คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2559
ฎีกาที่ 4488/2559
หลักกฎหมาย
การทำซ้ำโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์นั้น ไม่ว่าจะเป็นการทำซ้ำจากบันทึกของงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันมีลิขสิทธิ์ที่ผู้เสียหายอนุญาตให้ทำขึ้น หรือทำซ้ำจากบันทึกของงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ก็ล้วนเป็นการกระทำต่อโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันมีลิขสิทธิ์ซึ่งถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 30 (1) เพราะชุดคำสั่งที่เขียนด้วยภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (source code) หรือภาษาเครื่อง (object code) อันเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4 ซึ่งบันทึกอยู่ในงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายหรือบันทึกอยู่ในบันทึกของงานที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายนั้นเป็นตัวงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4 และ 6
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 4พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 6พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 30พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 69
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 30, 61, 69, 75 และ 76 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 และ 33 ริบเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 41 เครื่อง ของกลางและให้หน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 41 เครื่อง ของกลางที่บันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และให้จำเลยจ่ายค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า เมื่อได้ตรวจคำฟ้องแล้วเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้ละเมิดลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของบริษัทไมโครซอฟท์คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้เสียหาย โดยการนำเอาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่มีผู้ทำซ้ำดัดแปลงขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัทผู้เสียหายไปติดตั้งบันทึกลงในหน่วยความจำถาวรของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยจำนวน 41 เครื่อง ซึ่งจำเลยกระทำในลักษณะทำซ้ำดัดแปลง ทำให้ปรากฏเป็นคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดที่นำไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ โดยวิธีบันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของบริษัทดังกล่าวลงในหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ และจำเลยได้ประโยชน์จากการใช้และให้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของบริษัทผู้เสียหาย ตามคำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวยังไม่แน่ชัดว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีการบรรจุลงในหน่วยความจำนั้นเป็นโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์หรือเป็นโปรแกรมที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย และจำเลยหรือผู้อื่นนั้นกระทำการอันละเมิดลิขสิทธิ์แก่งานของบริษัทผู้เสียหายในลักษณะอย่างไรกันแน่ เมื่อคำฟ้องของโจทก์ยังไม่ชัดเจนดังกล่าว จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) พิพากษายกฟ้อง ให้คืนของกลางทั้งหมดแก่เจ้าของ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าโจทก์บรรยายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานละเมิดลิขสิทธิ์ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของโจทก์เพื่อการค้า ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 30 (1) ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยได้กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ "Microsoft Windows XP Professional" โปรแกรมคอมพิวเตอร์ "Microsoft Office Professional Edition 2003" และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ "Microsoft Office Enterprise 2007" ของบริษัทผู้เสียหายซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายประเทศสหรัฐอเมริกาที่เป็นภาคีในอนุสัญญากรุงเบอร์นว่าด้วยการคุ้มครองงานวรรณกรรมและศิลปกรรมอันเป็นอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วยและผู้เสียหายได้โฆษณางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทั้งสามดังกล่าวเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2544 วันที่ 21 ตุลาคม 2546 และวันที่ 31 มกราคม 2550 ตามลำดับ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งอยู่ในระยะเวลาคุ้มครองลิขสิทธิ์ 50 ปี นับแต่ที่ได้โฆษณางานนั้นครั้งแรก ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 19 วรรคสี่ โดยจำเลยทำซ้ำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทั้งสามของผู้เสียหายที่มีผู้ทำซ้ำโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายด้วยการบันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทั้งสามดังกล่าวลงในหน่วยความจำถาวร (Hard Disk) ของเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 41 เครื่อง ที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยและจำเลยได้ประโยชน์จากการใช้และให้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนทั้งสี่สิบเอ็ดเครื่องดังกล่าวซึ่งเป็นกระทำเพื่อการค้าหากำไรจากประชาชนทั่วไปซึ่งเป็นลูกค้าจำเลยที่เข้ามาใช้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวภายในร้านอิสเทิร์นคอมอันเป็นสถานประกอบกิจการของจำเลยที่ถนนราษฎรดำริ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหาย ดังนี้ การบรรยายฟ้องดังกล่าวของโจทก์ถือได้ว่าเป็นการบรรยายฟ้องว่าจำเลยได้กระทำซ้ำโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันมีลิขสิทธิ์ทั้งสามโปรแกรมดังกล่าวของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้นเพื่อการค้า อันเป็นการบรรยายฟ้องครบองค์ประกอบของความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ในงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง