ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2548

ฎีกาที่ 4064/2548

หลักกฎหมาย

ข้อตกลงระหว่างบริษัท ท. ผู้ส่ง กับจำเลยที่ 1 ผู้ขนส่งผ่านทางจำเลยที่ 2 เกี่ยวกับเงื่อนไขในการขนส่งกำหนดว่า ผู้ส่งมีหน้าที่เพียงหีบห่อและผูกมัดสินค้าม้วนเหล็กไว้บนฐานรองไม้ให้เรียบร้อยแล้วส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ขนส่งที่ท่าเรือ โดยต้องชำระเงินทั้งค่าระวางและค่ารัดตรึงสินค้าให้แก่ผู้ขนส่งไปในคราวเดียวกัน จากนั้นทางฝ่ายผู้ขนส่งตามสัญญารับขนระหว่างจำเลยที่ 1 กับบริษัท ท. จะเป็นผู้ดำเนินการต่อไปทั้งในเรื่องการบรรจุ การรัดตรึงสินค้าและการขนส่ง และตามใบตราส่งซึ่งจำเลยที่ 2 ออกให้ไว้แก่บริษัท ท. อันถือเป็นหลักฐานแห่งการรับสินค้า ระบุไว้ว่าผู้ขนส่งสินค้ารับสินค้าไว้ในสภาพเรียบร้อยดีและไม่มีการบันทึกข้อสงวนเกี่ยวกับสภาพสินค้าและการหีบห่อเมื่อสินค้าเกิดความเสียหายขึ้นในระหว่างการขนส่ง จึงถือไม่ได้ว่าความเสียหายเกิดจากความผิดของบริษัท ท. ผู้ส่ง หากแต่เป็นความผิดของจำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่ในฐานะเป็นผู้ขนส่งตามสัญญาที่ทำกับบริษัท ท. ที่ไม่ได้บรรจุและรัดตรึงสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ และไม่ได้ใช้ความระมัดระวังในการดูแลสินค้าขณะอยู่ในความดูแลของตนเองให้ดีพอ เมื่อความเสียหายไม่ได้เกิดจากความผิดของผู้ส่ง ผู้ขนส่งจึงไม่อายปฏิเสธความรับผิดชอบ พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเลฯ มาตรา 52 (9) ได้ เมื่อผู้ขนส่งต้องรับผิดแล้ว จำเลยที่ 2 ผู้ตกลงทำสัญญารับขนสินค้าพิพาทแทนจำเลยที่ 1 ตัวการที่อยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ จึงต้องรับผิดตามสัญญาด้วย เมื่อ พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเลฯ ไม่มีบทบัญญัติในมาตราใดระบุข้อยกเว้นให้ตัวแทนที่ทำสัญญาแทนตัวการที่อยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศไม่ต้องรับผิดโดยลำพังตนเอง ความรับผิดของจำเลยที่ 2 จึงต้องเป็นไปตามมาตรา 824 แห่ง ป.พ.พ. ซึ่งบังคับใช้กับสัญญาโดยทั่วไป คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายของสินค้าม้วนเหล็กระบุจำนวนสินค้าม้วนเหล็กและเลขที่ของสินค้าม้วนเหล็กรวมเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น 31,676.40 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นเงินบาทจำนวน 1,369,154.01 บาท และปรากฏตามเอกสารซึ่งโจทก์นำสืบว่าเป็นรายงานการสำรวจความเสียหายพร้อมคำแปลระบุรายละเอียดค่าเสียหายเป็นดอลลาร์สหรัฐและเงินบาทจำนวนตรงกัน โดยมีรายละเอียดของสินค้าม้วนเหล็กและเลขที่ของสินค้าม้วนเหล็กนอกเหนือจากที่ระบุในฟ้องแต่ตรงกับที่โจทก์ระบุขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้อง แสดงให้เห็นว่าโจทก์ระบุในคำฟ้องผิดพลาดไป การขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องของโจทก์เพื่อขอเพิ่มเติมจำนวนสินค้าม้วนเหล็กที่ได้รับความเสียหายเป็นการแก้ไขรายละเอียดให้ตรงตามยอดค่าเสียหายทั้งหมดที่โจทก์ระบุไว้ตั้งแต่แรก จึงเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อย แม้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องหลังจากที่โจทก์ได้สืบพยานไปแล้ว 1 ปาก ก็ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเลฯ มาตรา 58 วรรคแรก ได้บัญญัติไว้ว่า "ภายใต้บังคับมาตรา 60 ในกรณีที่ของซึ่งผู้ขนส่งได้รับมอบหมายสูญหายหรือเสียหายไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้จำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งไว้เพียงหนึ่งหมื่นบาทต่อหนึ่งหน่วยการขนส่ง หรือกิโลกรัมละสามสิบบาทต่อน้ำหนักสุทธิแห่งของนั้นแล้วแต่เงินจำนวนใดจะมากกว่า" ส่วนมาตรา 60 บัญญัติว่า การจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งตามมาตรา 58 มิให้ใช้บังคับแก่กรณีดังกล่าวไปนี้... (4) ผู้ส่งของได้แจ้งราคาของที่ขนส่งให้ผู้ขนส่งทราบและผู้ขนส่งยอมรับโดยแสดงราคาของนั้นไว้ในใบตราส่ง เมื่อพิจารณาใบตราส่งไม่ปรากฏว่าใบตราส่งได้ระบุราคาของหรือสินค้าเหล็กม้วนพิพาทไว้ กรณีจึงไม่เข้าข้อยกเว้นที่มิให้ใช้มาตรา 58 บังคับตามความในมาตรา 60 ดังกล่าว จึงจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งได้เพียงหนึ่งหมื่นบาทต่อหนึ่งหน่วยการขนส่ง หรือกิโลกรัมละสามสิบบาทต่อน้ำหนักสุทธิแห่งของนั้นแล้วแต่เงินจำนวนใดจะมากกว่า แต่ในกรณีที่คำนวณราคาของหรือสินค้าที่สูญหายหรือเสียหายได้มาตรา 61 แล้ว ปรากฏว่าของนั้นราคาต่ำกว่าที่จำกัดความรับผิดไว้ดังกล่าวข้างต้นให้ถือเอาตามราคาที่คำนวณได้นั้น การคำนวณราคาของที่สูญหายหรือเสียหายมีหลักเกณฑ์ตามมาตรา 61 ในกรณีของสูญหายหรือเสียหายทั้งหมด ให้คำนวณเท่ากับราคาที่ของนั้นจะพึงมีในเวลาที่พึงส่งมอบ ณ ท่าปลายทาง ถ้าของนั้นสูญหายหรือเสียหายบางส่วนให้คำนวณตามส่วนโดยเทียบกับราคาของอย่างเดียวกันและคุณภาพเท่าเทียมกันที่ยังเหลืออยู่ในเวลาส่งมอบ ณ ท่าปลายทาง ข้อเท็จจริงคดีนี้ได้ความว่า สินค้าที่เสียหายเป็นแผ่นเหล็กสแตนเลสมีลักษณะม้วนเป็นวงกลมทบกันหลายชั้น แต่ละม้วนมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 4,000 กิโลกรัม ซึ่งเป็นการระบุจำนวนสินค้าเป็นม้วนที่บรรจุในตู้สินค้าแต่ละตู้ ดังนั้น แผ่นเหล็กสแตนเลส 1 ม้วน ย่อมถือเป็น 1 หน่วยการขนส่ง และเนื่องจากแผ่นเหล็กสแตนเลสดังกล่าวแต่ละม้วนมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 4,000 กิโลกรัม การจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งจึงต้องคำนวณเป็นจำนวนเงินตามน้ำหนักสุทธิของแต่ละม้วนที่เสียหายในอัตรากิโลกรัมละ 30 บาท ซึ่งมีจำนวนเงินมากกว่าการคำนวณจากหน่วยการขนส่งในอัตราม้วนละ 10,000 บาท

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์รับประกันภัยสินค้าประเภทแผ่นเหล็กสแตนเลสจำนวน 36 ม้วน ซึ่งเป็นสินค้าของบริษัทไทยน็อกซ์ สตีล จำกัด ผู้เอาประกันภัย โดยสินค้าดังกล่าวจะถูกขนส่งทางทะเลจากท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรีไปส่งให้แก่บริษัทยูสินอร์ สแตนเลส ยูเอสเอ จำกัด ผู้รับตราส่งที่เมืองลอสแองเจลีส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อสินค้ามาถึงปลายทาง บริษัทยูสินอร์ สแตนเลส ยูเอสเอ จำกัด ผู้รับตราส่งได้ออกของกับการท่าเรือลอสแองเจลีส ปรากฏว่าสินค้าบางส่วนเสียหาย โดยบริษัทยูสินอร์ สแตนเลส ยูเอสเอ จำกัด ผู้รับตราส่งเรียกค่าเสียหายจำนวน 31,676.40 ดอลลาร์สหรัฐ (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 13 ตุลาคม 2543 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 43.22 บาท) คิดเป็นเงินไทยจำนวน 1,369,144.01 บาท จากโจทก์ ความเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างการขนส่งของจำเลยทั้งสาม โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทยูสินอร์ สแตนเลส ยูเอสเอ จำกัด ผู้รับตราส่งตามเงื่อนไขการประกันภัยแล้ว จึงรับช่วงสิทธิทวงถามให้จำเลยทั้งสามชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 1,369,155.01 บาท และดอกเบี้ยถึงวันฟ้องจำนวน 32,915.96 บาท รวมเป็นเงิน 1,402,069.97 บาท แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินให้แก่โจทก์จำนวน 1,402,069.97 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 1,369,154.01 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 1,311,379.07 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2543 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 โจทก์และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "ในการดำเนินการส่งสินค้าเหล็กม้วนไปยังประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า บริษัทไทยน็อกซ์ สตีล จำกัด เพียงแต่ส่งมอบสินค้าเหล็กม้วนที่หีบห่อและผูกมัดไว้บนฐานรองไม้เรียบร้อยแล้วที่ท่าเรือและชำระค่าระวางและค่ารัดตรึงสินค้าให้แก่จำเลยที่ 2 จากนั้นก็ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในการบรรจุสินค้าหรือรัดตรึงสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์อีก ซึ่งบ่งชี้ว่า ความตกลงระหว่างบริษัทไทยน็อกซ์ สตีล จำกัด ผู้ส่งตกลงกับจำเลยที่ 1 ผู้ขนส่งผ่านทางจำเลยที่ 2 เกี่ยวกับเงื่อนไขในการขนส่งนั้น ผู้ส่งมีหน้าที่เพียงหีบห่อและผูกมัดสินค้าม้วนเหล็กไว้บนฐานรองไม้ให้เรียบร้อยแล้วส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ขนส่งที่ท่าเรือ โดยต้องชำระเงินทั้งค่าระวางและค่ารัดตรึงสินค้าให้แก่ผู้ขนส่งไปในคราวเดียวกัน จากนั้นทางฝ่ายผู้ขนส่งตามสัญญารับขนระหว่างจำเลยที่ 1 กับบริษัทไทยน็อกซ์ สตีล จำกัด จะเป็นผู้ดำเนินการต่อไปทั้งในเรื่องการบรรจุ การรัดตรึงสินค้าและการขนส่ง โดยอาจจะดำเนินการเองหรือจ้างผู้อื่นให้ดำเนินการแทนก็ได้ ผู้ส่งไม่มีหน้าที่ตามสัญญาที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบดูแลในขั้นตอนการบรรจุสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์หรือรัดตรึงสินค้า หากแต่เป็นหน้าที่ทางฝ่ายจำเลยที่ 1 ผู้ขนส่งซึ่งมอบหมายให้จำเลยที่ 2 ดำเนินการแทน เมื่อตามใบตราส่งซึ่งจำเลยที่ 2 ออกให้ไว้แก่บริษัทไทยน็อกซ์ สตีล จำกัด อันถือเป็นหลักฐานแห่งการรับสินค้าระบุไว้ว่าผู้ขนส่งรับสินค้าไว้ในสภาพเรียบร้อยดี และไม่มีการบันทึกข้อสงวนเกี่ยวกับสภาพสินค้าและการหีบห่อ กับนายบรรจบพนักงานของจำเลยที่ 2 เองก็ยอมรับว่าขณะบริษัทไทยน็อกซ์ สตีล จำกัด ส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ขนส่งที่ท่าเรือนั้น สินค้าอยู่ในสภาพเรียบร้อยดี และตามภาพถ่ายความเสียหายของสินค้าม้วนเหล็กก็มีร่องรอยการเลื่อนของฐานรองไม้ เนื่องจากการบรรจุและรัดตรึงสินค้าในตู้ไม่ดีพอหรือจากการยกเคลื่อนย้ายตู้ขาดความระมัดระวังทำให้เกิดการกระแทกอย่างหนัก อันน่าจะเป็นความบกพร่องในการบรรจุและรัดตรึงสินค้า จึงถือไม่ได้ว่าความเสียหายเกิดจากความผิดของบริษัทไทยน็อกซ์ สตีล จำกัด ผู้ส่ง หากแต่เป็นความผิดของจำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่ในฐานเป็นผู้ขนส่งตามสัญญาที่ทำกับบริษัทไทยน็อกซ์ สตีล จำกัด ที่ไม่ได้บรรจุและรัดตรึงสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ และไม่ได้ใช้ความระมัดระวังในการดูแลสินค้าขณะอยู่ในความดูแลของตนเองให้ดีพอ เมื่อความเสียหายไม่ได้เกิดจากความผิดของผู้ส่ง ผู้ขนส่งจึงไม่อาจปฏิเสธความรับผิดตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 52 (9) ได้ เมื่อผู้ขนส่งต้องรับผิดแล้ว จำเลยที่ 2 ผู้ตกลงทำสัญญารับขนสินค้าพิพาทแทนจำเลยที่ 1 ตัวการที่อยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศจึงต้องรับผิดตามสัญญาด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 ที่จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิด เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4064/2548 · ทนอย Thanoy