คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2541
ฎีกาที่ 4419/2541
หลักกฎหมาย
++ เรื่อง เครื่องหมายการค้า ++ ++ ++ ทดสอบการทำงานในระบบ CW เพื่อค้นหาข้อมูลทาง online ++ ++ ย่อข้อกฎหมายอย่างไม่เป็นทางการ ++ ขอชุดตรวจได้ที่งานย่อข้อกฎหมายระบบ CW โถงกลางชั้น 3 ++ ++ ++ โจทก์เป็นเจ้าของและเป็นผู้ใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า ORIENTEXPRESS มาก่อนจำเลย โจทก์จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียซึ่งมีสิทธิในเครื่องหมายการค้าดังกล่าวและในเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนของจำเลยคำว่า VENICESIMPLON - ORIENT - EXPRESS เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนคำว่า ORIENT EXPRESS ของจำเลย และเครื่องหมายการค้าที่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนคือเครื่องหมายคำว่า ORIENT-EXPRESS ดีกว่าจำเลยผู้ที่ได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของและมีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยและให้จำเลยถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยดังกล่าวได้ ตามบทบัญญัติมาตรา 41(1) แห่ง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2477 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะที่โจทก์อ้างว่าถูกโต้แย้งสิทธิ ที่จำเลยฎีกาว่า แม้โจทก์จะได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไว้แล้วก็ตาม แต่การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวเป็นการกระทำโดยนำเอาทรัพย์สินของบุคคลอื่นมาจดทะเบียน โจทก์จึงไม่อาจอ้างอิงแสวงสิทธิในทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวเพื่อห้ามจำเลยจดทะเบียนและใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวในประเทศที่โจทก์ไม่ได้รับการจดทะเบียนไว้นั้น เมื่อคดีนี้เป็นคดีที่โต้แย้งสิทธิกันระหว่างโจทก์กับจำเลย มิใช่การโต้แย้งสิทธิระหว่างโจทก์กับบุคคลอื่นเมื่อศาลฎีกาได้วินิจฉัยแล้วว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าพิพาทและเครื่องหมายการค้าที่โจทก์จดทะเบียนและยื่นขอจดทะเบียนดีกว่าจำเลย ดังนี้แม้จะวินิจฉัยข้อฎีกาดังกล่าวของจำเลยให้ ก็ไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลง กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยข้อฎีกาดังกล่าวของจำเลยอีกต่อไป ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาบังคับให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพิกถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยรวม 19 ฉบับ และเพิกถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่184378 ของจำเลย กับห้ามจำเลยใช้และจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่าORIENT EXPRESS อีกต่อไป และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนในส่วนนี้นั้น ปรากฏตามคำฟ้องว่าโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยรวม19 ฉบับ และให้จำเลยถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า 1 ฉบับ โดยอ้างว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของจำเลยและเครื่องหมายการค้าตามคำขอจดทะเบียนของจำเลยดังกล่าวดีกว่าจำเลย ผู้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ในกรณีนี้คือจำเลย หาใช่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าซึ่งเป็นบุคคลภายนอกและมิได้ถูกฟ้องเป็นจำเลยด้วยไม่ ศาลจึงไม่อาจพิพากษาบังคับนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าซึ่งเป็นบุคคลภายนอกคดีให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาบังคับนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวจึงเป็นการที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ.ว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่ง ส่วนที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาห้ามจำเลยใช้และจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า ORIENT EXPRESS อีกต่อไปนั้น ปรากฏตามคำฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าซึ่งได้จดทะเบียนในต่างประเทศ แต่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนในประเทศไทย โจทก์จึงอยู่ในฐานะเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ยังไม่ได้จดทะเบียน ย่อมไม่อาจนำคดีมาสู่ศาลเพื่อฟ้องขอให้ห้ามผู้อื่นมิให้ใช้หรือจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นอันเป็นการฟ้องเพื่อป้องกันการล่วงสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา29 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิได้ คำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองในส่วนนี้จึงไม่ชอบด้วยบทกฎหมายดังกล่าว ปัญหาทั้งสองดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้
มาตราที่อ้างถึง
ป.วิ.พ. 55ป.วิ.พ. 142ป.วิ.พ. 242ป.วิ.พ. 249พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 29พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 41
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกิจการรถไฟที่มีชื่อว่า ORIENTEXPRESS ซึ่งแล่นผ่านระหว่างกรุงปารีสและกรุงอิสตันบูลมาตั้งแต่ปี ค.ศ.๑๘๘๓(พ.ศ.๒๔๒๖) นับถึงปัจจุบันเป็นเวลา ๑๐๐ ปีเศษ จนเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย มีนักประพันธ์นำไปประพันธ์เป็นนวนิยายชื่อ MURDER ON THE ORIENT EXPRESSและต่อมาได้สร้างเป็นภาพยนตร์ฉายไปทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทย นอกจากใช้เป็นชื่อเรียกขบวนรถไฟดังกล่าวแล้ว โจทก์ยังนำมาใช้เป็นเครื่องหมายการค้ากับสินค้าจำพวกสิ่งตีพิมพ์ หนังสือวารสาร แม็กกาซีน และสินค้าอื่น ๆ อีกมากมายหลายชนิด จนสินค้าของโจทก์ภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า ORIENT EXPRESSเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทย โจทก์ได้นำเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไปจดทะเบียนไว้ในประเทศต่าง ๆ เกือบทั่วโลก จำเลยมีเจตนาไม่สุจริตโดยรู้ว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์ใช้เป็นที่แพร่หลายทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย แต่จำเลยยังนำไปจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าโดยใช้วิธีเพิ่มตัวอักษรโรมันคำว่า VENICE SIMPLON และรูปรอยประดิษฐ์ลงไป ดังปรากฏในคำขอเลขที่ ๑๗๘๙๑๐ ถึง ๑๗๘๙๒๖ เลขที่ ๑๘๑๒๒๑, ๑๘๔๓๗๗ และ ๑๘๔๓๗๘รวม ๒๐ คำขอ โจทก์ได้คัดค้านการจดทะเบียนของจำเลยในคำขอเลขที่ ๑๘๔๓๗๘อันเป็นคำขอหลังสุดของจำเลย แต่นายทะเบียนได้ยกคำคัดค้านของโจทก์ โดยเห็นว่าโจทก์ยังไม่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนในประเทศไทย และของจำเลยมีคำว่าVENICE SIMPLON และรูปลวดลายประดิษฐ์ประกอบเป็นภาคสาระสำคัญอีกส่วนหนึ่งด้วย ตามหนังสือของนายทะเบียนและคำวินิจฉัยของนายทะเบียน ซึ่งโจทก์ได้รับเมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๓๓ โจทก์ไม่เห็นพ้องด้วยคำวินิจฉัยของนายทะเบียนเพราะคำว่า ORIENT EXPRESS เป็นเครื่องหมายการค้าที่สำคัญที่โจทก์ได้ใช้มาก่อนจำเลยนานปีแล้ว จำเลยไม่มีสิทธินำไปจดทะเบียน ส่วนอีก ๑๙ คำขอ โจทก์ไม่ทราบมาก่อนว่าจำเลยได้นำไปจดทะเบียน จึงไม่ทันได้คัคค้าน ขอให้พิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าคำว่า OREINT EXPRESS ดีกว่าจำเลย ให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพิกถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ทั้ง๒๐ คำขอดังกล่าวข้างต้น หรือให้จำเลยดำเนินการถอนคำขอและทะเบียนดังกล่าวภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันพิพากษา หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยห้ามจำเลยใช้และจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า ORIENT EXPRESS อีกต่อไป จำเลยให้การว่า จำเลยได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า VENICE SIMPLON ORIENT EXPRESS กับลวดลายตามรูปที่ ๑เอกสารท้ายคำให้การหมายเลข ๑ สำหรับสินค้าในจำพวกที่ ๓๙ รายการสินค้าบรรดาสินค้าทั้งมวลซึ่งอยู่ในจำพวกนี้ตามคำขอจดทะเบียนเลขที่ ๑๘๔๓๗๘ นอกจากนี้ยังได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า ORIENT - EXPRESS ตามรูปที่ ๒ สำหรับสินค้าจำพวกต่าง ๆ ตามคำขอเลขที่ ๑๘๔๓๗๗ และคำว่า VENICESIMPLON - ORIENT - EXPRESS ตามรูปที่ ๓ สำหรับสินค้าในหลายจำพวกตามคำขอจดทะเบียนที่ ๑๗๘๙๑๐ ถึง ๑๗๘๙๒๖ และ ๑๘๑๒๒๑ รวม ๑๘ รายการซึ่งเครื่องหมายการค้าตามรูปที่ ๒ และที่ ๓ นี้ได้รับการจดทะเบียนไว้แล้วทั้งสิ้นมิใช่เป็นแต่เพียงคำขอหรืออยู่ระหว่างการยื่นขอจดทะเบียน และโจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่า ORIENT EXPRESS และมิได้เป็นเจ้าของรวมทั้งมิได้ประกอบกิจการรถไฟที่ใช้ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าดังกล่าว จำเลยต่างหากที่ประกอบกิจการรถไฟชื่อ ORIENT EXPRESS และ VENICE SIMPLON ORIENTEXPRESS นอกจากนี้โจทก์ไม่เคยประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายสินค้า สิ่งตีพิมพ์วารสาร แม็กกาซีน หรือสินค้าใดที่ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าว และไม่เคยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า ORIENT EXPRESS กับสินค้าใด ๆ ที่โจทก์อ้างความเป็นเจ้าของและอ้างว่าสินค้าของโจทก์ภายใต้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวเป็นที่รู้จักแพร่หลายในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทย และโจทก์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นไว้ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จึงเป็นความเท็จจำเลยไม่เคยเป็นคู่สัญญาหรือเกี่ยวข้องไม่ว่าทางใด ๆ ตลอดจนไม่เคยกระทำการใด ๆ อันเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตหรือละเมิดต่อโจทก์ แต่การที่จำเลยยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า VENICE SIMPLON ORIENT EXPRESSตามรูปที่ ๑ @@@@@ และคำว่า ORIENT - EXPRESS และคำว่า VENICESIMPLON - ORIENT - EXPRESS ตามรูปที่ ๒ และรูปที่ ๓ ตามคำขอต่าง ๆนั้นได้รับการจดทะเบียนแล้ว ซึ่งเป็นการกระทำโดยสุจริตและชอบด้วยกฎหมายโดยมิได้ลอกเลียนเครื่องหมายการค้าทั้งหมดมาจากเครื่องหมายที่โจทก์อ้างว่าเป็นเจ้าของ จำเลยเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้ารูปที่ ๑ ถึง ๓ แล้ว ยังเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าอื่น ๆ ที่มีคำว่า VENICE SIMPLON ORIENT EXPRESS หรือORIENT EXPRESS เป็นสาระสำคัญแต่เพียงผู้เดียวและได้มาโดยสุจริต โดยเฉพาะคำว่า VENICE SIMPLON ORIENT EXPRESS ยังเ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง