คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2561
ฎีกาที่ 4055/2561
หลักกฎหมาย
กรมธรรม์ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักพร้อมคำแปลมิได้ระบุไว้ชัดแจ้งว่า การกำหนดค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก ต้องคำนวณหาผลกำไรสุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่ายก่อน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เอาประกันภัย เงื่อนไขที่ยกเว้นความรับผิดของผู้รับประกันภัยจึงต้องตีความโดยเคร่งครัด ถ้ามีข้อสงสัยต้องตีความให้เป็นประโยชน์แก่ผู้เอาประกันภัย เมื่อตามกรมธรรม์มิได้ระบุไว้ชัดแจ้งว่าเป็นรายได้สุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่ายก่อน ดังนั้น กรมธรรม์ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักพิพาทจึงกำหนดเงื่อนไขการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อการสูญเสียรายได้ มิใช่การสูญเสียกำไร
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 37,004,991.59 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 34,008,033.62 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 33,503,033.62 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมในนามโจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภค พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 16,053,689.30 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังยุติในเบื้องต้นว่า โจทก์ประกอบกิจการโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อขายให้แก่บริษัทเดอะสยามเซรามิค กรุ๊ป อินดัสทรี่ส์ จำกัด โจทก์ทำสัญญาประกันภัยกับจำเลยรวม 3 สัญญา สัญญาที่ 1 ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก ทุนประกัน 30,000,000 บาท สัญญาที่ 2 ประกันภัยเครื่องจักร ทุนประกัน 162,000,000 บาท สัญญาที่ 3 ประกันภัยความเสี่ยงทรัพย์สิน (สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม) ทุนประกัน 218,000,000 บาท ทั้งสามสัญญามีระยะเวลาประกันภัยตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2551 สิ้นสุดวันที่ 2 ตุลาคม 2552 เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2552 โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าของโจทก์เกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจรเครื่องจักรที่ใช้ในกระบวนการผลิต อุปกรณ์บางส่วนระเบิดใช้การไม่ได้ บริษัทเอ็กเซสแอ็ดจัสเม้นท์ จำกัด บริษัทผู้สำรวจภัยอิสระเข้าไปตรวจสอบพบว่า เหตุระเบิดเกิดที่ตู้สวิตซ์เกียร์หมายเลข 52 - 2 ซึ่งเป็นระบบควบคุมป้องกันกระแสไฟฟ้าลัดวงจรและผิดปกติ คดีในส่วนความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยเครื่องจักรและกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงทรัพย์สิน ยุติไปตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองที่พิพากษาให้จำเลยรับผิด 165,540 บาท และ 157,456.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ตามลำดับ โดยโจทก์และจำเลยไม่ได้ยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกา คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า การกำหนดค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก ต้องคำนวณหาผลกำไรสุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่ายจึงจะคำนวณค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ตามที่ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยไว้นั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามกรมธรรม์ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักพร้อมคำแปล ซึ่งจำเลยไม่โต้แย้งคัดค้านว่าแปลผิดหรือไม่ถูกต้อง ระบุการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนและความคุ้มครองว่า "การสูญเสียรายได้หรือค่าเช่า ค่าปรับที่เกิดขึ้นโดยตรงต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัยโดยมีสาเหตุมาจากการประกันภัย การเสี่ยงภัยทุกชนิด รวมถึงความสูญเสียหรือความเสียหายต่อระบบหรืออุปกรณ์เครื่องจักร (โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขและข้อยกเว้นของกรมธรรม์)" โดยให้คำจำกัดความว่า "ธุรกิจสะดุดหยุดลง สัญญาการประกัน" ว่า "บริษัทตกลงว่าถ้ามีอาคารหรือทรัพย์สินอื่นไม่ว่าชนิดใดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของทรัพย์สินนั้นสูญหาย หรือเสียหาย โดยภยันตรายที่ได้ประกันไว้... และธุรกิจที่ดำเนินอยู่โดยบริษัทได้รับการสะดุดหยุดลงเนื่องจากเหตุดังกล่าว หรือได้รับการรบกวน ดังนั้น บริษัทจะจ่ายเงินประกันจำนวนที่สูญหายไปจากการสะดุดหยุดลงนั้น..." แต่ให้บทนิยามคำว่า "กำไรทั้งหมด ภาระความรับผิดชอบการประกันภัยภายใต้รายการนี้จำกัดต่อภาระความรับผิดชอบรวมทั้ง แต่ไม่จำกัดต่อ - ค่าจ้าง เงินเดือน ค่าธรรมเนียมผู้อำนวยการ ค่าธรรมเนียมการตรวจบัญชี และค่าอาชีพอื่น... เงินกู้จ่ายคืน" คำว่า "อัตราของกำไรทั้งหมด - อัตราของกำไรทั้งหมดที่ได้ในเงินทุนหมุนเวียนระหว่างปีทางการเงินทันทีก่อนวันที่ของความเสียหาย" และระบุเงื่อนไขของการจ่ายเงินชดเชยว่า "ถ้าหากจำนวนเงินที่เอาประกันภัยโดยรายการนี้น้อยกว่าจำนวนเงินที่ได้โดยการใช้อัตรากำไรทั้งหมดต่อเงินทุนหมุนเวียนประจำปี (หรือผลคูณที่เพิ่มขึ้นตามส่วนนั้นซึ่งระยะเวลาเงินชดเชยสูงสุดเกินสิบสองเดือน) จำนวนเงินพึงจ่ายจะลดลงตามส่วน" เงื่อนไขที่ยกเว้นความรับผิดของผู้รับประกันภัยนี้จึงต้องตีความโดยเคร่งครัดว่า หากธุรกิจที่ดำเนินการอยู่โดยบริษัทได้รับการสะดุดหยุดลงเนื่องจากเหตุที่รับประกันภัยแล้วทำให้โจทก์ต้องสูญเสียรายได้ จำเลยต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนซึ่งจำเลยผู้รับประกันภัยเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เอาประกันภัย เงื่อนไขที่ยกเว้นความรับผิดของผู้รับประกันภัยจึงต้องตีความโดยเคร่งครัด ถ้ามีข้อสงสัยต้องตีความให้เป็นประโยชน์แก่ผู้เอาประกันภัย เมื่อพิจารณาคำว่า "รายได้" ก็มิได้มีระบุไว้ชัดแจ้งว่าเป็นรายได้สุทธิหลังจากหักรายจ่ายทั้งหมดก่อน ดังนั้น ก
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง