คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2539
ฎีกาที่ 4180/2539
หลักกฎหมาย
ขณะผู้เสียหายทั้งแปดยืนรอขึ้นรถโดยสารประจำทาง อ. กับจำเลยที่1และที่2มาพบผู้เสียหายที่1 อ. ซึ่งรู้จักกับผู้เสียหายที่1ได้เข้าถามหาเพื่อนคนหนึ่งแล้วไม่พอใจคำตอบของผู้เสียหายที่1จึงเกิดการโต้เถียงและเข้าต่อยใบหน้าของผู้เสียหายที่1แต่ไม่ถูกขณะนั้นจำเลยที่1ก็ยืนอยู่พวกของผู้เสียหายคนหนึ่งถือมีดดาบยาวประมาณครึ่งเมตรชูขึ้นเหนือศีรษะวิ่งตรงเข้าจะช่วยผู้เสียหายที่1จำเลยที่1และที่2จึงชักอาวุธปืนลูกซองสั้นและยิงลงไปที่พื้นดินคนละนัดก็เพื่อยับยั้งไม่ให้เพื่อนของผู้เสียหายที่1ใช้มีดฟัน อ. หรือจำเลยทั้งสองเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายแม้กระสุนปืนที่จำเลยที่1ยิงไปจะกระทบพื้นดินและแผ่กระจายถูกผู้เสียหายทั้งแปดจนได้รับอันตรายแก่กายจำเลยที่1ก็ไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่าหรือทำร้ายร่างกายผู้อื่น จำเลยที่1ฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการลงโทษของศาลเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา218วรรคแรกแม้จำเลยที่1จะฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายหากศาลฎีกาเห็นว่าศาลล่างลงโทษจำเลยที่1หนักเกินไปย่อมมีอำนาจที่จะพิพากษาลงโทษจำเลยที่1ให้เหมาะสมแก่ความผิดได้โดยให้รอการลงโทษแต่ให้ลงโทษปรับและกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติด้วย กรณีที่ศาลล่างปรับบทมาตราผิดศาลสูงย่อมมีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องได้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดหยิบยกขึ้นว่ากล่าวก็ตาม
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 68ป.อ. 80ป.อ. 371ป.วิ.อ. 195ป.วิ.อ. 218ป.วิ.อ. 225พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 7พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 8 ทวิพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72 ทวิ
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ ฟ้อง ขอให้ ลงโทษ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 371, 80,83 พระราชบัญญัติ อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและ สิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ , 72, 72 ทวิและ ริบของกลาง จำเลย ทั้ง สอง ให้การ ปฏิเสธ ระหว่าง พิจารณา ของ ศาลชั้นต้น จำเลย ที่ 2 ถึงแก่ความตายศาลชั้นต้น มี คำสั่ง ให้ จำหน่ายคดี เฉพาะ จำเลย ที่ 2 จาก สารบบความ ศาลชั้นต้น พิพากษา ว่า จำเลย ที่ 1 มี ความผิด ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80, 371 พระราชบัญญัติ อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และ สิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ วรรคสอง , 72 วรรคแรก , 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำ ของ จำเลย ที่ 1เป็น ความผิด หลายกรรม ต่างกัน จึง ลงโทษ ทุกกรรม เป็น กระทง ความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิด ฐาน พยายามฆ่าผู้อื่น โดย เจตนาวางโทษ จำคุก 10 ปี ความผิด ฐาน มี อาวุธปืน ไว้ ใน ครอบครอง โดยไม่รับ อนุญาต วางโทษ จำคุก 3 ปี ความผิด ฐาน พา อาวุธปืน ติดตัวไป ใน เมือง หมู่บ้าน และ ทางสาธารณะ โดย ไม่รับ อนุญาต เป็น ความผิดกรรมเดียว ผิด ต่อ กฎหมาย หลายบท ให้ ลงโทษ ตาม พระราชบัญญัติ อาวุธปืน ฯซึ่ง เป็น กฎหมาย บทที่ มี โทษหนัก ที่สุด ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90วางโทษ จำคุก 1 ปี รวม วางโทษ จำคุก จำเลย ที่ 1 มี กำหนด 14 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ใน ชั้น จับกุม ชั้นสอบสวน และ ใน ชั้นพิจารณาของ ศาล เกี่ยวกับ ความผิด ต่อ พระราชบัญญัติ อาวุธปืน ฯ มี ประโยชน์ ต่อ การพิจารณา อยู่ บ้าง เป็นเหตุ บรรเทา โทษ ลดโทษ ให้ หนึ่ง ใน สี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คง จำคุก จำเลย ที่ 1 ไว้ 10 ปี 6 เดือนคำขอ ของ โจทก์ นอกจาก นี้ ให้ยก ริบของกลาง จำเลย ที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ เป็น ว่า ให้ยก ฟ้อง ใน ข้อหา ความผิด ฐานพยายามฆ่า ลงโทษ ฐาน มี อาวุธปืน ไว้ ใน ครอบครอง โดย ไม่ได้ รับ อนุญาตจำคุก 2 ปี รวมกับ โทษ ฐาน พา อาวุธปืน ติดตัว ไป ใน เมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะ โดย ไม่ได้ รับ อนุญาต เป็น จำคุก 3 ปี จำเลย ที่ 1 ให้การรับสารภาพ ใน ชั้น จับกุม และ ชั้นสอบสวน เป็น ประโยชน์ แก่ การ พิจารณาเป็นเหตุ บรรเทา โทษ ลดโทษ ให้ หนึ่ง ใน สาม ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คง จำคุก 2 ปี นอกจาก ที่ แก้ ให้ เป็น ไป ตาม คำพิพากษา ศาลชั้นต้น โจทก์ และ จำเลย ที่ 1 ฎีกา ศาล วินิจฉัย ว่า "มี ปัญหา ต้อง วินิจฉัย ตาม ที่ โจทก์ ฎีกา ว่าจำเลย ที่ 1 มี ความผิด ฐาน ร่วมกัน พยายามฆ่า หรือ มิฉะนั้น ก็ มี ความผิดฐาน ร่วมกัน ทำร้ายร่างกาย ผู้เสียหาย ทั้ง แปด เพราะ ย่อม เล็งเห็นผล ว่าการ ใช้ อาวุธปืน เช่นนั้น กระสุนปืน ลูก ปลาย จะ แผ่กระจาย ทำให้ ผู้เสียหายทั้ง แปด ถึงแก่ความตาย หรือ ได้รับ อันตรายแก่กาย ได้ โดย จำเลย ที่ 1ไม่อาจ อ้าง เหตุ ป้องกันตัว ได้ ข้อ นี้ จำเลย ที่ 1 นำสืบ และ ยื่น คำแก้ ฎีกา อยู่ ว่า จำเลย ที่ 1 ไม่ได้ เข้าร่วม ชกต่อย หรือ ทะเลาะวิวาทกับ ผู้เสียหาย ที่ 1 ที่ ใช้ อาวุธปืน ยิง เพราะ กลัว จะ ถูก ทำร้าย เห็นว่าพยานโจทก์ ใน เรื่อง นี้ เบิกความ แตกต่าง กัน ไป โดย ผู้เสียหาย ที่ 1และ นาย วิสูตร สุวัฒน์ ผู้เสียหาย ที่ 5 เบิกความ ว่า เมื่อ นาย อนิรุต เข้า มา ถาม หา เพื่อน และ เกิด โต้เถียง กัน ต่อมา จำเลย ที่ 1เข้า มา ต่อย ที่ ใบหน้า ผู้เสียหาย ที่ 1 ส่วนนาย ดำรงค์เกียรติ สิทธิกัน ผู้เสียหาย ที่ 3 เบิกความ ว่า ผู้เสียหาย ที่ 1 จะ พูด กับ ผู้ใดไม่ได้ สังเกต ต่อมา เห็น ผู้เสียหาย ที่ 1 ต่อย กับ จำเลย ที่ 1 แต่นาย บุญนำ นาควิจิตร ผู้เสียหาย ที่ 4 เบิกความ ว่า นาย อนิรุต เข้า มา คุย กับ ผู้เสียหาย ที่ 1 และ เห็น นาย อนิรุต ต่อย ผู้เสียหาย ที่ 1นอกจาก นั้น คำเบิกความ ของ ผู้เสียหาย ที่ 1 ก็ ยัง แตกต่าง กับ คำเบิกความของ ผู้เสียหาย ที่ 5 อีก กล่าว คือ ผู้เสียหาย ที่ 1 เบิกความ ว่าเมื่อ จำเลย ที่ 1 เข้า มา ต่อย นั้น ผู้เสียหาย ที่ 1 ยก สมุด ขึ้น รับการ ต่อย จึง ไม่ ถูก แต่ ผู้เสียหาย ที่ 5 เบิกความ ว่า เมื่อ จำเลย ที่ 1เข้า มา ต่อย ผู้เสียหาย ที่ 1 นั้น ผู้เสียหาย ที่ 1 หลบ ทัน การ ต่อยจึง ไม่ ถูก ส่วน ผู้เสียหาย ที่ 4 ซึ่ง ขณะ นั้น ยืน อยู่ ใกล้ กับผู้เสียหาย ที่ 1 ก็ เบิกความ ว่า เห็น ผู้เสียหาย ที่ 1 ยก สมุด ขึ้น ปิดใบหน้า ขณะที่ นาย อนิรุต ต่อย ซึ่ง ต่าง กับ คำเบิกความ ของ ผู้เสียหาย ที่ 1 ที่ ว่า จำเลย ที่ 1 เป็น ผู้ เข้า ต่อย ผู้เสียหาย ที่ 1 ไม่ใช่นาย อนิรุต คำเบิกความ ของ ผู้เสียหาย ที่ 1 จึง แตกต่าง ไป จาก พยานโจทก์ ดังกล่าว แล้ว ประกอบ กับ คำเบิกความ ของ ผู้เสียหาย ที่ 4 พยานโจทก์เจือสม กับ คำเบิกความ ของ จำเลย ที่ 1 อีก ทั้ง นาย อนิรุต เป็น ผู้ เข้า ไป สอบถาม และ เกิด โต้เถียง กับ ผู้เสียหาย ที่ 1 และ นาย อนิรุต เป็น ผู้ ไม่พอ ใจ คำ ตอบ ของ ผู้เสีย
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง