ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2536

ฎีกาที่ 4382/2536

หลักกฎหมาย

จำเลยฎีกาว่า พยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยลักทรัพย์ของผู้เสียหายหรือศาลรับฟังพยานโจทก์ที่เบิกความแตกต่างกันเป็นการรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ชอบ เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 336 ทวิ, 83 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7)(12) วรรคสาม, 336 ทวิ, 83 จำคุกคนละ 4 ปี6 เดือน คำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 2ขอถอนฎีกา ศาลฎีกาอนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ตามศาลชั้นต้นที่พิพากษาให้จำคุกจำเลยคนละ 4 ปี 6 เดือน คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218วรรคแรก จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกาว่าพยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1ที่ 3 ลักกุ้งของผู้เสียหายไปจึงไม่เป็นความผิดซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนแล้วฟังว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3 เป็นคนร้ายที่ลักกุ้งของผู้เสียหายไป ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 ในส่วนนี้จึงเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกาอีกว่าพยานโจทก์เบิกความแตกต่างกัน ศาลรับฟังพยานที่เบิกความแตกต่างกันเป็นการรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ชอบนั้นเป็นการฎีกาโต้แย้งในข้อที่ว่าศาลควรจะเชื่อคำเบิกความของพยานหรือไม่อย่างไรซึ่งศาลจะเชื่อคำเบิกความของพยานหรือไม่อย่างไรนั้น เป็นการใช้ดุลพินิจพิจารณาหาเหตุผลตามพฤติการณ์และข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนแต่ละเรื่องไป ไม่มีบทกฎหมายระบุว่าพยานเบิกความอย่างไรศาลจะเชื่อได้หรือไม่ได้ หรือพยานเบิกความอย่างไรควรมีเหตุสงสัยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 227 ฎีกาของจำเลยที่ 1ที่ 3 ส่วนนี้เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน เมื่อฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 มีแต่ปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามบทกฎหมายที่ได้กล่าวข้างต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 3
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4382/2536 · ทนอย Thanoy