คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2552
ฎีกาที่ 413/2552
หลักกฎหมาย
จำเลยยังมิได้พาเตาอบไฟฟ้าของผู้เสียหายออกไปพ้นนอกห้างสรรพสินค้าของผู้เสียหาย แต่ก็ได้เคลื่อนย้ายเตาอบไฟฟ้าออกจากจุดที่ผู้เสียหายเก็บหรือวางทรัพย์นั้นไว้ ทั้งยังผ่านจุดที่ลูกค้าจะต้องชำระค่าสินค้าแก่พนักงานเก็บเงินไปแล้ว จึงถือได้ว่าจำเลยพาทรัพย์ของผู้เสียหายเคลื่อนที่ไปแล้วโดยมีเจตนาทุจริต การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสำเร็จ
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2544 เวลากลางวันมีคนร้ายลักเตาอบไฟฟ้ายี่ห้ออีฟ 1 เครื่อง ราคา 2,690 บาท ของบริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซีสเทม จำกัด ผู้เสียหาย ที่ดำเนินธุรกิจค้าปลีกภายใต้ชื่อ "โลตัส ซุปเปอร์เซ็นเตอร์" หลังจากเกิดเหตุแล้วเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยพร้อมกับยึดได้เตาอบไฟฟ้าดังกล่าวเป็นของกลาง โดยจำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างของผู้เสียหายเป็นคนร้ายลักเตาอบไฟฟ้าของกลางไปหรือภายหลังเกิดเหตุลักทรัพย์ข้างต้นจนถึงเวลาที่เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้พร้อมเตาอบไฟฟ้าของกลาง วันเวลาใดไม่ปรากฏชัดจำเลยช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ซื้อหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งเตาอบไฟฟ้าของกลางจากคนร้าย โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดอันเข้าลักษณะลักทรัพย์ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 357 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) วรรคแรก, 80 จำคุก 8 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นฎีกาฟังเป็นยุติได้ว่า ผู้เสียหายเป็นนิติบุคคลประกอบธุรกิจค้าปลีกภายใต้ชื่อ "โลตัส ซุปเปอร์เซ็นเตอร์" จำเลยเป็นลูกจ้างของผู้เสียหาย ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยเข็นรถแจ็ค (รถขนสินค้า) ซึ่งมีกล่องรัมมี่ (กล่องไม้) สีดำ จำนวน 3 กล่องอยู่บนรถขนสินค้าดังกล่าวผ่านพนักงานเก็บเงินเพื่อจะนำออกไปนอกห้างสรรพสินค้าโลตัส แต่ถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณจุดบริการลูกค้าที่ 1 ใกล้ประตูทางเข้าออกของห้างสรรพสินค้าโลตัสทางด้านทิศใต้ตรวจสอบและพบว่ามีเตาอบไฟฟ้ายี่ห้ออีฟ 1 เครื่อง ซุกซ่อนอยู่ภายในกล่องไม้ดังกล่าว จึงยึดไว้เป็นของกลาง หลังจากนั้นผู้เสียหายมอบอำนาจให้พนักงานไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสุพรรณบุรีเพื่อให้ดำเนินคดีแก่จำเลย ชั้นจับกุมเจ้าพนักงานตำรวจแจ้งข้อหาแก่จำเลยว่าลักทรัพย์นายจ้าง จำเลยให้การรับสารภาพตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.8 ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ แต่มิได้ให้การในรายละเอียดโดยอ้างว่าจะขอให้การในชั้นศาลตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.9 คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความจากนายณรงค์ซึ่งปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ภายในคลังสินค้าของห้างสรรพสินค้าโลตัสว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 12 นาฬิกา นายณรงค์เห็นจำเลยเข็นรถขนสินค้าบรรทุกกล่องไม้ ซึ่งมี 6 ด้าน 5 ด้าน มีฝาปิด ส่วนด้านที่ 6 ไม่มีฝาปิดจำนวน 2 กล่อง วางอยู่บนรถขนสินค้าดังกล่าวเข้ามาในคลังสินค้าบริเวณที่นายณรงค์กำลังปฏิบัติงานอยู่ จำเลยแจ้งแก่นายณรงค์ว่าจะมาเอากล่องไม้เพิ่มอีก 1 กล่อง และขอให้นายณรงค์ช่วยยกกล่องแบบเดียวกัน ซึ่งวางอยู่บนชั้นวางของลงมาให้ โดยนายณรงค์ตรวจดูกล่องไม้จำนวน 2 กล่อง เดิมที่วางอยู่บนรถขนสินค้ากับอีก 1 กล่อง ที่ยกลงมาจากชั้นวางของแล้วไม่พบสิ่งของใด พอดีขณะนั้นมีพนักงานของผู้เสียหายประมาณ 2 ถึง 3 คน นำขยะมาทิ้ง นายณรงค์จึงไปตรวจดูขยะตามหน้าที่ว่ามีสินค้าที่มีสภาพดีรวมอยู่ด้วยหรือไม่ สักครู่หนึ่งเมื่อเสร็จแล้ว จึงเดินกลับไปยังจุดที่จำเลยจอดรถขนสินค้าไว้แต่ไม่พบจำเลยแล้ว ต่อมานายสมภพหัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยได้ไปสอบถามนายณรงค์ว่าพบเห็นเตาอบไฟฟ้าในกล่องไม้ดังกล่าวหรือไม่ นายณรงค์แจ้งว่าไม่มี นายสมภพจึงแจ้งให้นายณรงค์ทราบว่าพนักงานรักษาความปลอดภัยจุดบริการลูกค้าที่ 1 บริเวณประตูทางเข้าออกด้านหน้าของห้างสรรพสินค้าโลตัสซึ่งเป็นจุดที่ผ่านพนักงานเก็บเงินมาแล้วพบจำเลยกำลังจะนำกล่องไม้ที่วางอยู่บนรถขนสินค้าออกไปนอกห้าง แต่ถูกตรวจพบว่าภายในกล่องไม้ใบหนึ่งมีเตาอบไฟฟ้าอยู่ข้างใน นอกจากนั้นข้อเท็จจริงยังได้ความจากนายฉัตรชัย พนักงานรักษาความปลอดภัยที่ค้นพบเตาอบไฟฟ้าอยู่ภายในกล่องไม้ดังกล่าวว่า วันเกิดเหตุเวลา 12.30 นาฬิกา ขณะที่นายฉัตรชัยกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณจุดบริการลูกค้าที่ 1 ใกล้ประตูทางเข้าออกของห้างสรรพสินค้าโลตัสทางด้านทิศใต้เห็นจำเลยเข็นรถขนสินค้าซึ่งมีกล่องไม้จำนวน 3 กล่องวางอยู่บนรถจะออกไปนอกห้างสรรพสินค้าโลตัส โดยกล่องจำนวน 2 กล่อง วางหันด้านที่ไม่มีฝาปิดขึ้นข้างบน ส่วนกล่องอีกใบหนึ่งหันด้านที่ไม่มีฝาปิดลงประกบกับกล่องที่วางอยู่ด้านล่างใบหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถปิดได้สนิทเพราะมีช่องว่างเหลืออยู่เล็กน้อย อย่างไรก็ตามมีไม้กระดานขนาดยาว 1 เมตร กว้างประมาณ 50 ถึง 60 เซนติเมตร เสียบเข้าไปภายในกล่องตรงบริเวณช่องว่างนี้ นายฉัตรชัยจึงขอตรวจสอบภายในกล่องไม้ทั้ง 3 กล่องดังกล่าว ขณะดึงไม้กระดานที่เสียบตรงช่องว่างดังกล่าวออก จำเลยรีบคว้าไม้กระดานแผ่นนั้นลงปิดที่เด
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง