ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2548

ฎีกาที่ 4211/2548

หลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาตกลงยินยอมเป็นนักเรียนในความดูแลของโจทก์ตามสัญญาเป็นนักเรียนในความดูแลของ ก.พ. มีจำเลยที่ 2 บิดาและ ก. มารดาทำหนังสือยินยอมให้จำเลยที่ 1 อยู่ในความดูแลของโจทก์ โดยจำเลยที่ 2 ทำสัญญากับโจทก์ว่าจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการศึกษาให้จำเลยที่ 1 ให้โจทก์เป็นผู้จัดหาสถานศึกษาและยินยอมที่จะจัดส่งค่าใช้จ่ายตามที่โจทก์ได้ออกทดรองจ่ายแทนไปก่อน จำเลยที่ 1 ได้เข้าเรียนในประเทศอังกฤษ เมื่อปิดการศึกษา จำเลยที่ 1 เดินทางกลับประเทศไทย และรายงานตัวต่อโจทก์ ที่สำนักงานประเทศไทยว่าจะกลับไปเรียนต่อ ต่อมา ก. ได้ทำบันทึกถึงโจทก์ประสงค์ให้จำเลยที่ 1 ย้ายโรงเรียน หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองทำหนังสือแจ้งยกเลิกการไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษถึงโจทก์ โจทก์ได้ชำระค่าเล่าเรียนแทนจำเลยที่ 1 ไปแล้ว และระหว่างศึกษาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ จำเลยทั้งสองได้เบิกค่าใช้จ่ายให้โจทก์ทดรองจ่ายไปก่อนด้วย ดังนั้น เมื่อสัญญาเป็นนักเรียนในความดูแลของ ก.พ. และสัญญาฝากและออกค่าใช้จ่ายที่จำเลยทั้งสองทำไว้กับโจทก์ระบุว่า กรณีผิดนัดชำระหนี้ให้โจทก์คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี โจทก์จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดจากจำเลยทั้งสองในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ตามสัญญาดังกล่าว กรณีนี้ไม่ใช่เบี้ยปรับซึ่งศาลจะมีอำนาจปรับลดลงได้

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 384,467.03 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 300,108.71 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 196,774.20 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2538 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 8,000 บาท โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 5,100.42 ปอนด์สเตอร์ลิง พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2538 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ในการคิดเปลี่ยนเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินบาทให้คิดโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนโดยเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์ที่ขายเงินตราต่างประเทศในกรุงเทพมหานครในวันที่อ่านคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุด ถ้าไม่มีอัตราแลกเปลี่ยนในวันดังกล่าว ให้ถือเอาวันสุดท้ายที่มีอัตราแลกเปลี่ยนเช่นว่านั้นก่อนวันอ่านคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุด แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินอัตรา 1 ปอนด์สเตอร์ลิงต่อ 58.84 บาท และเมื่อคิดเป็นเงินบาทแล้วต้นเงินต้องไม่เกิน 300,108.71 บาท ตามที่โจทก์ขอ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 5,000 บาท จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ยุติว่า เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2536 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาตกลงยินยอมเป็นนักเรียนในความดูแลของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ของโจทก์ตามสัญญาเป็นนักเรียนในความดูแลของ ก.พ. มีจำเลยที่ 2 บิดาและนางกาญจนา มารดา ทำหนังสือยินยอมให้จำเลยที่ 1 อยู่ในความดูแลของโจทก์หนังสือให้ความยินยอม โดยจำเลยที่ 2 ทำสัญญากับโจทก์ว่าจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการศึกษาให้จำเลยที่ 1 ตามหนังสือ ให้โจทก์เป็นผู้จัดหาสถานศึกษาและยินยอมที่จะจัดส่งค่าใช้จ่ายตามที่โจทก์ได้ออกทดรองจ่ายแทนไปก่อน ตามคำรับรอง ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนเชอร์บอร์น ในประเทศอังกฤษ เมื่อโรงเรียนเชอร์บอร์นปิดภาคการศึกษาภาคต้นจำเลยที่ 1 เดินทางกลับประเทศไทยและได้ไปรายงานตัวต่อโจทก์ที่สำนักงานประเทศไทยเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2537 ว่า จำเลยที่ 1 จะกลับไปเรียนต่อในวันที่ 10 มกราคม 2537 ตามแบบรายงานตัวกลับ วันที่ 6 มกราคม 2537 นางกาญจนา ได้ทำบันทึกถึงโจทก์ประสงค์ให้จำเลยที่ 1 ย้ายโรงเรียนตั้งแต่เดือนกันยายน ปีการศึกษา 2537 ตามหนังสือขอให้ย้ายโรงเรียน วันที่ 26 เมษายน 2537 โรงเรียนชาร์เตอร์เฮาส์ตอบตกลงรับจำเลยที่ 1 ต่อมาวันที่ 11 สิงหาคม 2537 จำเลยทั้งสองทำหนังสือแจ้งยกเลิกการไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษถึงโจทก์ โจทก์ได้ชำระค่าเล่าเรียนแก่โรงเรียนชาร์เตอร์เฮาส์ จำนวน 4,074 ปอนด์สเตอร์ลิง แทนจำเลยที่ 1 ไปแล้ว และระหว่างศึกษาอยู่ที่ประเทศอังกฤษจำเลยทั้งสองได้เบิกค่าใช้จ่ายให้โจทก์ทดรองจ่ายไปก่อนด้วย จำเลยทั้งสองจำต้องชำระคืนโจทก์พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันผิดนัด ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองมีว่า จำเลยทั้งสองต้องชำระค่าเล่าเรียน จำนวน 4,074 ปอนด์สเตอร์ลิง คืนโจทก์หรือไม่ จำเลยทั้งสองนำสืบว่า จำเลยทั้งสองไม่เคยได้รับแจ้งว่า โรงเรียนชาร์เตอร์เฮาส์ตกลงรับจำเลยที่ 1 เข้าเรียนแล้วและโจทก์ชำระค่าเล่าเรียนจำนวนดังกล่าวไปหลังจากจำเลยทั้งสองแจ้งยกเลิกไม่ไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษแล้ว ปัญหานี้โจทก์นำสืบว่าโจทก์ติดต่อโรงเรียนชาร์เตอร์เฮาส์ให้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นโรงเรียนหนึ่งในสามโรงเรียนที่นางกาญจนาแสดงความประสงค์ไว้และจำเลยที่ 1 ได้กรอกใบสมัครส่งไปให้โรงเรียนชาร์เตอร์เฮาส์เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2537 ตามใบสมัคร ทางโรงเรียนชาร์เตอร์เฮาส์ได้ตอบรับจำเลยที่ 1 เข้าเรียนในเดือนกันยายน 2537 โดยระบุว่าขึ้นอยู่กับว่านักเรียนต้องมี ผลคะแนน GCSE ในระดับดีอย่างน้อย 6 วิชา โดยจะต้องรวมภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์ด้วย ทางโรงเรียนชาร์เตอร์เฮาส์กำหนดให้กรอกแบบฟอร์มคืนไปภายในวันที่ 16 พฤษภาคม ตามหนังสือของโรงเรียนชาร์เตอร์เฮาส์ ซึ่งผู้แทนของโจทก์ได้ตอบตกลงไปแล้วตามหนังสือตอบรับจำเลยที่ 1 เองก็เบิกความยอมรับว่าโรงเรียนชาร์เตอร์เฮาส์ได้เชิญจำเลยที่ 1 ไปทดสอบความรู้ และพาชมบรรยากาศของโรงเรียน ในขณะนั้นจำเลยที่ 1 กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนเชอร์บอร์นซึ่งมีกำหนดสอบภาคสุดท้ายในเดือนมิถุนายน 2537 แสดงว่าขณะที่โรงเรียนชาร์เตอร์เฮาส์ตอบรับจำเลยที่ 1 เข้าเรียน จำเลยที่ 1 ยังอยู่ที่ประเทศและอยู่ในความดูแลของโจทก์ จึงเป็นไปไม่ได้ว่าโจทก์ไม่ได้แจ้งให้จำเลยที่ 1 ทราบว่าโรงเรียนชาร์เตอร์เฮาส์ตอบตกลงรับจำเลยที่ 1 เข้าเรียนแล้ว ที่จำเ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4211/2548 · ทนอย Thanoy