คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2565
ฎีกาที่ 4330/2565
หลักกฎหมาย
ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคาใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐนั้น นอกจากผู้กระทำต้องมีเจตนาไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมแล้วยังต้องมีเจตนาเพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐอีกด้วย โจทก์จึงมีหน้าที่นำพยานหลักฐานมานำสืบให้เห็นชัดว่า จำเลยมีเจตนาเพื่อเอื้ออำนวยให้แก่ผู้เข้าเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ มิฉะนั้นไม่อาจลงโทษจำเลยได้
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบพิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ5 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 6 ปี 8 เดือน จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าจำเลยเป็นพนักงานส่วนตำบล ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป ระดับ 4 และเป็นปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล มีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐขณะเกิดเหตุจำเลยได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2545 องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ประกาศสอบราคาโครงการก่อสร้างศูนย์จำหน่ายสินค้าชุมชน และโครงการถมที่ดินบริเวณร้านค้าชุมชน ด้วยวิธียื่นซองสอบราคา โดยโครงการก่อสร้างศูนย์จำหน่ายสินค้าชุมชน กำหนดวันซื้อและรับเอกสารสอบราคาระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม 2545 ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2545 ในเวลาราชการ กำหนดวันยื่นซองสอบราคาและเปิดซองสอบราคาวันที่ 1 พฤศจิกายน 2545 ส่วนโครงการถมที่ดินบริเวณร้านค้าชุมชนกำหนดวันซื้อและรับเอกสารสอบราคาระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม 2545 ถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2545 ในเวลาราชการ กำหนดวันยื่นซองสอบราคาวันที่ 30 ตุลาคม 2545 เวลา 8.30 นาฬิกา ถึง 11.30 นาฬิกา และเปิดซองสอบราคาเวลา 13 นาฬิกา เป็นต้นไป ในการนี้องค์การบริหารส่วนตำบลมีคำสั่งตั้งนางหรือนางสาวเกตุสุนีย์ เป็นเจ้าหน้าที่ขายเอกสารสอบราคาโครงการก่อสร้างศูนย์จำหน่ายสินค้าชุมชน และมีคำสั่งที่ 100/2545 ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2545 ตั้งจำเลยเป็นเจ้าหน้าที่รับซอง และตั้งนายถนอม กรรมการบริหาร อบต. เป็นประธานกรรมการเปิดซองสอบราคาโครงการถมที่ดินบริเวณร้านค้าชุมชน โดยมีนางหรือนางสาวเกตุสุนีย์ นายกรินทร์ นายทวัฒน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 และนายวิชัย เลขาประชาคมหมู่ที่ 5 เป็นกรรมการ ต่อมาวันที่ 28 ตุลาคม 2545 นายสุรเชษฐ์ หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด ศ. ไปซื้อเอกสารสอบราคาโครงการก่อสร้างศูนย์จำหน่ายสินค้าชุมชน ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล จำเลยแจ้งว่าไม่มีกุญแจไขตู้เก็บเอกสารสอบราคาโครงการดังกล่าว ไม่สามารถขายให้ได้ โดยได้รับเงินค่าซื้อเอกสารสอบราคา 2,000 บาท และออกใบสำคัญรับเงินให้นายสุรเชษฐ์ และแจ้งให้มารับเอกสารพร้อมใบเสร็จรับเงินในวันรุ่งขึ้น ครั้นวันที่ 29 ตุลาคม 2545 จำเลยออกใบเสร็จรับเงินค่าซื้อเอกสารสอบราคาโครงการถมดินบริเวณร้านค้าชุมชนให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. ห้างหุ้นส่วนจำกัด จ. และบริษัท ก. และนางหรือนางสาวเกตุสุนีย์ ได้ออกใบสำคัญรับเงินจำนวน 1,500 บาท ค่าซื้อเอกสารสอบราคาโครงการถมดินบริเวณร้านค้าชุมชน ให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศ. นายสุรเชษฐ์ได้ทำบันทึกร้องเรียนว่าซื้อเอกสารสอบราคาโครงการถมดินบริเวณร้านค้าชุมชน แล้วไม่ได้รับเอกสารสอบราคา โดยนางหรือนางสาวเกตุสุนีย์ได้ทำบันทึกรายงานเหตุดังกล่าวเสนอไปด้วย หน้า 235, 268 และ 267 เมื่อถึงวันยื่นซองสอบราคาและเปิดซองสอบราคาโครงการถมดินบริเวณร้านค้าชุมชน ในวันที่ 30 ตุลาคม 2545 มีผู้ยื่นซองเสนอราคา 3 ราย คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด จ. ห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. และบริษัท ก. แต่ห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. กับบริษัท ก. ทำผิดเงื่อนไขคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาจึงรับซองเสนอราคาของห้างหุ้นส่วนจำกัด จ. โดยต่อรองราคาเหลือ 790,000 บาท จากนั้นวันที่ 5 พฤศจิกายน 2545 องค์การบริหารส่วนตำบลทำสัญญาจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด จ. เป็นผู้รับจ้างโครงการถมดินบริเวณร้านค้าชุมชน ส่วนโครงการก่อสร้างศูนย์จำหน่ายสินค้าชุมชนมีห้างหุ้นส่วนจำกัด จ. ยื่นซองเสนอราคาเพียงรายเดียวองค์การบริหารส่วนตำบล จึงยกเลิกการสอบราคา หลังจากนั้นนายสุรเชษฐ์ทำหนังสือร้องเรียนต่อนายอำเภอ และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงซึ่งนายอำเภอแต่งตั้งสอบสวนแล้ว มีความเห็นว่า จำเลยมีเจตนาปิดบังไม่ให้นายสุรเชษฐ์ซื้อเอกสารสอบราคาโครงการทั้งสอง และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วมีมติชี้มูลว่าจำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 แต่จำเลยให้การปฏิเสธ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในประการแรกว่า คำบรรยายฟ้องของโจทก์ครบองค์ประกอบความผิดหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง