คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2547
ฎีกาที่ 3987/2547
หลักกฎหมาย
เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ตามสัญญาค้ำประกันรวม 3 ฉบับ ในมูลหนี้ค้ำประกันคงเหลือ และค่าธรรมเนียมค้ำประกันค้างชำระ การพิจารณาถึงสิทธิในการขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้จึงต้องแบ่งเป็น 4 ส่วน คือ ในภาระค้ำประกันคงเหลืออันเป็นหนี้ที่เจ้าหนี้ในฐานะผู้ค้ำประกัน ลูกหนี้จะต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้รายที่ 190 ซึ่งเป็นการขอรับชำระหนี้ตามภาระค้ำประกันที่คงเหลือในจำนวนที่อาจใช้สิทธิไล่เบี้ยในภายหน้า เมื่อปรากฏว่าเจ้าหนี้ที่ 190 ขอรับชำระหนี้ไว้เต็มจำนวนแล้ว เจ้าหนี้ย่อมไม่มีสิทธิขอรับชำระหนี้ส่วนนี้อีกตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย ฯ มาตรา 90/27 วรรคสอง ส่วนหนี้ค่าธรรมเนียมค้ำประกันค้างชำระ เป็นหนี้ค่าตอบแทนแก่เจ้าหนี้ที่ลูกหนี้ตกลงจ่ายให้ในการขอให้เจ้าหนี้ออกหนังสือค้ำประกันหนี้ที่ลูกหนี้มีต่อเจ้าหนี้รายที่ 190 จึงเป็นการขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ที่ลูกหนี้มีต่อเจ้าหนี้โดยตรง เจ้าหนี้จะมีสิทธิได้รับชำระหนี้เพียงใดจะต้องพิจารณาตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย ฯ มาตรา 90/27 วรรคหนึ่ง
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2543 และตั้งให้บริษัทเอ็ฟเฟ็คทีฟ แพลนเนอร์ส จำกัด เป็นผู้ทำแผน ต่อมาศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2543 โดยมีบริษัทเอ็ฟเฟ็คทีฟ แพลนเนอร์ส จำกัด เป็นผู้บริหารแผน เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ ในมูลหนี้สัญญาทรัสต์รีซีท สัญญาขายตั๋วสัญญาใช้เงิน สัญญาขายลดตั๋วเงิน สัญญากู้ยืม สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี สัญญาค้ำประกัน สัญญา Standby Letter of Credit หุ้นกู้มีประกันและไม่มีประกันและหนี้ตามภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีรวม 143 อันดับ เป็นเงินจำนวน 35,025,927,105.09 บาท จำนวน 55,708,473.67 ดอลลาร์สหรัฐ จำนวน 23,258,920.30 มาร์กเยอรมัน และจำนวน 37,102,386.22 เยน พร้อมดอกเบี้ยตามอัตราที่ระบุไว้ในสัญญาที่เกี่ยวข้อง นับแต่วันถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะชำระเสร็จ ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักร สะพานท่าเทียบเรือน้ำลึก และทรัพย์สินอื่น ๆ รายละเอียดและวงเงินหนี้มีประกันตามบัญชีแนบท้ายคำขอรับชำระหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ให้บรรดาเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และผู้ทำแผนตรวจคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/29 แล้ว ผู้ทำแผนโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ลำดับที่ 33 ถึงที่ 35 ที่ 36 ที่ 38 ที่ 39 ถึงที่ 41 และที่ 44 ว่า มูลหนี้ของผู้ค้ำประกันซ้ำซ้อนกับมูลหนี้ของเจ้าหนี้รายอื่น ซึ่งยื่นคำขอรับชำระหนี้มาด้วย ผู้ค้ำประกันไม่มีสิทธิขอรับชำระหนี้อีก ทั้งมีการคิดค่าธรรมเนียมเกินวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ มูลหนี้ลำดับที่ 42 เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ไม่ตรงกับจำนวนหนี้จริง เนื่องจากระยะเวลาในการคำนวณค่าธรรมเนียมไม่ถูกต้อง มูลหนี้ลำดับที่ 56 ที่ 57 ที่ 134 และที่ 135 เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้เดียวกัน ทั้งจากลูกหนี้และลูกหนี้อื่น ๆ ซ้ำซ้อนกัน และมูลหนี้ลำดับที่ 56 ที่ 57 เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้สูงเกินกว่าภาระที่กำหนดไว้ในสัญญาค้ำประกัน มูลหนี้ลำดับที่ 134 ที่ 135 เจ้าหนี้มิได้แสดงวิธีคำนวณค่าธรรมเนียมมาด้วย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้มูลหนี้ลำดับที่ 1 ถึงที่ 4 ตามสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิต เป็นเงิน 212,656,105.37 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามสัญญาของต้นเงิน 186,798,643.42 บาท นับแต่วันถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะได้รับชำระเสร็จ มูลหนี้ลำดับที่ 5 ถึงที่ 23 ตามสัญญาทรัสต์รีซีทเป็นเงิน 7,290,061,887.01 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามสัญญาของต้นเงิน 5,501,704,587.41 บาท นับแต่วันถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะได้รับชำระเสร็จ มูลหนี้ลำดับที่ 24 ถึงที่ 26 ตามสัญญาขายตั๋วสัญญาใช้เงิน เป็นเงิน 861,117,329.62 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามสัญญาของต้นเงิน 650,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะได้รับชำระเสร็จ มูลหนี้ลำดับที่ 27 ถึงที่ 30 ตามสัญญากู้เงิน เป็นเงิน 448,316,658.73 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามสัญญาของต้นเงิน 351,660,860.59 บาท นับแต่วันถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะได้รับชำระเสร็จ มูลหนี้ลำดับที่ 31 และที่ 32 ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีเป็นเงิน 25,261,201.34 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามสัญญาของต้นเงิน 25,161,798.64 บาท นับแต่วันถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะได้รับชำระเสร็จ มูลหนี้ลำดับที่ 33 ถึงที่ 35 ตามสัญญาค้ำประกันให้ยกคำขอรับชำระหนี้เสียทั้งสิ้น มูลหนี้ลำดับที่ 36 ค่าธรรมเนียมค้ำประกันเป็นเงิน 1,309,554.72 ดอลลาร์สหรัฐ และเงินที่จ่ายตามสัญญาค้ำประกันเป็นเงิน 1,566,829,926.22 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามสัญญาของต้นเงิน 1,465,154,678.58 บาท นับแต่วันถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะได้รับชำระเสร็จ มูลหนี้ลำดับที่ 37 ตามสัญญาค้ำประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าเจ้าหนี้ได้ชำระหนี้ไปแทนลูกหนี้ตามภาระหนี้ค้ำประกันเพียงใดให้ได้รับชำระหนี้เพียงนั้น (ในวงเงิน 130,000,000 บาท) และค่าธรรมเนียมค้ำประกันค้างชำระเป็นเงิน 5,687,500 บาท มูลหนี้ลำดับที่ 38 ถึงที่ 44 ตามสัญญาค้ำประกัน โดยแยกเป็นค่าธรรมเนียมค้ำประกันค้างชำระเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 11,439,405.39 ดอลลาร์สหรัฐ และเงินที่จ่ายตามสัญญาค้ำประกันเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 15,436,266,196.28 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามสัญญาของต้นเงิน 14,239,862,650.74 บาท นับแต่วันถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะได้รับชำระเสร็จ มูลหนี้ลำดับที่ 45 และที่ 46 ตามสัญญาค้ำประกันขายตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทไทย เอ บี เอส จำกัด เป็นเงิน 93,481,328.77 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามสัญญาของต้นเงิน 70,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟู
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง