คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2563
ฎีกาที่ 4158/2563
หลักกฎหมาย
คำแถลงประกอบคำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 เป็นการยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่ว่า จำเลยที่ 1 กระทำการตามฟ้องโดยมิได้มีเจตนาแสวงประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพราะจำเลยที่ 1 นำเงินดังกล่าวทั้งหมดไปใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ของทางราชการ เท่ากับจำเลยที่ 1 อ้างว่า จำเลยที่ 1 มิได้มีเจตนากระทำความผิด คำแถลงประกอบคำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 ถือได้ว่าเป็นคำให้การปฏิเสธ เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ข้อกล่าวอ้างตามคำแถลงของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวรับฟังไม่ได้ จำเลยที่ 1 ย่อมมีสิทธิอุทธรณ์ในปัญหาดังกล่าวได้ และเนื่องจากพยานหลักฐานที่จำเลยที่ 1 อ้างเพื่อสนับสนุนข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวปรากฏในสำนวนคดีนี้ครบถ้วนแล้ว เพื่อให้คดีแล้วเสร็จไปโดยเร็ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยใหม่ก่อน
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 91, 147, 151 ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้เงินที่เบียดบังไป 362,580 บาท คืนแก่สำนักงานป่าไม้เขตเชียงราย กรมป่าไม้ นับโทษของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท.464/2560 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และนับโทษของจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท.31/2561 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธและจำเลยที่ 1 กับที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยที่ 1 ขอถอนคำให้การเดิม และให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ทุกประการ และขอให้ลงโทษสถานเบาโดยรอการลงโทษ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม) และจำเลยที่ 2 ที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 9 กระทง เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 45 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 22 ปี 6 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 กระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวม 9 กระทง เป็นจำคุกมีกำหนด 30 ปี คำรับของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีกำหนดคนละ 20 ปี เมื่อรวมโทษของจำเลยที่ 1 กับโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท.464/2560 และรวมโทษของจำเลยที่ 2 กับโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท.31/2561 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางแล้ว คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่เกินกำหนดคนละ 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) และให้จำเลยทั้งสามคืนเงินที่ทุจริตเบียดบังไป 362,580 บาท แก่สำนักงานป่าไม้เขตเชียงราย กรมป่าไม้ โจทก์และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 และโจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่าขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานป่าไม้ 5 ส่วนจัดการไฟป่าและภัยธรรมชาติ สำนักป้องกันและปราบปรามกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าพะเยา จังหวัดพะเยา มีหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติงานของหน่วยดับไฟป่าในความรับผิดชอบของสถานีควบคุมไฟป่าพะเยา และปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผนงานที่กรมป่าไม้อนุมัติ รวมทั้งมีอำนาจดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามที่อธิบดีกรมป่าไม้มอบหมาย และยังได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการจ่ายเงินลูกจ้างชั่วคราวของสถานีควบคุมไฟป่าพะเยา ประจำปีงบประมาณ 2541 จำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานป่าไม้ 5 ฝ่ายป้องกันรักษาป่า สำนักงานป่าไม้จังหวัดลำพูน ช่วยราชการสำนักป้องกันและปราบปราม กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าเชียงราย จังหวัดเชียงราย มีหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติงานของหน่วยดับไฟป่าในความรับผิดชอบของสถานีควบคุมไฟป่าเชียงราย และได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการจ่ายเงินลูกจ้างชั่วคราวของสถานีควบคุมไฟป่าพะเยา ประจำปีงบประมาณ 2541 จำเลยที่ 3 ดำรงแหน่งเจ้าพนักงานป่าไม้ 4 ประจำสถานีควบคุมไฟป่าพะเยา และได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการจ่ายเงินลูกจ้างชั่วคราวของสถานีควบคุมไฟป่าพะเยา ประจำปีงบประมาณ 2541 คณะกรรมการจ่ายเงินลูกจ้างชั่วคราวของสถานีควบคุมไฟป่าพะเยา มีหน้าที่ควบคุมการจ่ายเงินให้ลูกจ้างชั่วคราวรายวันและตรวจสอบผลงานของแต่ละหน่วยงานของสถานีควบคุมไฟป่าพะเยา สถานีควบคุมไฟป่าพะเยามีสำนักงานป่าไม้เขตเชียงรายเป็นหน่วยงานฝากเบิกเงินงบประมาณ ป่าไม้เขตเชียงรายยังได้รับมอบหมายจากกรมป่าไม้ให้เป็นผู้อนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างของสถานีควบคุมไฟป่าพะเยาด้วย ในปีงบประมาณ 2541 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2540 ถึงวันที่ 21 กรกฎาคม 2541 จำเลยที่ 1 ในฐานะหัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าพะเยา นำใบสมัครงานของนางวราภรณ์ นายดวงตา นายเศรษฐ์ นายจักร์ นายสม นายแก้ว นายวิเชียร นายทินกร นายศรีนวล นายศรีวัน นายอินโคง นายทวิทย์ นายผัดดี นายคำ นายทวีศักดิ์ นายวิ และนายจำรัส จำนวน 17 ราย รวมกับใบสมัครเป็นลูกจ้างชั่วคราวรายวันของบุคคลอื่น ไปขออนุมัติป่าไม้เขตเชียงรายเพื่อให้มีคำสั่งให้จ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราวรายวันของสถานีควบคุมไฟป่าพะเยา ป่าไม้เขตเชียงรายมีคำสั่งอนุมัติตามขอ โดยให้จำเลยที่ 1 มีหน้าที่จัดให้ลูกจ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง