คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2566
ฎีกาที่ 4190/2566
หลักกฎหมาย
ความผิดต่อ พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 เมื่อการกระทำของจำเลยที่ 8 เป็นการกระทำที่มีเจตนาต่างกัน กล่าวคือ การจัดให้มีการเล่นก็โดยเจตนาเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แห่งตน ซึ่งเมื่อจำเลยที่ 8 จัดให้มีการเล่น จำเลยที่ 8 ก็ได้ผลประโยชน์แห่งตนแล้ว เป็นความผิดสำเร็จไปกรรมหนึ่ง และเมื่อจำเลยที่ 8 เข้าร่วมเล่นการพนันอยู่ด้วย เป็นการที่จำเลยที่ 8 มีเจตนาเข้าพนันเอาเงินหรือทรัพย์สินอย่างอื่นกับผู้ร่วมเล่นคนอื่น จึงเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่ง ดังนี้ จำเลยที่ 8 จึงมีความผิดหลายกรรมต่างกันตาม ป.อ. มาตรา 91 แต่ไม่อาจเรียงกระทงลงโทษจำเลยที่ 8 ได้ทุกกระทงความผิด เพราะจะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยที่ 8 ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 จำเลยที่ 8 จึงมีความผิดฐานจัดให้มีการเล่นการพนันชนไก่และฐานร่วมกันเล่นการพนันชนไก่ เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน แต่ให้ลงโทษจำเลยที่ 8 ฐานจัดให้มีการเล่นการพนันชนไก่เพียงกรรมเดียว แต่สำหรับความผิดต่อ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกันนั้น แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องแยกความผิดของจำเลยที่ 8 ฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน กับความผิดฐานจัดให้มีการเล่นการพนันชนไก่มาคนละข้อต่างหากจากกันและความผิดทั้งสองฐานจะเป็นความผิดต่อบทบัญญัติของกฎหมายหลายกรรมต่างกัน ประกอบกับจำเลยที่ 8 ให้การรับสารภาพก็ตาม แต่การที่จำเลยที่ 8 ร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมและมั่วสุมกันในที่เกิดเหตุ อันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดห้ามมิให้ชุมนุมหรือมั่วสุมกันในสถานที่แออัดก็โดยมีเจตนาเพื่อจัดให้มีการเล่นการพนันชนไก่และเข้าร่วมเล่นการพนันอยู่ด้วย ดังนั้น ความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมในสถานที่แออัดกับความผิดฐานจัดให้มีการเล่นการพนันชนไก่ และร่วมกันเล่นการพนันชนไก่ ก็ยังคงเป็นการกระทำความผิดโดยเกิดจากเจตนาเดียวกัน การกระทำของจำเลยที่ 8 ในส่วนนี้จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทหาใช่ความผิดหลายกรรมต่างกันไม่
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 90ป.อ. 91ป.วิ.อ. 212พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 4พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 4พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 9พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 18
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าสิบแปดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12 พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มาตรา 9, 18 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91 ริบของกลาง จำเลยทั้งห้าสิบแปดให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้าสิบแปดมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12 (ที่ถูก มาตรา 4 วรรคสอง, 12 (2)) พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มาตรา 9, 18 (ที่ถูก มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (2), 18) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งห้าสิบแปดเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยที่ 8 ลงโทษฐานจัดให้มีการเล่นการพนันชนไก่และฐานร่วมกันเล่นการพนันชนไก่ จำคุก 2 เดือน ฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ปรับ 6,000 บาท จำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 และที่ 9 ถึงที่ 58 ลงโทษฐานร่วมกันเล่นการพนันชนไก่ ปรับคนละ 2,000 บาท ฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ปรับคนละ 6,000 บาท จำเลยทั้งห้าสิบแปดให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กระทงละคนละกึ่งหนึ่ง ลงโทษจำเลยที่ 8 ฐานจัดให้มีการเล่นการพนันชนไก่และร่วมกันเล่นการพนันชนไก่ จำคุก 1 เดือน ฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ปรับ 3,000 บาท รวมจำคุกจำเลยที่ 8 มีกำหนด 1 เดือน และปรับ 3,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 และที่ 9 ถึงที่ 58 ฐานร่วมกันเล่นการพนันชนไก่ ปรับคนละ 1,000 บาท ฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ปรับคนละ 3,000 บาท รวมปรับคนละ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 8 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ให้เปลี่ยนโทษจำคุก 1 เดือน เป็นกักขังแทน 1 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง จำเลยที่ 8 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับจำเลยที่ 8 ความผิดฐานจัดให้มีการเล่นการพนันชนไก่และฐานร่วมกันเล่นการพนันชนไก่ เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน แต่ให้ลงโทษจำเลยที่ 8 ฐานจัดให้มีการเล่นการพนันชนไก่เพียงกรรมเดียว ส่วนจำเลยทั้งห้าสิบแปด ความผิดฐานร่วมกันเล่นการพนันชนไก่กับฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (2), 18 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับจำเลยทั้งห้าสิบแปดคนละ 6,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับคนละ 3,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 8 เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานจัดให้มีการเล่นการพนันชนไก่ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นกักขัง 1 เดือน และปรับ 3,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 8 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 8 ประการแรกว่า การกระทำของจำเลยที่ 8 มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ หรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 การพนันตามที่ระบุไว้ในบัญชี ข. หมายเลข 1 คือ การเล่นต่าง ๆ ซึ่งให้สัตว์ต่อสู้หรือแข่งกัน เช่น ชนโค ชนไก่ กัดปลา แข่งม้า ฯลฯ ดังนั้นเมื่อคดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องชัดว่า จำเลยที่ 8 ร่วมกันเล่นการพนันชนไก่ อันเป็นการพนันตามที่ระบุไว้ในบัญชี ข. หมายเลข 1 พนันเอาทรัพย์สินกัน ด้วยวิธีการถ่ายทอดสดการพนันชนไก่ที่ทำการชนกัน ณ บริเวณฟาร์มไก่ชน ป. หมู่ที่ 6 มายังที่เกิดเหตุ ทั้งนี้โดยจำเลยที่ 8 เป็นเจ้าบ้านผู้จัดให้มีการเล่นขึ้นเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์และเป็นผู้เข้าร่วมเล่น ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12 ข้อหาความผิดตามที่โจทก์ฟ้องมิใช่เป็นข้อหาความผิดที่มีอัตราโทษอย่างต่ำจำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น เมื่อจำเลยที่ 8 ให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นย่อมพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไปได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 วรรคหนึ่ง และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดของจำเลยที่ 8 ย่อมรับฟังเป็นยุติได้ตามที่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 8 ร่วมกันเล่นการพนันชนไก่เอาทรัพย์สินกันด้วยวิธีการถ่ายทอดสดการพนันชนไก่ที่ทำการชนกัน ณ บริเวณฟาร์มไก่ชน ป. หมู่ที่ 6 มายังที่เกิดเหตุ และจำเลยที่ 8 เป็นเจ้าบ้านผู้จัดให้มีการเล่นขึ้นเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์และเป็นผู้เข้าร่วมเล่น อันเป็นการเล่นที่มีลักษณะที่ผู้เล่นเสี่ยงต่อการได้และเสียอันเป็นการเล่นพนันตามที่ระบุไว้ในบัญชี ข. หมายเลข 1 แล้ว หาใช่จำต้องเป็นกา
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง