ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2562

ฎีกาที่ 4424/2562

หลักกฎหมาย

จำเลยได้รับอนุญาตจากกระทรวงคมนาคมให้ประกอบกิจการค้าการเดินอากาศ และได้ทำสัญญากับโจทก์มีข้อตกลงกันให้จำเลยใช้ทรัพย์สิน บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ รวมถึงบริการที่เก็บอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานกรุงเทพ และท่าอากาศยานเชียงใหม่ของโจทก์ และจำเลยตกลงชำระค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ และค่าภาระต่าง ๆ ที่เกิดจากการใช้ทรัพย์สิน บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ของโจทก์ตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของโจทก์ว่าด้วยอัตราภาระการใช้ ท่าอากาศยาน ทรัพย์สิน บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในกิจการของโจทก์ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน หรือที่จะใช้ใหม่ในอนาคตแล้วแต่กรณี ข้อตกลงดังกล่าวมิได้เป็นกรณีที่โจทก์มีหน้าที่ต้องรับทำการงานต่าง ๆ ให้แก่จำเลย แล้วเรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับในการนั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (7) ซึ่งจะต้องใช้สิทธิเรียกร้องภายในกำหนดอายุความ 2 ปี แต่เป็นเรื่องที่โจทก์มีหน้าที่เพียงให้บริการการใช้ทรัพย์สิน บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ แก่จำเลยเท่านั้น อันมีลักษณะเป็นสัญญาการให้บริการตามข้อตกลงซึ่งเป็นเรื่องที่มิได้มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 ประกาศกระทรวงคมนาคมที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎกระทรวงฉบับที่ 30 (พ.ศ.2528) เป็นกฎหมายลำดับรองหรือเป็นส่วนของรายละเอียดของกฎหมายซึ่งเป็นกฎหมายที่มีลำดับสูงหรือกฎหมายแม่บทของประกาศกระทรวงนั้น เมื่อกฎกระทรวงดังกล่าวถูกยกเลิก ประกาศกระทรวงนั้นย่อมต้องถูกยกเลิกตามไปด้วย เว้นแต่จะมีบทเฉพาะกาลกำหนดให้ประกาศหรือกฎหมายลำดับรองให้ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไป

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 26,043,453.75 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ของต้นเงิน 19,643,716.43 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งบังคับให้โจทก์ชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย 1,302,920.05 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,151,025.35 บาท นับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 19,643,716.35 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 19,254,560.08 บาท นับแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ของต้นเงิน 63,148.75 บาท และของต้นเงิน 326,007.60 บาท นับแต่วันที่ 24 มกราคม 2556 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ดอกเบี้ยคิดคำนวณรวมกันถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 30 เมษายน 2557) ต้องไม่เกิน 6,399,737.32 บาท กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 15,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี ให้ยกฟ้องแย้งจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยในส่วนฟ้องแย้งให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 4,848,581.95 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 4,840,787 บาท นับแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 7,794.95 บาท นับแต่วันที่ 24 มกราคม 2556 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องโจทก์ทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่จำเลยต้องรับผิดในชั้นอุทธรณ์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความไม่ฎีกาโต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการท่าอากาศยาน รวมทั้งดำเนินการกิจการอื่นที่เกี่ยวข้อง จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการโรงเรียนเอกชนเพื่อรับสอนการขับเครื่องบิน เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2447 โจทก์กับจำเลยทำข้อตกลงการใช้ทรัพย์สิน บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวก ขอใช้ทรัพย์สิน บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ของโจทก์ ณ ท่าอากาศยานกรุงเทพ รวมทั้งดำเนินการอื่น ๆ เพื่อให้การทำการบินของจำเลยเป็นไปโดยเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของทางวิ่ง ทางขับ และลานจอดอากาศยานรวมถึงที่เก็บอากาศยานด้วย จำเลยตกลงชำระเงินค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการบินตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ และค่าภาระต่าง ๆ ที่เกิดจากการใช้ทรัพย์สิน บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ของโจทก์ตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของโจทก์ว่าด้วยอัตราค่าภาระการใช้ท่าอากาศยานทรัพย์สิน บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในกิจการของโจทก์ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน หรือที่จะแก้ไขใหม่ในอนาคตแล้วแต่กรณี โดยให้โจทก์ส่งใบแจ้งหนี้เรียกเก็บเงินดังกล่าวไปที่จำเลย และจำเลยต้องชำระเงินให้แก่โจทก์ภายในเวลาที่กำหนดในใบแจ้งหนี้ ส่วนที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ โจทก์กับจำเลยไม่ได้ทำข้อตกลงการใช้ทรัพย์สิน บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกกันไว้ แต่ถือปฏิบัติกันว่า หากจำเลยใช้ทรัพย์สิน บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกของโจทก์ที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ โจทก์จะเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการบิน และค่าภาระต่าง ๆ ตามอัตราที่กำหนดไว้เช่นเดียวกันจากจำเลย และจำเลยต้องชำระเป็นเงินสดให้แก่โจทก์ในทันที ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการขึ้นลงสนามบินและค่าธรรมเนียมที่เก็บเครื่องบินเป็นไปตามข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือนซึ่งไม่เกินอัตราที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง หลังจากทำข้อตกลงจำเลยนำเครื่องบินที่ใช้เพื่อการฝึกบินในกิจการของจำเลยมาทำการบินขึ้นลงที่สนามบินของโจทก์ที่ท่าอากาศยานกรุงเทพและท่าอากาศยานเชียงใหม่ กับใช้สนามบินของโจทก์ที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่เป็นที่เก็บเครื่องบินของจำเลย จำเลยชำระค่าธรรมเนียมในการใช้บริการแก่โจทก์เรื่อยมา วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2548 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอาศัยอำนาจตามความในข้อ 6 (5) แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ 30 (พ.ศ.2528) ออกประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง ยกเว้นค่าธรรมเนียมในการขึ้นลงของอากาศยานให้กับอากาศยานขนาดเล็กของบริษัทเอกชนในเที่ยวบินที่ใช้เพื่อการฝึกบินภายในประเทศ ทำให้ระหว่างที่ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับ จำเลย สถาบันการบินพลเรือน และบริษัทเอกชนอื่น ๆ ที่ใช้สนามบินของโจทก์เพื่อการฝึกบินภายในประเทศได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมในการขึ้นลงของเครื่องบิน ต่อมากระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4424/2562 · ทนอย Thanoy