ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2558

ฎีกาที่ 3951/2558

หลักกฎหมาย

เมื่อการโอนกิจการระหว่างห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟ. กับโจทก์ไม่มีหลักฐานจึงรับฟังไม่ได้ว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟ. กับโจทก์มีการควบรวมกิจการกันตามกฎหมาย แต่เป็นเรื่องห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟ. เลิกกิจการและมีการโอนทรัพย์สินรวมทั้งรถยนต์คันเกิดเหตุให้โจทก์ เมื่อขณะเกิดเหตุรถยนต์คันเกิดเหตุเป็นของห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟ. ผู้มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสองรับผิดฐานละเมิดคือห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟ. โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย และการกระทำละเมิดเป็นเรื่องทำให้เจ้าของรถได้รับความเสียหายมิใช่ความเสียหายจะตกติดไปกับตัวรถ ผู้ใดที่ครอบครองรถต่อมาจึงไม่มีสิทธิฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 295,120.39 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 225,120.39 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.ไอ.เค ทรานสปอร์ต และบริษัทคุ้มเกล้าประกันภัย จำกัด (มหาชน) เข้าเป็นจำเลยร่วมโดยอ้างว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.ไอ.เค ทรานปอร์ต เป็นนายจ้างและเจ้าของรถคันที่จำเลยขับและบริษัทคุ้มเกล้าประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน 73-6038 กรุงเทพมหานคร ศาลชั้นต้นอนุญาต โดยให้เรียกห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.ไอ.เค ทรานสปอร์ต ว่าจำเลยร่วมที่ 1 และเรียกบริษัทคุ้มเกล้าประกันภัย จำกัด (มหาชน) ว่า จำเลยร่วมที่ 2 จำเลยร่วมที่ 1 ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยร่วมที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ใช้ชื่อว่า บริษัทฟุกเทียนกรุ๊ป จำกัด รถยนต์บรรทุกหกล้อ หมายเลขทะเบียน 81-0532 นครศรีธรรมราช เป็นของห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟุกเทียนนครการเกษตร ซึ่งเป็นอีกนิติบุคคลหนึ่งประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด เมื่อขณะเกิดเหตุรถยนต์บรรทุกพ่วง หมายเลขทะเบียน 73-6038 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีจำเลยเป็นคนขับได้ขับเฉี่ยวชนกับรถยนต์ หมายเลขทะเบียน 81-0532 นครศรีธรรมราช ซึ่งมีนายไพโรจน์ เป็นคนขับ มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โจทก์กับห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟุกเทียนนครการเกษตร เป็นคนละนิติบุคคลแยกต่างหากจากกัน ได้ความจากนายมนูญ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์เบิกความว่า ปัจจุบันห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟุกเทียนนครการเกษตร เลิกดำเนินกิจการแล้ว โดยได้โอนทรัพย์สินรวมทั้งรถยนต์คันเกิดเหตุที่นายไพโรจน์ขับให้แก่โจทก์ แต่พยานปากนี้เบิกความตอบทนายจำเลยร่วมที่ 1 ถามค้านว่า ที่ว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟุกเทียนนครการเกษตร กับโจทก์ได้โอนกิจการกันนั้นไม่มีหลักฐาน ในสำนวนนี้ก็ไม่มีเช่นกัน จึงรับฟังไม่ได้ว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟุกเทียนนครการเกษตรกับโจทก์มีการควบรวมกิจการกันตามกฎหมาย แต่เป็นเรื่องห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟุกเทียนนครการเกษตร เลิกกิจการและมีการโอนทรัพย์สินรวมทั้งรถยนต์คันเกิดเหตุให้โจทก์ เมื่อขณะเกิดเหตุรถยนต์หมายเลขทะเบียน 81-0532 นครศรีธรรมราช เป็นของห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟุกเทียนนครการเกษตร และมีการกล่าวอ้างว่าจำเลยกระทำละเมิด ผู้ที่จะมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรวมทั้งจำเลยร่วมที่ 1 ในฐานะนายจ้างและเจ้าของรถยนต์คันที่จำเลยขับ และจำเลยร่วมที่ 2 ในฐานผู้รับประกันภัยค้ำจุนให้ร่วมกันรับผิดคือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟุกเทียนนครการเกษตร การที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟุกเทียนนครการเกษตร เลิกกิจการไปไม่มีกฎหมายบัญญัติให้โจทก์ซึ่งแม้จะมีกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้มีอำนาจเป็นบุคคลคนเดียวกันได้รับมรดก รวมทั้งสิทธิและหน้าที่ของห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟุกเทียนนครการเกษตรแต่อย่างใด โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย และการกระทำละเมิดเป็นเรื่องทำให้เจ้าของรถได้รับความเสียหาย มิใช่ว่าความเสียหายจะตกติดไปกับตัวรถ ผู้ใดที่ครอบครองรถต่อมาจะมีสิทธิฟ้องได้ดังที่โจทก์กล่าวอ้าง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ กรณีปัญหาเรื่องอำนาจฟ้อง แม้จำเลยร่วมทั้งสองเท่านั้นที่ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ส่วนจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจึงมิได้ยกเรื่องอำนาจฟ้องขึ้นเป็นข้อต่อสู้ด้วย แต่เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจึงมีผลถึงจำเลยด้วย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3951/2558 · ทนอย Thanoy