ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2556

ฎีกาที่ 4068/2556

หลักกฎหมาย

พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550 มีผลให้ล้างมลทินแก่บรรดาผู้ต้องโทษในกรณีความผิดต่างๆ ที่ได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 และได้พ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับเท่านั้น จำเลยที่ 1 ได้รับการรอการลงโทษ ย่อมไม่มีวันพ้นโทษ ดังนั้นจำเลยที่ 1 จึงไม่ได้รับประโยชน์จาก พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาลสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550 แม้โจทก์ไม่อุทธรณ์ขอให้บวกโทษและไม่ฎีกา ก็เป็นกรณีที่ความปรากฏแก่ศาลเองตาม ป.อ. มาตรา 58 วรรคแรก ศาลย่อมบวกโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ที่ได้รับการรอการลงโทษไว้ในคดีก่อนได้

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 26, 66, 76/1, 102 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 58, 91 ริบของกลางและบวกโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ศาลชั้นต้นรอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 851/2548 ของศาลชั้นต้น ซึ่งศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 6 เดือน แต่รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี เข้ากับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม, 66 วรรคสอง, 26 วรรคหนึ่ง, 76วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกคนละ 7 ปี และปรับคนละ 400,000 บาท ฐานร่วมกันมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 3 เดือน รวมจำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 7 ปี 3 เดือน และปรับคนละ 400,000 บาท คำให้การในชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ 1 หนึ่งในสาม จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี 10 เดือน และปรับ 266,666 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 3 ปี 7 เดือน 15 วัน และปรับ 200,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ในกรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังแทนไม่เกินคนละ 2 ปี ริบอาวุธปืน กระสุนปืน เมทแอมเฟตามีน กัญชาและอุปกรณ์การเสพของกลางทั้งหมด ส่วนคำขอให้บวกโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 นั้น เนื่องจากจำเลยที่ 1 ได้รับการล้างมลทินตามพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550 ไม่อาจนำโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีดังกล่าวมาบวกกับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ได้ คำขอส่วนนี้และข้อหาอื่นจึงให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 76 (ที่ถูก ไม่ต้องปรับมาตรา 76) เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละตลอดชีวิต และปรับคนละ 2,100,000 บาท จำเลยที่ 3 อายุ 19 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 (ที่ถูกมาตรา 76 ประกอบมาตรา 53) จำคุก 33 ปี 4 เดือน และปรับ 1,400,000 บาท ฐานร่วมกันมีอาวุธปืน จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 1 ปี จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 8 เดือน ทางนำสืบของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 (ที่ถูก ประกอบมาตรา 53) คงลงโทษฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน และปรับ 1,400,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 25 ปี และปรับ 1,050,000 บาทจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 16 ปี 8 เดือน และปรับ 700,000 บาท ฐานร่วมกันมีอาวุธปืน จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 8 เดือน จำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 เดือน จำเลยที่ 3 มีกำหนด 4 เดือน เมื่อรวมโทษฐานร่วมกันมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น หลังลดโทษให้จำเลยที่ 1 หนึ่งในสาม ลดโทษให้จำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่ง และลดมาตราส่วนโทษหนึ่งในสามกับลดโทษให้กึ่งหนึ่งแก่จำเลยที่ 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 33 ปี 14 เดือน และปรับ 1,400,000 บาท จำเลยที่ 2 มีกำหนด 25 ปี 7 เดือน 15 วัน และปรับ 1,050,000 บาท และจำเลยที่ 3 มีกำหนด 16 ปี 13 เดือน และปรับ 700,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนไม่เกินคนละ 2 ปี ไม่ริบอุปกรณ์การเสพของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยที่ 1 นำสืบรับกันฟังได้ว่า ในวันเกิดเหตุ เวลาประมาณ 17 นาฬิกา เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรเกาะสมุยนำหมายค้นไปตรวจค้นบ้านเลขที่ 14/3 หมู่ที่ 4 ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีจำเลยที่ 1 และที่ 2 สามีภริยาเป็นผู้เช่า และมีจำเลยที่ 3 เ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4068/2556 · ทนอย Thanoy