คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2567
ฎีกาที่ 3983/2567
หลักกฎหมาย
การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายเพราะเหตุที่ผู้ตายลักเสื้อผ้าซึ่งมีราคารวมกันเพียง 1,040 บาท แต่กระสุนถูกที่สำคัญบริเวณหน้าอก เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย แม้จำเลยยิงเพียงนัดเดียวก็เป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุหรือเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน จึงเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุหรือเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 33ป.อ. 68ป.อ. 69ป.อ. 91ป.อ. 92ป.อ. 93ป.อ. 288ป.วิ.อ. 186ป.วิ.อ. 195ป.วิ.อ. 225พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 4พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 7พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 68, 69, 91, 92, 93, 288 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 7, 72 ริบลูกกระสุนปืน และปลอกกระสุนปืนของกลาง และเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ระหว่างพิจารณา นายวิชิต บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายสนธยา ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 1,600,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่จำเลยกระทำความผิดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง จำเลยให้การในคดีส่วนแพ่งว่า จำเลยไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้อง และค่าสินไหมทดแทนที่เรียกมาสูงเกินส่วน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 69 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฆ่าผู้อื่นโดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ หรือเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน จำคุก 4 ปี ฐานมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ หรือเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 เป็นจำคุก 6 ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสามในความผิดฐานมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 8 เดือน คำให้การและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานฆ่าผู้อื่นโดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุหรือเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน คงจำคุก 4 ปี ฐานมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต คงจำคุก 5 เดือน 10 วัน รวมจำคุก 4 ปี 5 เดือน 10 วัน ริบลูกกระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง ให้จำเลยชำระเงิน 120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยดังกล่าว ถ้ากระทรวงการคลังปรับเปลี่ยนอัตราโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเมื่อใดก็ให้ปรับเปลี่ยนไปตามนั้น แต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ตามที่ผู้ร้องขอ ค่าฤชาธรรมเนียมในคดีส่วนแพ่งให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานฆ่าผู้อื่นโดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุหรือเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน จำคุก 2 ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 เป็นจำคุก 3 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี เมื่อรวมกับโทษฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุก 2 ปี 5 เดือน 10 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในคดีส่วนแพ่งชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ไม่มีรั้วล้อมรอบ ด้านหน้าบ้านมีคอกเลี้ยงโค 1 คอก ถัดไปทางด้านทิศตะวันตกมีคอกเลี้ยงโคอีก 1 คอก และด้านหลังบ้านมีโรงเก็บฟาง 1 หลัง บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านของนายปรีชา บิดาของนางสาวชนาธินาถ ภริยาไม่จดทะเบียนสมรสของจำเลย ขณะเกิดเหตุมีนายปรีชา นางสาวชนาธินาถ จำเลย นายจารึก พี่ของนางสาวชนาธินาถ นางสาวรพีพรรณ ภริยาของนายจารึก และเด็กหญิงชนินาถ บุตรของนายจารึกกับนางสาวรพีพรรณพักอาศัย นายสนธยา ผู้ตายเป็นบุตรของนายวิชิต ผู้ร้องซึ่งมีบ้านอยู่ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 500 เมตร ตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยตื่นนอนลุกไปเข้าห้องน้ำ เมื่อออกจากห้องน้ำได้ยินเสียงกล่องโฟมซึ่งวางอยู่ใกล้ราวตากผ้าบริเวณโรงจอดรถหน้าห้องนอนของจำเลยหล่นและได้ยินเสียงสุนัขเห่า จำเลยเดินไปแหวกผ้าม่านหน้าต่างห้องนอนซึ่งเป็นบานกระจก ไม่มีเหล็กดัด เห็นเงาคนเดินเข้ามายังห้องนอน จึงคว้าอาวุธปืนพกออโตเมติก (COLT) ขนาด .45 (11 มม.) ที่วางไว้ใต้หมอนยิงไปที่บานกระจก 1 นัด แล้วปลุกคนในบ้านพากันเปิดประตูออกไปใช้สปอตไลต์ส่องดูบริเวณรอบ ๆ บ้านเนื่องจากขณะนั้นไฟฟ้าดับทั้งหมู่บ้าน และบ้านที่เกิดเหตุมีหลอดไฟโซลาร์เซลล์ติดอยู่ที่ชายคาบ้านทางด้านทิศตะวันตกเพียงห
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง