ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2540

ฎีกาที่ 4275/2540

หลักกฎหมาย

หนังสือแจ้งให้โจทก์ไปรับเงินมีข้อความว่า เรื่องขอเชิญไปติดต่อขอรับเงินค่าทดแทนโดยการทำสัญญา และตอนท้ายของหนังสือระบุว่า ในการติดต่อขอรับเงินค่าทดแทนนี้โจทก์มีสิทธิที่จะตกลงทำสัญญารับเงินค่าทดแทนโดยสงวนสิทธิหรือไม่สงวนสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้งสิ่งที่ส่งมาด้วยมีรายการเอกสารที่ต้องใช้ในการทำสัญญารับเงินค่าทดแทน ซึ่งข้อความดังกล่าวเป็นเหตุให้เข้าใจได้ว่าเป็นหนังสือแจ้งให้มาทำสัญญาตกลงซื้อขายและกำหนดจำนวนเงินค่าทดแทนกันตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 เมื่อการกระทำทางปกครองของเจ้าหน้าที่ไม่มีความชัดแจ้ง จึงต้องตีความให้เกิดความชอบธรรมแก่ผู้ถูกกระทำคือประชาชนมิให้เสียสิทธิโดยไม่เป็นธรรม กรณีเช่นนี้จึงถือได้ว่าหนังสือดังกล่าวมิใช่หนังสือแจ้งให้มารับเงินค่าทดแทนตามมาตรา 25 วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 หนังสือเอกสารหมาย จ.5 เป็นเพียงหนังสือเชิญโจทก์ไปติดต่อขอทำสัญญารับเงินค่าทดแทนเท่านั้น ดังนั้น เมื่อผู้รับมอบหมายจากจำเลยทั้งสองมีหนังสือลงวันที่7 กรกฎาคม 2535 แจ้งให้โจทก์รับเงินค่าทดแทนที่วางไว้ที่ธนาคารออมสินตามหนังสือเอกสารหมาย จ.16 เมื่อโจทก์ไม่พอใจย่อมมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือเอกสารหมาย จ.6 และเมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์วันที่ 30 กรกฎาคม 2535 จึงเป็นการยื่นอุทธรณ์ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง ค่าแผงรั้ว ประตูอัลลอยย์ และรั้วกับช่องระเบียง เมื่อปรากฏว่าโจทก์ได้ฟ้องเรียกค่าทดแทนความเสียหายในส่วนนี้ไว้ต่างหากแล้วในคดีของศาลแพ่งตามสำเนาคำพิพากษาท้ายฎีกาของโจทก์ ซึ่งเป็นคดีที่โจทก์ในคดีนี้ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในคดีนี้เรียกค่าทดแทนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ถูกเวนคืนเพิ่มขึ้น คดีดังกล่าวเป็นการเวนคืนรายเดียวกันกับคดีนี้และยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาเช่นกัน ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยถึงความเสียหายในส่วนนี้ให้ในคดีนี้ คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกร้องเฉพาะค่าทดแทนไม้ยืนต้นเพิ่มขึ้นจากที่ฝ่ายจำเลยกำหนดอีกเป็นเงิน 266,200 บาท ทั้งโจทก์ได้ฟ้องเรียกค่าทดแทนในส่วนที่เป็นสนามหญ้าเพิ่มขึ้นไว้แล้วในคดีของศาลแพ่ง ดังนั้นสำหรับคดีนี้จึงมีปัญหาที่จะวินิจฉัยเฉพาะค่าทดแทนไม้ยืนต้นเท่านั้น ที่โจทก์ฎีกาขอให้คิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2531 ซึ่งเป็นวันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่อำเภอปากเกร็ด...พ.ศ. 2530 ใช้บังคับ เมื่อคดีนี้ปรากฏว่าไม่มีการตกลงทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์กันตามมาตรา 10 จึงไม่มีวันที่ต้องมีการจ่ายเงินค่าทดแทนตามมาตรา 11 ดังนั้นวันเริ่มต้นนับดอกเบี้ยจึงต้องนับแต่วันที่วางเงินค่าทดแทนตามมาตรา 26 วรรคสาม และโจทก์มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยจากเงินค่าทดแทนที่ศาลให้จำเลยทั้งสองชำระเพิ่มขึ้นในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน แต่ไม่เกินอัตราตามคำขอของโจทก์

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 25490, 25818 และ 25819พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 94/8 - 9 อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ป้อมยามคอนกรีตเสริมเหล็ก รั้วคอนกรีตเสริมเหล็ก ถนน ท่อระบายน้ำ สนามหญ้า ไม้ยืนต้นและอื่น ๆได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่อำเภอปากเกร็ดอำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี... พ.ศ. 2530 เพื่อสร้างทางพิเศษสายแจ้งวัฒนะ -บางโคล่ และสายพญาไท - ศรีนครินทร์ มีจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืน เมื่อวันที่ 2กุมภาพันธ์ 2532 มีประกาศสำนักงานนายกรัฐมนตรีกำหนดให้การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวเป็นกรณีเร่งด่วนเพื่อให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าครอบครองหรือใช้อสังหาริมทรัพย์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ได้ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ดังกล่าวถูกเวนคืนทั้งหมด จำเลยที่ 2 มีหนังสือลงวันที่ 11กันยายน 2533 ให้โจทก์ไปรับเงินค่าทดแทน 4,183,315.37 บาท และมีหนังสือลงวันที่3 กรกฎาคม 2534 แจ้งให้โจทก์ทราบว่า ไม่ได้กำหนดเงินค่าทดแทนค่าบ้านเพราะไม่ได้เวนคืนบ้านทั้งหลัง โจทก์จึงอุทธรณ์ขอให้เวนคืนบ้านทั้งหลัง ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้วินิจฉัยอุทธรณ์ให้เวนคืนบ้านทั้งหลัง จำเลยที่ 2 ได้มีหนังสือลงวันที่6 กุมภาพันธ์ 2535 ให้โจทก์ไปรับเงินค่าทดแทนบ้านเป็นเงิน 11,007,555.16 บาท ต้นไม้เป็นเงิน 33,800 บาท เนื่องจากเงินค่าทดแทนต่ำจึงตกลงกันไม่ได้ จำเลยที่ 1 ได้นำเงินค่าทดแทนจำนวนดังกล่าวไปฝากไว้ที่ธนาคารออมสิน สาขานนทบุรี เพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ วันที่ 30 กรกฎาคม 2535 โจทก์ได้อุทธรณ์เงินค่าทดแทนบ้านและต้นไม้ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยขอเงินค่าทดแทนเพิ่มอีก 33,258,644.84 บาท แต่ไม่ได้รับการวินิจฉัยให้ โจทก์ขอคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 1มกราคม 2531 จนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 12,232,802.97 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด45,491,447.81 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงิน 45,491,447.81 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงิน 33,258,644.84 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 2 ได้มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ไปรับเงินค่าทดแทนวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2535 โจทก์จะต้องอุทธรณ์ภายใน 60 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือแจ้งแต่โจทก์ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2535 เกินกำหนดระยะเวลาดังกล่าวจึงไม่มีอำนาจฟ้อง การกำหนดเงินค่าทดแทนบ้านและต้นไม้ให้แก่โจทก์เป็นไปตามขั้นตอนของทางราชการและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดโดยถูกต้องและเป็นธรรมแล้ว จำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดเรื่องดอกเบี้ย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 25490, 25818 และ 25819 พร้อมสิ่งปลูกสร้างคือบ้านเลขที่ 94/8-9 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 25818 และ 25490 ได้มีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่อำเภอปากเกร็ด อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และเขตบางเขน เขตดุสิต เขตพญาไท เขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตยานนาวาเขตห้วยขวาง เขตบางกะปิ เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2530 มีผลให้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวของโจทก์จะถูกเวนคืนเพื่อสร้างทางพิเศษสายแจ้งวัฒนะ - บางโคล่ ได้กำหนดให้จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามพระราชกฤษฎีกาต่อมาจำเลยที่ 1 ได้มีหนังสือฉบับลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2535 ถึงโจทก์แจ้งให้ทราบว่าคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นซึ่งได้รับแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ทำการประกาศราคาเบื้องต้นของอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ที่จะถูกเวนคืน คิดเป็นเงินค่าทดแทนได้ดังนี้ สิ่งปลูกสร้างบ้านพักอาศัยเลขที่ 94/8-9 เป็นเงิน 11,007,555.16บาท และไม้ยืนต้นเป็นเงิน 33,800 บาท รวมเป็นเงิน 11,041,355.16 บาท ดังนั้น จึงขอให้โจทก์ติดต่อขอรับเงินค่าทดแทนจำนวนดังกล่าวภายในกำหนด 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนั้นในการติดต่อขอรับเงินค่าทดแทนนี้โจทก์มีสิทธิที่จะตกลงทำสัญญารับเงินค่าทดแทนโดยสงวนสิทธิหรือไม่สงวนสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หากโจทก์ไม่ไปติดต่อขอรับเงินค่าทดแทนภายในระยะเวลาดังกล่าวจำเลยที่ 1 จะดำเนินการวางเงินค่าทดแทนตามกฎหมายต่อไป ปรากฏตามเอกสารหมายจ.15 โจทก์ได้รับหนังสือจำเลยที่ 1 จึงมีหนังสือลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2535 มาถึงโจทก์แจ้งการวางเงินค่าทดแทนว่า จำเลยที่ 1 ได้นำเงินค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้างและไม้ยืนต้นจำนวนที่ระบุไว้ข้างต้นไปฝากไว้ที่ธนาคารออมสิน สาขานนทบุรี ในนามของโจทก์เพื่อชำระหนี้ตามกฎหมายแล้ว ขอให้โจทก์ไปรับได้ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.16 ต่อมาวันที่ 30 กรกฎาคม 2535 โจทก์จึงได้อุทธรณ์เงินค
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4275/2540 · ทนอย Thanoy