คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2531
ฎีกาที่ 4480/2531
หลักกฎหมาย
พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 4 ว่า "ขาย" หมายความรวมถึง จำหน่าย จ่าย แจกแลกเปลี่ยน ส่งมอบ หรือมีไว้เพื่อขาย จำเลยมีแอมเฟตามีนไว้เพื่อขายและในขณะที่ยังมีแอมเฟตามีนดังกล่าวไว้ จำเลยได้ขายแอมเฟตามีนไปส่วนหนึ่ง ดังนี้จำเลยมีความผิดฐานขายแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13เพียงกรรมเดียว
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 90พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 4พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 13
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 6, 13, 89 และ 116 สั่งริบแอมเฟตามีนของกลางและคืนธนบัตรของกลางทั้งหมดแก่เจ้าของ จำเลยให้การว่า จำเลยมีแอมเฟตามีน 34 เม็ดของกลางไว้ในครอบครองเพื่อเสพ มิได้มีไว้เพื่อจำหน่ายและขาย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 และ 89 ความผิดฐานมีแอมเฟตามีนไว้เพื่อจำหน่ายจำคุก 6 ปี ความผิดฐานขายแอมเฟตามีนจำคุก 6 ปี รวมเป็นจำคุก 12 ปี คำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนและในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 8 ปี ริบ(แอมเฟตามีน) ของกลาง คืนธนบัตรของกลางทั้งหมดแก่เจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นซึ่งให้ลงโทษจำคุกจำเลย 2 กระทง กระทงละไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 คงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำอันเป็นความผิดกรรมเดียวหรือไม่ ซึ่งในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาต้องรับฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222 ว่าจำเลยมีแอมเฟตามีนของกลาง 34 เม็ด และขายให้สายลับไป 4 เม็ดพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4บัญญัติว่า "ขาย" หมายความรวมถึงจำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยนส่งมอบ หรือมีไว้เพื่อขาย เมื่อจำเลยมีแอมเฟตามีนจำนวนหนึ่งไว้เพื่อขาย และในขณะที่ยังมีแอมเฟตามีนดังกล่าวไว้ จำเลยได้ขายแอมเฟตามีนไปส่วนหนึ่ง การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานขายแอมเฟตามีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 เพียงกรรมเดียวฎีกาจำเลยฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานขายแอมเฟตามีนซึ่งเป็นวัตถุที่ออกฤทธิ์ในประเภท 2 กระทงเดียว จำคุก 6 ปี คำให้การชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลย 4 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง