ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2556

ฎีกาที่ 4353/2556

หลักกฎหมาย

พ. ได้ว่าจ้างให้จำเลยที่ 3 ช่วยเก็บรักษาเมทแอมเฟตามีนไว้ให้ เป็นเงิน 2,000,000 บาท หลังจากนั้น 2 ถึง 3 วัน พ. โทรศัพท์หาจำเลยที่ 3 บอกว่า มีเมทแอมเฟตามีนอีก 1 ล็อต ช่วยเก็บรักษาไว้ให้ด้วย โดย พ. จะจ่ายค่าจ้างเพิ่มให้อีก 1,000,000 บาท รวมเป็นเงิน 3,000,000 บาท กรณีจึงเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 3 รับฝากเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองจาก พ. ต่างกรรมต่างวาระกัน โดยจำเลยที่ 3 ได้รับค่าตอบแทนการรับฝากเพิ่มจากจำนวนที่เพิ่มขึ้นอีกส่วนหนึ่ง นอกจากนี้สถานที่ตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนก็ต่างสถานที่กัน ข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ย่อมเป็นการบ่งชี้ให้เห็นว่า จำเลยที่ 3 มีเจตนาในการมีไว้ในครอบครองเมทแอมเฟตามีนสองจำนวนดังกล่าวแยกออกจากกันโดยเด็ดขาด จึงเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระตาม ป.อ. มาตรา 91 จำเลยที่ 3 มีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายรวมสองกรรม การลงโทษผู้กระทำความผิดให้น้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 เป็นการให้อำนาจแก่ศาลในการใช้ดุลพินิจลงโทษมิใช่บทบังคับแต่อย่างใด

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100/1, 102 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3, 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91 ริบเมทแอมเฟตามีนและถังใส่น้ำแข็งจำนวน 3 ใบ ของกลาง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยที่ 3 ขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ประหารชีวิต จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 (2) ประกอบมาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 3 ไว้ตลอดชีวิต สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้ยกฟ้อง ริบเมทแอมเฟตามีนและถังใส่น้ำแข็งจำนวน 3 ใบ ของกลาง โจทก์และจำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 3 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แต่จำเลยที่ 3 ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อเจ้าพนักงานตำรวจตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 จึงให้จำคุกจำเลยที่ 3 รวม 2 กระทง กระทงละตลอดชีวิต และปรับกระทงละ 5,000,000 บาท จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกกระทงละ 25 ปี และปรับกระทงละ 2,500,000 บาท รวมจำคุก 50 ปี และปรับ 5,000,000 บาท จำเลยที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง พันตำรวจตรีสรกฤช จ่าสิบตำรวจอนนท์ กับพวกเจ้าพนักงานตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ได้ร่วมกันตรวจค้นบ้านเลขที่ 512/272 และบ้านเลขที่ 512/281 หมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พบเงินสดจำนวน 3,000,000 บาท ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อผ้าสีดำมีหูหิ้วและพบสัญญากู้ยืมเงินกับโฉนดที่ดินจำนวนมากบรรจุอยู่ในกระเป๋าเอกสารเก็บอยู่ภายในห้องเก็บของบ้านเลขที่ 512/272 ตรวจยึดบัญชีรายการเอกสารและทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ และตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 50,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในห้องเก็บของบ้านเลขที่ 512/281 ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 และที่ 2 พักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 512/281 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การว่าเงินสด เอกสารต่าง ๆ และเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ 3 เจ้าพนักงานตำรวจจึงติดตามจับกุมจำเลยที่ 3 ได้ จากนั้นได้นำตัวจำเลยที่ 3 ไป ตรวจค้นบ้านเลขที่ 202/43 หมู่บ้านผาสุข แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร พบเมทแอมเฟตามีนซุกซ่อนอยู่ภายในห้องเก็บของจำนวน 1,300,000 เม็ด และเมทแอมเฟตามีนที่แตกหักอีก 1 ถุง ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การปฏิเสธ อ้างว่าเป็นเพียงผู้พักอาศัยในบ้านเลขที่ 512/281 มีหน้าที่ดูแลบ้านหลังดังกล่าวและหลังอื่น ๆ ให้จำเลยที่ 3 โดยได้รับค่าตอบแทน ส่วนจำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพ ผลการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดให้โทษพบว่าเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ ซึ่งเป็นเกลือของเมทแอมเฟตามีนและเป็นอนุพันธ์แอมเฟตามีน โดยเมทแอมเฟตามีนจำนวน 50,000 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 983.175 กรัม เมทแอมเฟตามีนจำนวน 1,300,000 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 24,583.845 กรัม และเมทแอมเฟตามีนที่แตกหัก 1 ถุง คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 110.603 กรัม คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 ประเด็นแรกว่า การที่จำเลยที่ 3 มีไว้ในครอบครองซึ่งเมทแอมเฟตามีนอันค้นพบได้ในบ้านเลขที่ 512/281 จำนวน 50,000 เม็ด จำนวนหนึ่งและมีไว้ในครอบครองซึ่งเมทแอมเฟตามีนอันค้นพบได้ในบ้านเลขที่ 202/43 จำนวน 1,300,000 เม็ด กับส่วนที่แตกหักอีก 1 ถุง อีกจำนวนหนึ่ง เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวหรือสองกรรม เห็นว่า แม้ว่าผู้ฝากเมทแอมเฟตามีนและผู้รับฝากเป็นรายเดียวกัน บ้านที่เก็บเมทแอมเฟตามีนจำนวน 2 หลัง จะเป็นเจ้าของเดียวกัน และเมทแอมเฟตามีนทั้งสองจำนวนดังกล่าวจะมีสภาพและบรรจุหีบห่อที่เหมือนกันไม่ปรากฏข้อแตกต่างตามที่จำเลยที่ 3 ได้ฎีกามาก็ตาม แต่ยังปรากฏข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเมทแอมเฟตามีนทั้งสองจำนวนในบันทึกคำใ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4353/2556 · ทนอย Thanoy