ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2563

ฎีกาที่ 4014/2563

หลักกฎหมาย

"การอื่นใดที่คล้ายคลึงกันอันเป็นการขูดรีดบุคคล" ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 4 เป็นนิยามที่มุ่งหมายถึงการกระทำอย่างอื่นที่มีลักษณะของการบีบบังคับเพื่อหาผลประโยชน์ในรูปแบบอื่นของการเอารัดเอาเปรียบอย่างไม่เป็นธรรม ผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กและเป็นลูกจ้างต้องทำงานตั้งแต่เวลา 2 หรือ 3 นาฬิกา จนถึง 18 นาฬิกา เฉลี่ยวันละ 15 ชั่วโมง ต่อวันทุกวัน และได้รับค่าจ้างเฉลี่ยแล้วไม่ถึง 200 บาท ต่อวัน ซึ่งเทียบกับเวลาทำงานแล้วถือว่าต่ำมาก ทั้งหากทำงานไม่ครบกำหนดเวลาก็จะไม่ได้ค่าจ้าง โดยไม่มีวันหยุดปกติและไม่ได้ค่าล่วงเวลาและค่าจ้างพิเศษ มีเวลาพักระหว่างทำงานในช่วงรับประทานอาหารเช้าและกลางวันครั้งละไม่เกิน 15 ถึง 30 นาที และต้องทำงานเหมือนผู้ใหญ่ แสดงให้เห็นถึงเจตนาเอารัดเอาเปรียบอย่างไม่เป็นธรรมและเป็นการขูดรีดโดยจำเลยที่ 1 ได้รับประโยชน์อันเป็นมูลค่าส่วนเกินจากการทำงานปกติของลูกจ้างโดยให้ทำงานเกินเวลาและเกินความคุ้มค่าการทำงานของลูกจ้างอย่างมาก แต่ลูกจ้างกลับได้รับค่าจ้างในอัตราค่าจ้างที่ต่ำกว่าปริมาณงานที่ทำ โดยอาศัยเงื่อนไขว่าหากทำงานไม่ครบเวลาทำงานต่อวันจะไม่ได้รับค่าจ้างในวันนั้นมาเป็นวิธีการบังคับให้ผู้เสียหายไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมทำงานให้ได้ค่าจ้างครบ อันเป็นการบีบบังคับเอารัดเอาเปรียบอย่างไม่เป็นธรรมเข้าองค์ประกอบของเจตนาที่แสวงหาประโยชน์โดยวิธีการอื่นใดที่คล้ายคลึงกันอันเป็นการขูดรีดบุคคล จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดฐานกระทำการค้ามนุษย์

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 4, 6, 9, 10, 52 พระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 มาตรา 27, 54 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 4, 63, 64 พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 5, 12, 50 พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26, 78 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 24, 25, 26, 45, 47, 48, 54, 61, 64, 70, 76, 90, 108, 112, 114, 144, 145, 146 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 91 จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว จำเลยที่ 1 แก้ไขคำให้การรับว่ากระทำความผิดฐานร่วมกันตั้งโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับใบอนุญาต และร่วมกันประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ส่วนข้อหาอื่นยังคงให้การปฏิเสธ โจทก์ยื่นคำร้องขอเรียกค่าสินไหมทดแทนตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 35 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,199,500 บาท จำเลยทั้งสามไม่ยื่นคำให้การในคดีส่วนแพ่ง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 63 วรรคหนึ่ง, 64 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 12 วรรคหนึ่งและวรรคสอง, 50 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (6), 78 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 24 วรรคหนึ่ง, 25 วรรคหนึ่ง, 26, 45 ( 1), 47 วรรคหนึ่ง, 48, 61, 64, 76, 90 วรรคหนึ่ง, 108, 112, 114 วรรคหนึ่ง, 144 (เดิม), 146 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ไม่ผ่านการอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่และไม่มีหนังสือเดินทาง จำคุกคนละ 2 ปี ฐานร่วมกันให้คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายเข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้พ้นจากการจับกุม จำคุกคนละ 1 ปี ฐานร่วมกันตั้งโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกคนละ 6 เดือน ฐานร่วมกันประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกคนละ 6 เดือน ฐานร่วมกันใช้ จ้างวาน เด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีให้ทำงานอันอาจเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต หรือขัดขวางต่อพัฒนาการของเด็ก จำคุกคนละ 2 เดือน ฐานร่วมกันเป็นนายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุด ทำงานล่วงเวลาโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้างและเมื่อรวมกันแล้วชั่วโมงทำงานเกินกว่าสามสิบหกชั่วโมงต่อหนึ่งสัปดาห์ จำคุกคนละ 2 เดือน ฐานร่วมกันเป็นนายจ้างไม่จ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้างตามอัตราที่กฎหมายกำหนด จำคุกคนละ 2 เดือน ฐานร่วมกันเป็นนายจ้างจ่ายค่าจ้างน้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ จำคุกคนละ 2 เดือน ฐานร่วมกันเป็นนายจ้างหักค่าจ้างโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง จำคุกคนละ 2 เดือน ฐานร่วมกันเป็นนายจ้างมีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไปไม่จัดทำทะเบียนลูกจ้าง ปรับคนละ 10,000 บาท ฐานร่วมกันเป็นนายจ้างไม่แจ้งนายทะเบียนว่ามีการจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีทำงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เด็กเข้าทำงาน ปรับคนละ 10,000 บาท ฐานร่วมกันเป็นนายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีทำงานในระหว่างเวลา 22.00 นาฬิกา ถึงเวลา 06.00 นาฬิกา โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 2 เดือน ฐานร่วมกันเป็นนายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีทำงานล่วงเวลาและทำงานในวันหยุด จำคุกคนละ 2 เดือน รวมจำคุกคนละ 3 ปี 26 เดือน และปรับคนละ 20,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในความผิดฐานตั้งโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับใบอนุญาต และความผิดฐานประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับใบอนุญาตมาโดยตลอด มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษฐานตั้งโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 3 เดือน และฐานประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 3 เดือน คงจำคุกจำเลยที่ 1 รวม 3 ปี 20 เดือน หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก ยกฟ้องจำเลยที่ 3 และยกคำร้องขอชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายทั้งสามสิบเอ็ดของโจทก์ โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6 (2) (เดิม) 52 วรรคสอง (เดิม) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 6 ปีการกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 6 กรรม จำคุกคนละ 36 ปี ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในความผิดฐานร่วมกันพาคนต่างด้าวเข
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4014/2563 · ทนอย Thanoy