ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551

ฎีกาที่ 4590/2551

หลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยโจทก์เป็นผู้จัดการมรดก ซึ่งต้องจัดการแบ่งมรดกที่ดินซึ่งเดิมมีเนื้อที่ 2 งาน 96 ตารางวา แต่เมื่อรังวัดใหม่พบว่าที่ดินของโจทก์มีเนื้อที่จริงตามที่รังวัดได้คือ 1 ไร่ 1 งาน 37 ตารางวา แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมแก้ไขเนื้อที่และจดทะเบียนโฉนดที่ดินให้โจทก์ และจำเลยที่ 2 คัดค้านการรังวัดที่ดิน เป็นการร่วมกันทำละเมิดต่อโจทก์ ขอให้จำเลยที่ 1 เปลี่ยนแปลงเนื้อที่ในโฉนดที่ดินตามที่รังวัดได้จริง และขอให้จำเลยที่ 2 ถอนการคัดค้านการรังวัดที่ดิน ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทข้อ 2 ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ จึงรวมถึงปัญหาตามประเด็นที่ว่าที่ดินที่รังวัดใหม่มีเนื้อที่เกินกว่าที่ระบุในโฉนดเป็นเขตคลองบางกระเทียมที่ตื้นเขินหรือเป็นของโจทก์หรือไม่อยู่ในตัว เพราะก่อนที่จะวินิจฉัยได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่จะต้องวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวเสียก่อน หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินที่รังวัดใหม่มีเนื้อที่เกินกว่าที่ระบุไว้ในโฉนดเป็นเขตคลองกระเทียมแล้ว การกระทำของจำเลยทั้งสองก็ย่อมไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ และไม่จำต้องวินิจฉัยเรื่องค่าเสียหายเพราะไม่เป็นประโยชน์แก่คดีแล้วนั่นเอง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้วินิจฉัยถึงปัญหาว่า ที่ดินที่รังวัดใหม่มีเนื้อที่เกินกว่าที่ระบุในโฉนดเป็นเขตคลองบางกระเทียมตื้นเขินหรือของโจทก์ จึงไม่ได้เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น และเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 2 ถอนคำคัดค้านการรังวัดที่ดินโฉนดเลขที่ 2685 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และขอให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนการรังวัดสอบเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 2685 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 1 งาน 37 ตารางวา หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทน กับขอให้ร่วมกันชำระค่าเสียหาย 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 2 ถอนคำคัดค้านการรังวัดที่ดินโฉนดเลขที่ 2685 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ให้จำเลยที่ 1 ดำเนินการแก้ไขเนื้อที่ในโฉนดที่ดินเลขที่ 2685 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นเนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 37 ตารางวา หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว จำเลยทั้งสองฎีกาเป็นประการแรกว่า ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นพิพาทไว้เพียง 3 ข้อ คือ 1. โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 หรือไม่ 2. การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ และ 3. โจทก์เสียหายหรือไม่เพียงใด การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดประเด็นและวินิจฉัยว่า ที่ดินที่รังวัดใหม่มีเนื้อที่เกินกว่าที่ระบุในโฉนดเป็นเขตคลองบางกระเทียมที่ตื้นเขินหรือเป็นของโจทก์ชอบหรือไม่ จึงเป็นการวินิจฉัยในข้อที่ศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 นั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์ โดยโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกซึ่งต้องจัดการแบ่งมรดกที่ดินซึ่งเดิมมีเนื้อที่ 2 งาน 96 ตารางวา แต่เมื่อรังวัดใหม่พบว่าที่ดินของโจทก์มีเนื้อที่จริงตามที่รังวัดได้คือ 1 ไร่ 1 งาน 37 ตารางวา แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมแก้ไขเนื้อที่และจดทะเบียนโฉนดที่ดินให้โจทก์ และจำเลยที่ 2 คัดค้านการรังวัดที่ดินเป็นการร่วมกันทำละเมิดต่อโจทก์ ขอให้จำเลยที่ 1 เปลี่ยนแปลงเนื้อที่ในโฉนดที่ดินตามที่ได้รังวัดจริง และให้จำเลยที่ 2 ถอนคำคัดค้านการรังวัดที่ดิน ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นพิพาทข้อ 2 ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ จึงรวมถึงปัญหาตามประเด็นที่ว่าที่ดินรังวัดใหม่มีเนื้อที่เกินกว่าที่ระบุในโฉนดเป็นเขตคลองบางกระเทียมที่ตื้นเขินหรือเป็นของโจทก์หรือไม่อยู่ในตัว เพราะก่อนที่จะวินิจฉัยได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่จะต้องวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวเสียก่อน หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินที่รังวัดใหม่มีเนื้อที่เกินกว่าที่ระบุไว้ในโฉนดเป็นเขตคลองบางกระเทียมแล้ว การกระทำของจำเลยทั้งสองก็ย่อมจะไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ และไม่จำต้องวินิจฉัยเรื่องค่าเสียหายเพราะไม่เป็นประโยชน์แก่คดีแล้วนั่นเอง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้วินิจฉัยถึงปัญหาว่า ที่ดินที่รังวัดใหม่มีเนื้อที่เกินกว่าที่ระบุในโฉนดเป็นเขตคลองบางกระเทียมตื้นเขินหรือเป็นของโจทก์ จึงไม่ได้เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น และเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปเป็นประการสุดท้ายว่า ที่ดินพิพาทเนื้อที่ 2 งาน 45 ตารางวา เป็นที่ดินคลองบางกระเทียมที่ตื้นเขินหรือเป็นที่ดินของโจทก์เดิมที่มีการรังวัดผิดพลาด ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันฟังยุติได้ว่า ที่ดินตามโฉนดพิพาทเอกสารหมาย จ.1 นายเฟื้อนบิดาโจทก์ได้กรรมสิทธิ์มาโดยการครอบครองปรปักษ์ตามคำสั่งของศาลจังหวัดสมุทรปราการในคดีหมายเลขแดงที่ 704/2534 เอกสารหมาย จ.2 อาณาเขตของที่ดินทิศเหนือและทิศตะวันตกติดคลองบางกระเทียม ในการรังวัดที่ดินแนวเขตด้านที่ติดต่อคลองบางกระเทียม มีนายพิเชษฐ์ได้รับมอบหมายจากปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอบางเสาธงให้ไประวังแนวเขตที่พิพาทในคดีนี้ ซึ่งการไประวังแนวเขตครั้งที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 นายพิเชษฐ์ไม่ได้คัดค้านเกี่ยวกับการรังวัดแนวเขต แต่ในครั้งที่ 4 นายพิเชษฐ์ได้ยินชาวบ้านพูดกันว่าที่ดินส่วนที่เกินนั้นเป็นส่วนของคลองบางกระเทียมที่ตื้นเขิน อีกทั้งยังเบิกความอีกว่า พยานอาศัยอยู่ในบริเวณที่พิพาทตั้งแต่เด็ก แนวคลองบางกระเทียมในสมัยนั้นมีความกว้างกว่าสมัยนี้มาก บริเวณที่โจทก์ขอรังวัดเพิ่มเติมสมัยก่อนเป็นบริเวณที่น้ำท่วมถึง แต่ปัจจุบันน้ำท่วมไม่ถึงแล้วเนื่องจากประตูน้ำบริเวณตำบลคลองด่านสามารถระบายน้ำได้ทัน เมื่อพ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง