คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2536
ฎีกาที่ 417/2536
หลักกฎหมาย
การขัดผิวหรือทำกระจกให้ใส อันจะพิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่70.06 นั้น ไม่จำต้องกระทำด้วยกรรมวิธีทางเครื่องมือกลแต่เพียงอย่างเดียว การผลิตกระจกโดยใช้กรรมวิธีชั้นสูงที่ทำให้ผิวหน้ากระจกราบเรียบ เป็นเงาใสโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือกลเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวซ้ำอีกก็คือเป็นการทำให้กระจกได้รับการตกแต่งโดยขัดผิวหรือทำให้ใสแล้ว การวินิจฉัยปัญหาพิกัดอัตราศุลกากรที่โต้แย้งในคดี จะต้องใช้บทกฎหมายที่มีผลบังคับอยู่ขณะที่มีการนำเข้า ความเห็นของเจ้าหน้าที่หรือคำอธิบายของสภาความร่วมมือทางศุลกากร เป็นเพียงแนวทางของการวินิจฉัยปัญหาเท่านั้น ไม่เป็นข้อลบล้างบทกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ ราคาสินค้าที่นำเข้า จะต้องประเมินจากราคาขายส่งเงินสด(ไม่รวมอากรขาเข้า) หรือจะพึงขายของประเภทและชนิดเดียวกันได้โดยไม่ขาดทุน ณ เวลาและที่นำของเข้า ส่วนราคาที่กองวิเคราะห์ราคาได้กำหนดเป็นรายเฉลี่ยสำหรับกระจกพิพาทไว้นั้น เป็นเพียงแนวทางปฏิบัติอย่างกว้าง ๆ ในการประเมินราคาเพื่อเรียกเก็บภาษีมิได้เป็นข้อตายตัวว่าสินค้าจะต้องเป็นราคาดังกล่าวเสมอไป และการที่โจทก์เคยยื่นบัญชีราคาสินค้าต่อจำเลยไว้ และไม่มีการแจ้งถึงการเปลี่ยนแปลงราคาจะถือเอาว่าราคาสินค้ามีราคาเดิมตลอดมาก็ไม่ได้เพราะไม่มีบทกฎหมายบัญญัติให้โจทก์ต้องปฏิบัติเช่นนั้น
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้สั่งสินค้าประเภทกระจกแผ่นแก้วเกรย์ชีท(Sheet glass) เข้ามาจำหน่ายในราชอาณาจักรโดยโจทก์ได้แสดงในเอกสารการนำเข้าระบุเป็นสินค้าตามพิกัด 70.06 ตามที่เคยปฏิบัติมาโจทก์จะได้รับการลดหย่อนภาษีศุลกากรพิเศษตามประกาศกระทรวงการคลังที่ 3/2524 (อาเซียน 9) แต่จำเลยทั้งสองไม่ยอมให้โจทก์นำสินค้าที่สั่งเข้ามาดังกล่าวออก เว้นแต่โจทก์จะได้เสียภาษีในพิกัด70.05 เสียก่อน โจทก์จึงจำต้องเสียภาษีตามพิกัด 70.05 ซึ่งไม่ได้รับการลดหย่อนภาษีและจำเลยทั้งสองยังมีหนังสือถึงโจทก์ แจ้งว่าราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงในเอกสารการนำเข้าต่ำกว่าราคาที่ซื้อขายกันโจทก์ต้องเสียภาษีการค้าและภาษีเทศบาลเพิ่มซึ่งเป็นการประเมินไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง เนื่องจากจำเลยประเมินภาษีโดยอิงราคาที่มีการซื้อขายกันในปีก่อน ๆ มาเป็นเกณฑ์ขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีของจำเลยทั้งสองจากพิกัด 70.05 ไปเป็นพิกัด 70.06 ให้จำเลยทั้งสองคืนเงินจำนวน 2,193,569.78 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในต้นเงิน 2,063,196.10 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้เพิกถอนการประเมินภาษีการค้าภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่ม จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า สินค้ากระจกแผ่นที่โจทก์นำเข้าในราชอาณาจักร โจทก์ได้สำแดงในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าเพื่อชำระภาษีศุลกากรระบุว่าเป็นสินค้าตามพิกัดที่ 70.05 การที่โจทก์ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าโดยระบุพิกัดราคาสินค้าจำนวนเงินค่าภาษีต่าง ๆ และอื่น ๆ ในใบขนสินค้านั้น ๆ ก็เป็นความสมัครใจของโจทก์เองทั้งสิ้น จำเลยทั้งสองมิได้บีบบังคับโจทก์การที่โจทก์เคยนำเข้าสินค้าประเภทเดียวกันนี้โดยสำแดงพิกัด 70.06มาก่อนครั้งนี้ และเจ้าหน้าที่ของจำเลยทั้งสองได้ปล่อยให้โจทก์รับสินค้าไปโดยมิได้ประเมินภาษีอากรแก่โจทก์อีกนั้น ก็เป็นเรื่องความเข้าใจคลาดเคลื่อนในพิกัดอัตราศุลกากร การที่จำเลยได้ประเมินภาษีให้โจทก์ไปเสียภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่มเติมนั้นเป็นการชอบด้วยกฎหมายและข้อเท็จจริงกล่าวคือประเมินโดยเทียบชนิดของที่โจทก์นำเข้ากับราคาตามบัญชีราคาสินค้า (Price list) แต่ละฉบับซึ่งโจทก์ได้นำส่งให้แก่เจ้าหน้าที่ของจำเลย ตามคำร้องของโจทก์เพื่อให้จำเลยใช้เป็นหลักในการประเมินราคา ส่วนราคาสินค้าตามใบขนสินค้าซึ่งโจทก์ได้สำแดงนั้นมิใช่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาดแต่เป็นราคาที่โจทก์และผู้ขายสินค้าให้โจทก์ได้ร่วมกันกำหนดขึ้นเองเพื่อให้สินค้ามีราคาต่ำลงเพื่อให้โจทก์จะได้เสียภาษีน้อยลง และโจทก์ก็ไม่เคยขอให้มีการกำหนดราคาเพื่อใช้เป็นหลักในการประเมินราคาขึ้นใหม่แต่อย่างใด การกำหนดพิกัดของสินค้าและการประเมินราคาสินค้าจึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายและข้อเท็จจริงของราคาสินค้าแล้วขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินภาษีของจำเลยทั้งสองจากพิกัด 70.05 ไปเป็นพิกัดที่ 70.06 ให้จำเลยทั้งสองคืนเงินจำนวน2,193,569.78 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน2,063,196.10 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้เพิกถอนการประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลที่ต้องชำระเพิ่ม จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยเป็นประการแรกว่าสินค้ากระจกแผ่นที่โจทก์นำเข้ามาในราชอาณาจักรในคดีนี้ เป็นสินค้าที่จัดอยู่ในพิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่ 70.05 ตามที่จำเลยโต้แย้งหรืออยู่ในพิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่ 70.06 ตามที่โจทก์ได้สำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าในขณะนำเข้า เห็นว่าสินค้ากระจกแผ่นที่มีปัญหาเป็นแผ่นกระจกสีเทา (grey sheet glass)ปรากฏลักษณะตามตัวอย่าง วัตถุพยาน หมาย วจ.2 ซึ่งเป็นแผ่นกระจกสีเทาเขียว มีความมันใสทั้งสองด้าน และโปร่งแสง ความหนาของแผ่นกระจกขนาด 5 มิลลิเมตร แผ่นกระจกดังกล่าว โจทก์เป็นผู้นำเข้าจากประเทศสิงค์โปร์ สินค้ากระจกพิพาทจะจัดอยู่ในพิกัดอัตราศุลกากรประเภทใดนั้น จะต้องพิจารณาจากลักษณะและคุณสมบัติของสินค้าที่ระบุไว้ในรายการของพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2503 ซึ่งเป็นบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่โจทก์นำสินค้ากระจกพิพาทเข้ามาในราชอาณาจักรได้ความว่า ของหรือสินค้าในภาค 2 พิกัดอัตราอากรขาเข้า ท้ายพระราชกำหนดฉบับดังกล่าวตอนที่ 70 แก้วและเครื่องแก้ว ได้ระบุรายการของพิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่ 70.05และ 70.06 ไว้ดังนี้ ประเภทที่ 70.05 "แก้วที่ยึดหรือเป่า (รวมทั้งแก้วสี) ทำเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่ยังมิได้ตกแต่ง" ประเภทที่ 70.06 "แก้วหล่อ รีด ยืด หรือ เป่า (รวมทั้งแก้วสีหรือแผ่นแก้วที่มีลวดตาข่ายยึด) ทำเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขัดผิวหรือทำให้ใสแล้ว แต่ต้องมิได้ทำมากไปกว่าที่กล่าว" จากรายการของสินค้าที่จัดอยู่ในพิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่ 70.05 และประเภทที่ 70.06 ดังกล่าวนี้ เห็นว่า แม้สินค้าทั้งสองประ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง