ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2541

ฎีกาที่ 4416/2541

หลักกฎหมาย

ทางจำเป็นเกิดขึ้นโดยอำนาจของกฎหมายและเป็นทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ต้องจดทะเบียนการได้มาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ทางจำเป็นจึงเป็นสิทธิที่มีอยู่เหนือทรัพย์สินและสามารถใช้ยันแก่บุคคลทั่วไป ทางจำเป็นรายพิพาทเจ้าของเดิมในที่ดินโฉนดเลขที่ 5854 มีสิทธิใช้ผ่านออกไปสู่ทางสาธารณะได้ และโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 5853 ซึ่งล้อมอยู่ได้รับเงินค่าใช้ทางจำเป็นจากเจ้าของที่ดินที่ใช้ทางจำเป็นไปแล้วโดยโจทก์ตกลงจะไม่เรียกร้องค่าใช้ทางจำเป็นจากเจ้าของที่ดินเดิมหรือจากผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านซึ่งปลูกในที่ดินโฉนดเลขที่ 5854 อีกตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งศาลมีคำพิพากษาตามยอมแล้ว กรณีเช่นนี้จำเลยผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 5854 ย่อมได้มาซึ่งทรัพยสิทธิทางจำเป็น จึงรับโอนทั้งสิทธิและหน้าที่จากเจ้าของที่ดินเดิม แม้จำเลยในคดีนี้ไม่ได้เป็นคู่ความในคดีก่อน แต่เมื่อจำเลยได้รับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 5854 มาจากจำเลยในคดีเดิม จำเลยจึงมิใช่บุคคลภายนอก โจทก์และจำเลยจึงต้องผูกพันโดยคำพิพากษาในคดีก่อนด้วยกัน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าใช้ทางจำเป็นจากจำเลยอีก ข้อบังคับของอาคารชุดโจทก์ระบุให้เจ้าของบ้านและบริวารหรือผู้มีสิทธิอยู่อาศัยในบ้านซึ่งตั้งอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 5854 มีสิทธิใช้ทางเข้าออกซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนกลางร่วมกับเจ้าของรวม แต่ต้องเฉลี่ยค่าใช้จ่ายและค่าบำรุงรักษาในการใช้ประโยชน์ในทรัพย์ส่วนกลางดังกล่าวด้วย แม้จำเลยเป็นเจ้าของบ้านพร้อมที่ดินโฉนดเลขที่ 5854 แต่จำเลยเป็นบุคคลภายนอก มิใช่เจ้าของรวมในอาคารชุดโจทก์ ทั้งการใช้ทางจำเป็นของจำเลยก็เป็นไปโดยอำนาจของกฎหมาย จำเลยจึงไม่ต้องผูกพันปฏิบัติตามข้อบังคับดังกล่าวข้างต้นของโจทก์

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 5853 จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 5854 และเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 30/1 ซึ่งปลูกสร้างอยู่ในที่ดินแปลงดังกล่าวโดยรับโอนกรรมสิทธิ์จากเจ้าของเดิม เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2533 จำเลยที่ 2 เป็นสามีของจำเลยที่ 1 ที่ดินของโจทก์ดังกล่าวเป็นทางจำเป็นเพื่อให้จำเลยที่ 1 และบริวารผ่านเข้าออกสู่ถนนสาธารณะ ซึ่งตามข้อบังคับของโจทก์ จำเลยที่ 1 และบริวารจะต้องชำระค่าใช้จ่ายและค่าบำรุงรักษาในการใช้ทางจำเป็นและทรัพย์ส่วนกลางอื่น ๆ ของโจทก์เสมือนเป็นเจ้าของรวมคนหนึ่งของโจทก์ โดยโจทก์คิดจากจำนวนรถยนต์ในอัตราคันละ2,000 บาท ตามข้อตกลงระหว่างโจทก์กับเจ้าของเดิม เป็นเงินเดือนละ 4,000 บาทนับแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2533 ถึงวันฟ้องเป็นเวลา 49 เดือน เป็นเงิน 216,000 บาทโจทก์แจ้งให้จำเลยทั้งสองชำระเงินดังกล่าวแล้ว จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 216,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์เดือนละ 4,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะเลิกใช้ทางจำเป็น จำเลยทั้งสองให้การว่า ภายหลังโจทก์ปิดกั้นทางพิพาทบริษัทอาร์ท เดโค จำกัดได้ฟ้องโจทก์ขอให้เปิดทางพิพาท ศาลมีคำพิพากษาให้เปิดทางพิพาทเป็นทางจำเป็นห้ามโจทก์ปิดกั้นตลอดไปตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1072/2529 ของศาลแพ่ง โจทก์จึงฟ้องบริษัทอาร์ท เดโค จำกัด เรียกค่าทดแทนในการใช้สิทธิผ่านที่ดินของโจทก์ แล้วตกลงประนีประนอมยอมความกันโดยบริษัทอาร์ท เดโค จำกัด ยอมชำระเงินค่าใช้ทางพิพาท (ทางจำเป็น) แก่โจทก์เป็นเงิน 150,000 บาท และโจทก์ตกลงว่าจะไม่เรียกร้องค่าใช้ทางจำเป็นจากผู้อยู่อาศัยในบ้านเลขที่ 30/1 ซึ่งปลูกสร้างอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 5854 ต่อมาบริษัทอาร์ท เดโค จำกัด ได้ขายที่ดินโฉนดเลขที่ 5854 พร้อมบ้านเลขที่ 30/1 ให้แก่จำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2533 จำเลยที่ 1 จึงรับโอนมาทั้งสิทธิและหน้าที่จากบริษัทอาร์ท เดโค จำกัด เจ้าของเดิม มูลหนี้เกี่ยวกับค่าใช้ทางที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ โจทก์ได้รับชำระจากบริษัทอาร์ท เดโค จำกัด ตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว ทั้งโจทก์ตกลงว่าจะไม่เรียกร้องค่าใช้ทางจากผู้อยู่อาศัยในบ้านเลขที่ 30/1โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าใช้ทางจำเป็นจากจำเลยทั้งสองอีก จำเลยทั้งสองมิใช่เจ้าของร่วมในนิติบุคคลอาคารชุดย่อมไม่สามารถนำข้อบังคับของโจทก์มาใช้แก่จำเลยทั้งสองได้ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย ล.10 เป็นการใช้ค่าทดแทนการใช้ทางในคราวเดียวโดยไม่ต้องเสียค่าใช้ทางอีก และจำเลยทั้งสองได้แสดงเจตนาที่จะถือเอาประโยชน์ตามสัญญาดังกล่าวซึ่งทำขึ้นเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอกแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าใช้ทางจำเป็นอีก พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า สัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย ล.10 มีผลผูกพันคู่ความ เมื่อจำเลยที่ 1 รับโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 5854 ย่อมรับโอนมาทั้งสิทธิและหน้าที่ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์อีก พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า เดิมที่ดินโฉนดเลขที่ 5854 เป็นของบริษัทอาร์ท เดโค จำกัด ต่อมาบริษัทอาร์ท เดโค จำกัด ได้ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยขอให้โจทก์เปิดทางพิพาทในที่ดินโฉนดเลขที่ 5853 เป็นทางจำเป็น ศาลมีคำพิพากษาให้โจทก์เปิดทางพิพาทในที่ดินดังกล่าวกว้าง 6.50 เมตร ยาวตลอดแนวที่ดินเป็นทางจำเป็น ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 11072/2529 ของศาลแพ่ง คดีถึงที่สุด จากนั้นโจทก์ฟ้องบริษัทอาร์ท เดโค จำกัด เป็นจำเลยเรียกค่าใช้ทางจำเป็น แล้วตกลงประนีประนอมยอมความกันโดยบริษัทอาร์ท เดโค จำกัด ยอมชำระเงินค่าใช้ทางพิพาท (ทางจำเป็น) ให้แก่โจทก์เป็นเงิน 150,000 บาท และยอมชำระค่าซ่อมทางดังกล่าวเป็นจำนวนหนึ่งในเจ็ดของค่าซ่อมทางแต่ละครั้ง ทั้งโจทก์จะไม่เรียกร้องค่าใช้ทางจำเป็นจากบริษัทอาร์ท เดโค จำกัด หรือผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านเลขที่ 30/1 ซึ่งตั้งอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 5854อีกตามสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย ล.10 ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 25136/2529 ของศาลแพ่ง ต่อมาวันที่ 19 กรกฎาคม 2533 จำเลยที่ 1 รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 5854 พร้อมบ้านเลขที่ 30/1 จากบริษัทอาร์ท เดโค จำกัด แต่ไม่ยอมชำระค่าใช้ทางพิพาทให้แก่โจทก์ นอกจากนี้คดีรับฟังได้ตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์โดยคู่ความมิได้โต้แย้งคัดค้านว่า บริษัทอาร์ท เดโค จำกัด เจ้าของเดิมในที่ดินโฉนดเลขที่ 5854 ได้ชำระค่าใช้ทางจำเป็นรายนี้แก่โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย ล.10 แล้ว คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เป็นลำดับแรกว่า สัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 25136/2529 ของศาลแพ่ง ไม่มีผลผูกพันจำเลยทั้งสองซึ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4416/2541 · ทนอย Thanoy