ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2549

ฎีกาที่ 4206/2549

หลักกฎหมาย

พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 46 ใช้บังคับเฉพาะกรณีที่ผู้รับตราส่งหรือผู้ส่งของฟ้องให้ผู้ขนส่งรับผิดในค่าเสียหายเพื่อความสูญหาย เสียหายหรือส่งมอบชักช้าแห่งของที่รับขนตามสัญญารับขนของทางทะเลเท่านั้น โจทก์ฟ้องว่าจ้างจำเลยดำเนินการจัดส่งสินค้าของโจทก์ไปให้ลูกค้าของโจทก์ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยจำเลยเป็นตัวแทนของโจทก์ ให้จำเลยรับผิดเพราะจัดส่งเอกสารไปให้แก่ลูกค้าที่ปลายทางตามข้อตกลงล่าช้า ทำให้ลูกค้าไม่ยอมรับสินค้าเท่านั้น โจทก์ไม่ได้อ้างว่าจำเลยเป็นผู้ขนส่งของทางทะเลและให้จำเลยรับผิดเพราะเหตุการสูญหาย เสียหายหรือส่งมอบชักช้าแห่งสินค้าที่รับขนเกิดขึ้นในระหว่างที่สินค้าอยู่ในความดูแลของจำเลยตามมาตรา 39 ของ พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 ที่จะนำบทบัญญัติมาตรา 46 มาใช้บังคับได้ แต่เนื่องจากพระราชบัญญัติดังกล่าวมิได้บัญญัติเรื่องอายุความในกรณีนี้ไว้ จึงต้องนำบทบัญญัติเรื่องความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการตาม ป.พ.พ. มาใช้บังคับ แต่ ป.พ.พ. บรรพ 1 ลักษณะ 6 หมวด 2 ว่าด้วยอายุความก็มิได้มีบัญญัติเรื่องอายุความในกรณีนี้โดยเฉพาะอีกเช่นกัน จึงมีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 เมื่อโจทก์ทราบในวันที่ 8 ธันวาคม 2544 ว่าจำเลยกระทำผิดข้อตกลงทำให้ลูกค้าไม่สามารถรับสินค้าได้ทันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย จึงถือว่าวันดังกล่าวเป็นวันที่โจทก์อาจบังคับสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยได้ และนับถึงวันที่โจทก์ฟ้องยังไม่เกิน 10 ปี จึงไม่ขาดอายุความ

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2544 โจทก์จ้างจำเลยเป็นตัวแทนดำเนินการจัดส่งสับปะรดให้แก่ลูกค้าของโจทก์ทางเรือ ณ เมืองดามัม ประเทศซาอุดิอาระเบีย 1 ตู้คอนเทนเนอร์ โดยมีข้อตกลงว่าจำเลยมีหน้าที่เป็นตัวแทนของโจทก์ทุกขั้นตอนในการขนส่งสินค้า อาทิเช่น การจ้างเรือขนส่งสินค้า ดำเนินพิธีการทางศุลกากร ตลอดจนการจัดทำและส่งเอกสารให้แก่ลูกค้าของโจทก์เพื่อลูกค้าจะได้นำเอกสารไปติดต่อรับสินค้า ตกลงค่าว่าจ้างเป็นเงิน 174,864.52 บาท กำหนดให้สินค้าออกจากกรุงเทพมหานครวันที่ 19 พฤศจิกายน 2544 ถึงปลายทางวันที่ 5 ธันวาคม 2544 และโจทก์จะชำระค่าว่าจ้างให้แก่จำเลยภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ลูกค้าได้รับสินค้า ต่อมาหลังจากจำเลยจัดส่งสินค้าถึงปลายทาง โจทก์ได้สั่งจ่ายเช็คเป็นค่าจ้างให้จำเลย แต่จำเลยไม่ส่งเอกสารให้ถึงลูกค้าของโจทก์ก่อนวันที่ 5 ธันวาคม 2544 อันเป็นวันที่สินค้าถึงปลายทางตามข้อตกลง เมื่อลูกค้าของโจทก์ไม่ได้รับเอกสารการขนส่งสินค้าจากจำเลย ทำให้ลูกค้าของโจทก์ไม่ยอมรับสินค้าเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขาดรายได้จากสินค้าที่จัดส่งอันได้แก่สับปะรด จำนวน 1,883 กล่อง ราคากล่องละ 5 ดอลลาร์สหรัฐ อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 44.58 บาท รวมเป็นราคาสินค้า 419,720.70 บาท จำเลยในฐานะตัวแทนต้องรับผิดชำระเงินค่าสินค้าดังกล่าวต่อโจทก์ในฐานะตัวการ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 439,729.30 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 419,720.70 บาท จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ เนื่องจากโจทก์รับทราบถึงสินค้าที่ส่งไปให้ลูกค้าของโจทก์ปลายทางพร้อมเอกสารใบตราส่งตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2544 แต่โจทก์ฟ้องจำเลยเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2546 จึงเลยระยะเวลา 1 ปี ตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 46 ขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นตามที่โจทก์จำเลยไม่โต้เถียงกันรับฟังเป็นยุติได้ว่า เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2544 โจทก์ว่าจ้างจำเลยดำเนินการจัดส่งสินค้าของโจทก์ คือ สับปะรดสด จำนวน 1,883 กล่อง 1 ตู้คอนเทนเนอร์ จากท่าเรือกรุงเทพให้แก่ลูกค้าของโจทก์ ณ ท่าเรือเมืองดามัม ประเทศซาอุดิอาระเบีย จากนั้นจำเลยยืนยันว่าได้มีการจองเรือโดยเรือจะออกจากท่าต้นทางในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2544 และถึงท่าปลายทางในวันที่ 5 ธันวาคม 2544 ตามเอกสารหมาย จ. 6 ต่อมาจำเลยส่งตู้คอนเทนเนอร์มาบรรจุสับปะรดที่โรงงานของโจทก์และแจ้งค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้โจทก์ทราบ ตามใบแจ้งหนี้เอกสารหมาย จ. 7 พร้อมคำแปล ในวันที่ 7 ธันวาคม 2544 เรือได้ขนสินค้าถึงท่าเรือเมืองดามัม และในวันที่ 8 เดือนเดียวกัน เวลากลางคืน ลูกค้าของโจทก์ได้รับเอกสารต่าง ๆ ที่ใช้ในการรับสินค้าโดยจำเลยเป็นผู้จัดส่งไป แต่จากนั้นลูกค้าของโจทก์ไม่ได้นำเอกสารดังกล่าวไปขอรับสินค้าอ้างว่าช่วงเวลาหลังจากวันที่ 8 ธันวาคม 2544 ในประเทศซาอุดิอาระเบียตรงกับประเพณีทางศาสนาเป็นวันหยุดทำงานติดต่อกันประมาณ 1 สัปดาห์ ลูกค้าของโจทก์ไม่ได้ไปรับสินค้า ต่อมาในวันที่ 27 เดือนเดียวกัน ลูกค้าของโจทก์ได้รับสินค้าและนำไปทำลายแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ โดยศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นผู้ขนส่งและลูกค้าของโจทก์ได้ไปรับสินค้าเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2544 โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2546 จึงพ้นระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่จำเลยส่งมอบของ ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 46 เห็นว่า ตามมาตรา 46 ดังที่บัญญัติไว้มีความว่า สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเพื่อความสูญหาย เสียหายหรือส่งมอบชักช้าแห่งของที่รับขนตามสัญญารับขนของทางทะเล ถ้าไม่ได้ฟ้องคดีต่อศาลภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้ขนส่งได้ส่งมอบของให้เป็นอันขาดอายุความ กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ใช้บังคับเฉพาะกรณีที่ผู้รับตราส่งหรือผู้ส่งของฟ้องให้ผู้ขนส่งรับผิดในค่าเสียหายเพื่อความสูญหาย เสียหายหรือส่งมอบชักช้า แห่งของที่รับขนตามสัญญารับขนของทางทะเลเท่านั้น แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องและนำสืบ และจำเลยให้การ กับนายสวัสดิ์หรือนายศิวัช ยี่สุ้นแสง ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ นายชาญชัย ปิยวัชรวิจิตร ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยตอบคำถามค้าน ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโจทก์ว่าจ้างจำเลยดำเนินการจัดส่งสินค้าของโจทก์ไปให้ลูกค้าของโจทก์ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยโจทก์ฟ้องอ้างเหตุว่าจำเลยเป็นตัวแทนของโจทก์ ให้จำเลยรับผิดเพราะจัดส่งเอกสารไปให้แก่ลูกค้าของโจทก์ที่ปลายทางต
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4206/2549 · ทนอย Thanoy