรรคสอง (ที่ถูก มาตรา 282 วรรคสอง), 312 ตรีวรรคแรก พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 4, 6 (ที่ถูก มาตรา 6 (1), 52 วรรคสอง) พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 4, 9 (ที่ถูก มาตรา 9 วรรคสอง), 11 วรรคสอง พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 4, 64 (ที่ถูก มาตรา 64 วรรคหนึ่ง) พระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 มาตรา 27, 54 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันเป็นธุระจัดหา และฐานร่วมกันแสวงหาผลประโยชน์โดยล่อไปหรือพาไปเพื่อสำเร็จความใคร่ของผู้อื่นซึ่งหญิงอายุเกินกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 52 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 7 ปี และปรับคนละ 150,000 บาท ฐานร่วมกันเป็นเจ้าของกิจการการค้าประเวณี ผู้ดูแลหรือผู้จัดการการค้าประเวณีซึ่งมีบุคคลอายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ทำการค้าประเวณีอยู่ด้วย จำคุกคนละ 6 ปี และปรับคนละ 120,000 บาท ฐานร่วมกันให้ที่พักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยประการใดให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม จำคุกคนละ 1 ปี ฐานร่วมกันรับคนต่างด้าวซึ่งไม่มีใบอนุญาตเข้าทำงานให้เข้าทำงาน ปรับคนละ 10,000 บาท รวมจำคุกคนละ 14 ปี และปรับคนละ 280,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังแทนได้เกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานเพื่อสำเร็จความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหาเพื่อการอนาจารซึ่งหญิงอายุเกินกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคสอง กับฐานร่วมกันเป็นเจ้าของกิจการผู้ดูแล หรือผู้จัดการสถานการค้าประเวณีตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 11 วรรคสอง และฐานร่วมกันแสวงหาประโยชน์โดยล่อไปหรือพาไปเพื่อสำเร็จความใคร่ของผู้อื่นซึ่งหญิงอายุเกินกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 52 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 6 ปี และปรับคนละ 120,000 บาท เมื่อรวมกับความผิดฐานร่วมกันรับคนต่างด้าวซึ่งไม่มีใบอนุญาตเข้าทำงานให้เข้าทำงานตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คงจำคุกคนละ 6 ปี และปรับคนละ 130,000 บาท ยกฟ้องข้อหาร่วมกันให้ที่พักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ร้อยตำรวจเอกนิยงค์ และดาบตำรวจศุภกิจ เจ้าพนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ล่อซื้อหญิงขายบริการทางเพศในราคาคนละ 1,000 บาท พร้อมจับกุมจำเลยที่ 2 และหญิงต่างด้าวสัญชาติลาว 10 คน ได้จากร้านที่เกิดเหตุ ซึ่งมีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการตามสำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ เจ้าพนักงานตำรวจจึงกล่าวหาจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ คดีสำหรับข้อหาร่วมกันให้ที่พักอาศัย ซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุมเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่พิพากษายกฟ้องแล้วโจทก์ไม่ฎีกา คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 หรือไม่ เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยไว้โดยละเอียดแล้วว่า ขณะร้อยตำรวจเอกนิยงค์และดาบตำรวจศุภกิจเข้าไปล่อซื้อที่ร้านที่เกิดเหตุ พบหญิงขายบริการทางเพศนั่งอยู่ตามโซฟาภายในร้านประมาณ 10 คน มีจำเลยที่ 2 เข้ามาเสนอขายบริการทางเพศให้แก่หญิงดังกล่าว ร้อยตำรวจเอกนิยงค์และดาบตำรวจศุภกิจตกลงซื้อบริการทางเพศเป็นการชั่วคราว 2 ชั่วโมง ในราคาคนละ 1,000 บาท เมื่อมอบเงินให้จำเลยที่ 2 แล้ว ก็แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและยึดธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อดังกล่าวได้จากจำเลยที่ 2 เป็นของกลาง โดยมีนางสาว
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง