คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2545
ฎีกาที่ 4037/2545
หลักกฎหมาย
แท่นไฮดรอลิกสำหรับเทน้ำตาลดิบออกจากรถยนต์บรรทุกซึ่งจอดอยู่บนแท่นไฮดรอลิกนั้นลงฉางเก็บ เป็นทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยอาการกลไกของทรัพย์นั้นซึ่งจำเลยที่ 1 ผู้มีไว้ในครอบครองจะต้องรับผิดชอบ เพื่อการเสียหายอันเกิดขึ้นแต่ทรัพย์นั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัยหรือเกิดเพราะความผิดของผู้เสียหายนั้นเองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 โจทก์จึงไม่ต้องนำสืบว่าเหตุที่เกิดความเสียหายสืบเนื่องมาจากความประมาทเลินเล่อของลูกจ้างจำเลยที่ 1 น้ำตาลดิบที่บรรทุกมาในรถยนต์บรรทุกมีความชื้นสูงจึงเกาะกันแน่น แต่มิได้มีการทำให้น้ำตาลดิบแตกตัวทั้งหมดก่อนแล้วจึงยกแท่นไฮดรอลิกขึ้นเท การที่น้ำตาลดิบเกาะกันแน่นอยู่นั้นย่อมทำให้น้ำหนักเฉลี่ยไม่สม่ำเสมอ เมื่อถ่ายน้ำหนักออกมาจากรถยนต์บรรทุกในทันทีทันใด จึงทำให้แหนบรถเกิดแรงต้านและดีดตัวรถให้ลอยขึ้นข้ามที่กั้นล้อแล้วดึงโซ่ที่มัดคานหน้าไว้ขาดก่อนที่จะไหลลงมากระโดดข้ามที่กั้นล้อทุกล้อ ถือไม่ได้ว่าเกิดแต่เหตุสุดวิสัย เพราะจำเลยที่ 1 อาจป้องกันมิให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้นได้โดยการทำให้น้ำตาลดิบที่บรรทุกมาในรถยนต์บรรทุกแตกตัวเสียก่อนที่จะนำรถขึ้นแท่นไฮดรอลิกเพื่อยกเทน้ำตาลดิบลงภาชนะที่รองรับนั้นได้ จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดในความเสียหายนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 70-0501อุดรธานี รถลากพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-0502 อุดรธานี และรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 70-1497 อุดรธานี รถลากพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-0498 อุดรธานี จากบริษัทอุดร-วัฒนา (2520) จำกัด จำเลยทั้งสองเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จำเลยที่ 1 ทำสัญญาประกันวินาศภัยทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 และบุคคลภายนอกที่อยู่ในบริเวณที่ตั้งของฉางเก็บน้ำตาลดิบของจำเลยที่ 1 ไว้กับจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2536เวลา 8.45 นาฬิกา นายเสถียร ศรีจอมพล ขับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 70-1501อุดรธานี รถลากพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-0502 อุดรธานี บรรทุกน้ำตาลดิบมาที่ฉางเก็บน้ำตาลดิบของจำเลยที่ 1 แล้วขึ้นแท่นไฮดรอลิก ยกเทน้ำตาลดิบลูกจ้างของจำเลยที่ 1 เป็นผู้บังคับเครื่องไฮดรอลิกดังกล่าวด้วย ความประมาทเลินเล่อในการบังคับเครื่องไฮดรอลิก เทน้ำตาลดิบจากรถดังกล่าวด้วยความเร็ว ทำให้การถ่ายเทน้ำหนักของน้ำตาลดิบไม่สมดุลกับน้ำตาลดิบที่ยังอยู่ในรถ และไม่ได้ตรวจสอบดูสภาพตะขอเกี่ยวตัวรถกับคานของโซโลว่าอยู่ในสภาพใช้การได้ดีหรือไม่ เป็นเหตุให้ตาขอเกี่ยวตัวรถกับคานขอไซโลขาดรถยนต์บรรทุกและรถลากพ่วงดังกล่าวไหลไปชนรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน70-0497 อุดรธานี และรถลากพ่วง หมายเลขทะเบียน 70-0498 อุดรธานี ทำให้รถยนต์ทั้งสี่คันได้รับความเสียหาย โจทก์นำรถดังกล่าวไปซ่อมแซมให้มีสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี เสียค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 347,031.31 บาท จึงรับช่วงสิทธิ มาเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ในฐานะนายจ้าง จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้รับประกันภัยร่วมกันชำระหนี้จำนวน 347,031.31บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2536 อันเป็นวันที่โจทก์ชำระค่าเสียหายครั้งสุดท้ายจนถึงวันฟ้อง ดอกเบี้ยเป็นเงิน 15,182 บาท รวมเป็นเงิน 362,443.31 บาท ขอบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 362,443.31 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน347,031.31 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า เหตุละเมิดเกิดจากอุปกรณ์ของรถยนต์บรรทุกและรถลากพ่วงดังกล่าวไม่ได้มาตรฐานชำรุดบกพร่องเสื่อมสภาพ ทำให้ขณะที่น้ำตาลดิบในรถลากพ่วงดังกล่าวไหลลงสู่ฉางเก็บแหนบซึ่งเป็นอุปกรณ์ยึดและรองรับรถเกิดแรงต้านดีดตัวรถให้ลอยข้ามที่กั้นล้อดึงโซ่ที่มัดคานหน้ารถขาดเคลื่อนข้ามที่กั้นล้อไหลไปชนรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 70-0497 อุดรธานี รถลากพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-0489 อุดรธานีได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 1 และลูกจ้างจำเลยที่ 1 มิได้เป็นฝ่ายก่อให้เกิดเหตุละเมิดจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ 2 ให้การว่า เหตุละเมิดเกิดเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2536 เวลา 8.45 นาฬิกา และเกิดจากรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 70-0501 อุดรธานี รถลากพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-0502 อุดรธานี บรรทุกน้ำตาลดิบมาเกินอัตรา น้ำตาลมีความชื้นสูงจับตัวเป็นก้อน ขณะที่เครื่องไฮดรอลิกกำลังยกเท น้ำตาลดิบไหลลงสู่ฉางเก็บด้วยความเร็วผิดปกติ เนื่องจากน้ำตาลมีจำนวนมากเป็นเหตุให้แหนบของรถยนต์บรรทุกและรถลากพ่วงดังกล่าวเกิดแรงต้านดีดตัวรถยนต์บรรทุกและรถลากพ่วงกะทันหันกระชากโซ่ที่มัดคานหน้ารถยนต์บรรทุกขาด เหตุละเมิดมิได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 หรือลูกจ้างของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 310,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2536 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้ดอกเบี้ยคิดจนถึงวันฟ้องไม่เกิน 15,182 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการประกันวินาศภัย จดทะเบียน ณ ประเทศญี่ปุ่น และมีสำนักงานสาขาในประเทศไทยโดยได้รับอนุญาตจากกรมประกันภัย กระทรวงพาณิชย์ ให้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในประเทศไทย โจทก์มอบอำนาจให้นายโคเรทาคะ อิโนอุเอะ เป็นผู้จัดการสาขา มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์และมอบอำนาจช่วงได้ โจทก์โดยนายโคเรทาคะ มอบอำนาจให้นายจิระวัฏ ศิริสุขะ เป็นผู้ฟ้องคดีนี้ โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 70-0501 อุดรธานี รถลากพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-0502 อุดรธานี และรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 70-0497 อุดรธานี รถลากพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-0498 อุดรธานี จากบริษัทอุดรวัฒนา (2520) จำกัด จำเลยทั้งสองเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2536 เวลา 8.45 นาฬิกา รถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 70-0501 อุดรธานี รถลากพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-0502 อุดรธานี เข้าจอดที่แท่นไฮดรอลิกซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของและผู้ครอบค
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง