ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2537

ฎีกาที่ 444/2537

หลักกฎหมาย

จำเลยเข้าไปลักทรัพย์แล้วเข้าไปหลบอยู่ในห้องน้ำก่อนที่จะกระทำอนาจารผู้เสียหาย เมื่อจำเลยกระทำอนาจารผู้เสียหายแต่ผู้เสียหายขัดขืนจำเลยจึงทำร้ายผู้เสียหายดังนี้ ที่จำเลยทำร้ายผู้เสียหายเป็นการกระทำที่ไม่ต่อเนื่องกับการลักทรัพย์ แต่เป็นการกระทำที่ขาดตอนแยกต่างหากจากกันแล้ว เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 278, 295, 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 278, 295, 335(1)(8) วรรคสาม เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานกระทำอนาจาร จำคุก 1 ปีฐานทำร้ายร่างกาย จำคุก 1 ปี ฐานลักทรัพย์ จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ จำเลยไม่คัดค้าน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าความผิดฐานกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีเป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายจะถอนคำร้องทุกข์ในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้ ส่วนความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถานเวลากลางคืนและทำร้ายร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(8) วรรคสาม, 295 ไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ในความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวจึงยังไม่ระงับไป สำหรับปัญหาข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยเข้าไปลักทรัพย์แล้วเข้าไปหลบอยู่ในห้องน้ำก่อนที่จะกระทำการอนาจารผู้เสียหาย เมื่อจำเลยกระทำอนาจารผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายขัดขืนจำเลยจึงทำร้ายผู้เสียหาย ดังนี้ ที่จำเลยทำร้ายผู้เสียหายเป็นการกระทำที่ไม่ต่อเนื่องกับการลักทรัพย์ แต่เป็นการกระทำที่ขาดตอนแยกต่างหากจากกันแล้ว ไม่ใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทดังที่จำเลยฎีกา หากแต่เป็นการกระทำอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำหน่ายคดีเฉพาะความผิดฐานกระทำอานาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง