คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2527
ฎีกาที่ 415/2527
หลักกฎหมาย
อาวุธปืนเป็นของ ย. บิดา ช. ซึ่ง ช. เป็นผู้เอามาและ ช. เป็นผู้ใช้อาวุธปืนนั้นยิงผู้ตาย แสดงว่า ช. เป็นผู้ครอบครองอาวุธปืนนั้นตลอดมาแม้ขณะที่เดินจากบ้านจำเลยไปที่ศาลาพักร้อนจำเลยเป็นผู้ถืออาวุธปืนนั้นแต่ก็เป็นการยึดถือไว้ชั่วคราว จำเลยกับ ช. เดินไปด้วยกัน ความครอบครองในอาวุธปืนนั้นยังคงอยู่ที่ ช. หาเปลี่ยนมาอยู่ที่จำเลยไม่ จำเลยจึงมิใช่ เป็นผู้มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง และถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้พกพาอาวุธปืน ติดตัวไปในหมู่บ้านและทางสาธารณะ
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 7พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 8ทวิพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72ทวิป.อ. 288ป.อ. 371
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับนายชอบได้ร่วมกันมีอาวุธปืนลูกซองยาว ๑ กระบอกมีหมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นของผู้อื่น และกระสุนปืนที่ใช้กับอาวุธปืนนั้น ๑ นัดไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนนั้นติดตัวไปในหมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตกับร่วมกันใช้อาวุธปืนนั้นยิงพลทหารสนามโดยมีเจตนาฆ่า และพลทหารสนามได้ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๓, ๙๑ ๓๗๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ กับสั่งคืนของกลางแก่เจ้าของ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยมิด้รับอนุญารตและฐานร่วมกันพกพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยไม่ได้รับอนุญาต คืนปืนของกลางแก่เจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยไม่ได้รับอนุญาตนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า อาวุธปืนลูกซองยาวของกลางเป็นของนายยุ้ยบิดาของนายชอบ นายชอบเป็นผู้เอาอาวุธปืนดังกล่าวลงมาจากบ้านนายยุ้ย ทั้งนายชอบเป็นผู้ใช้อาวุธปืนนั้นยิงผู้ตาย แสดงว่านายชอบเป็นผู้ครอบครองอาวุธปืนของกลางตลอดมาแม้ขณะที่เดินจากบ้านจำเลยไปที่ศาลาพักร้อนวัดโคกพระจำเลยเป็นผู้ถืออาวุธปืนนั้นก็เป็นการยึดถือไว้ชั่วคราว จำเลยกับพวกชอบเดินไปด้วยกัน ความครอบครองในอาวุธปืนของกลางยังคงอยู่ที่นายชอบ หาเปลี่ยนมาอยู่ที่จำเลยไม่ จำเลยจึงมิใช่เป็นผู้มีอาวุธปืนของกลางไว้ในความครอบครอง และถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้พกพาอาวุธปืนนั้นติดตัวไปในหมู่บ้านและทางสาธารณะ พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง