ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2565

ฎีกาที่ 4627/2565

หลักกฎหมาย

กรมธรรม์ประกันภัยทางทะเลมีข้อตกลงโดยชัดแจ้งว่า สัญญาประกันภัยทางทะเลระหว่างผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 ผู้รับประกันภัย กับผู้ร้องที่ 22 ผู้เอาประกันภัย ให้อยู่ภายใต้กฎหมายและแนวปฏิบัติของประเทศอังกฤษ กรณีจึงต้องนำกฎหมายเกี่ยวกับประกันภัยทางทะเลของประเทศอังกฤษมาใช้บังคับตามสัญญาดังกล่าว ผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 ยื่นคำร้องขอให้บังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการโดยอ้างเหตุว่า ผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 เข้ารับช่วงสิทธิของผู้ร้องที่ 22 จากการที่ผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 ชำระค่าสินไหมทดแทนไปตามสัญญาประกันภัยสินค้าทางทะเล จำนวน 3,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ จึงเป็นกรณีที่ผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 อ้างเหตุในฐานะผู้สืบสิทธิของผู้ร้องที่ 22 ซึ่งเป็นคู่พิพาทตามคำชี้ขาด ดังนี้ การพิจารณาเหตุแห่งการใช้สิทธิทางศาลของผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 ดังกล่าวจึงต้องพิจารณาเกี่ยวกับสิทธิอันเกิดแต่สัญญาประกันภัยสินค้าทางทะเลระหว่างผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 กับร้องที่ 22 ว่า ผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 เป็นผู้สืบสิทธิโดยชอบโดยผลของกฎหมายหรือไม่เป็นสำคัญ ซึ่งผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 มีภาระการพิสูจน์ในประเด็นนี้ โดยกรณีนี้ต้องนำกฎหมายเกี่ยวกับการประกันภัยทางทะเลของประเทศอังกฤษมาใช้บังคับตามสัญญา ซึ่งคู่ความนำสืบรับกันว่าคือ พ.ร.บ.การประกันภัยทางทะเล ค.ศ. 1906 (Marine Insurance Act 1906) โดยไม่มีประเด็นที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 13 เมื่อพิจารณาจากบทนิยามตามมาตรา 1 แห่ง พ.ร.บ.การประกันภัยทางทะเล ค.ศ. 1906 ที่ให้คำนิยามไว้ว่า สัญญาประกันภัยทางทะเลเป็นสัญญาที่ผู้รับประกันภัยตกลงจะใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยในกรณีเกิดความเสียหายอันเกิดจากการเสี่ยงภัยทางทะเลตามที่ระบุไว้ในสัญญา โดยที่มาตรา 3 ให้ความหมายของคำว่า การเสี่ยงภัยทางทะเลตามพระราชบัญญัติดังกล่าวที่อาจระบุไว้ในสัญญาประกันภัยทางทะเล ซึ่งวัตถุที่เอาประกันภัยต้องเกี่ยวข้องกับภัยทางทะเล (Maritime Perils) และให้ความหมายคำว่า "Maritime Perils" ว่า หมายถึงภัยอันเป็นผลที่เกิดขึ้นจากการเดินเรือทางทะเลอันได้แก่ภัยทางทะเล อัคคีภัย ภัยสงคราม โจรสลัด โจรกรรม การยึด การหน่วงเหนี่ยว การทิ้งทะเล การกระทำโดยทุจริตของคนเรือและภัยอื่นที่มีลักษณะเดียวกันหรือที่ตกลงกันไว้ในกรมธรรม์ แต่ผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 นำสืบได้ความแต่เพียงว่า กรมธรรม์ประกันภัยทางทะเลมีข้อตกลงการรับประกันภัยสินค้าถ่านหินในส่วนที่ 6 โดยมีเงื่อนไขความคุ้มครองการประกันภัยสินค้า (เอ) ซึ่งเป็นการคุ้มครองการเสี่ยงภัยทุกชนิดที่ทำให้เกิดความสูญหายหรือเสียหายต่อวัตถุที่เอาประกันภัย เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นที่ไม่ต้องรับผิดเท่านั้น แต่ผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้ทำลายถ่านหินทำให้เกิดการสูญหายหรือความเสียหายต่อวัตถุที่เอาประกันภัยและเข้าเงื่อนไขความคุ้มครองการประกันสินค้าแบบ (เอ) แล้ว ขณะที่ผู้ร้องที่ 22 ยังคงมีกรรมสิทธิ์ในถ่านหินและยังเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์ที่เอาประภัยตามสัญญาซื้อขายตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยในส่วนที่ 6 เกี่ยวกับถ่านหิน หรือเข้าลักษณะหรือประเภทของภัยทางทะเลที่ได้รับการคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยตาม Institute Cargo Clauses (A) ในข้อใดอย่างไรหรือไม่ เมื่อข้อตกลงเกี่ยวกับระยะเวลาการคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยระบุว่า การประกันภัยเริ่มคุ้มครองตั้งแต่เวลาที่วัตถุที่เอาประกันภัยอยู่ในความเสี่ยงของผู้เอาประกันภัยและต่อเนื่องในขณะอยู่ระหว่างขนส่งไปจนกว่าจะถูกจัดส่งถึงปลายทาง หรือความรับผิดของผู้เอาประกันภัยสิ้นสุดลงโดยไม่คำนึงถึงเงื่อนไขของการซื้อขาย และระหว่างพิจารณาผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 แถลงรับไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 ว่า สินค้าถ่านหินคดีนี้ตั้งแต่มีการขนส่งที่ต้นทางจนถึงปลายทางและขนส่งต่อไปจนถึงโรงงานของผู้คัดค้านนั้น สินค้าถ่านหินไม่ได้รับความเสียหายหรือสูญหายแต่อย่างใด แสดงให้เห็นว่าสัญญาประกันภัยทางทะเลระหว่างผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 กับผู้ร้องที่ 22 สิ้นสุดลงตามข้อตกลงเกี่ยวกับระยะเวลาการคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยแล้ว โดยไม่ปรากฏเหตุที่ก่อให้เกิดความสูญหายหรือเสี่ยงภัยทางทะเลในระหว่างการเดินเรือทางทะเลที่ผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 จะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้องที่ 22 นอกจากนี้ตามสำเนาคำชี้ขาดขาดของสถาบันอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศสิงค์โปร์ยังแสดงให้เห็นว่าหนี้ที่พิพาทกันระหว่างผู้ร้องที่ 22 กับผู้คัดค้านมีมูลความแห่งคดีมาจากการที่ผู้คัดค้านไม่ได้ชำระหนี้จำนวน 3,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ผู้ร้องที่ 22 ตามสัญญาซื้อขาย ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 เข้ารับช่วงสิทธิเป็นผู้สิทธิของผู้ร้องที่ 22 ตามสัญญาประกันทางทะเลโดยชอบ ผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 จึงไม่อาจยื่นคำร้องขอให้บังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการโดยอาศัยสิทธิของผู้ร้องที่ 22 ได้ คดีนี้ศาลพิจารณาจากหลักกฎหมายตามพ.ร.บ.การประกันภัยทางทะเล ค.ศ. 1906 (Marine Insurance Act 1906) และข้อตกลงในสัญญาประกันภัยทางทะเลตามกรมธรรม์ประกันภัยทางทะเล ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงของคู่สัญญาที่อยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศอังกฤษดังกล่าวข้างต้น โดยปรากฏว่าข้อเท็จจริงที่ได้จากพยานหลักฐานของผู้ร้อนที่ 1 ถึงที่ 21 ในชั้นไต่สวนคำร้องไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ตามที่อ้างในคำร้อง กรณีจึงไม่ใช่เรื่องของการตีความกฎหมาย แม้การที่ผู้ซื้อตั้งใจไม่ชำระราคาตั้งแต่แรก หรือผู้ซื้อไม่สุจริต หรือผู้ซื้อล้มละลายจะถือว่าเป็นภัยก็ตาม แต่ไม่ใช่ว่าการไม่ชำระราคาทุกกรณีจะเป็นภัยทั้งหมด เมื่อปรากฏว่าผู้คัดค้านมีเจตนาที่จะชำระราคาให้แก่ผู้ร้องที่ 22 ตั้งแต่ต้น แต่เป็นการชำระให้แก่บุคคลภายนอกที่มาหลอกหลวงผู้คัดค้าน จึงไม่ใช่กรณีที่จะถือเป็นภัยจากการไม่ชำระราคา

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

ผู้ร้องทั้งยี่สิบสองยื่นคำร้องขอให้บังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศของประเทศสิงคโปร์ ฉบับลงวันที่ 11 ธันวาคม 2558 เลขที่ ARB No. 057 of 2014 ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 41 โดยให้ผู้คัดค้านชำระเงินแก่ผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 จำนวน 3,382,883.84 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันที่ยื่นคำร้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 และผู้คัดค้านต้องรับผิดชำระเงินแก่ผู้ร้องที่ 22 จำนวน 352,331.67 ปอนด์สเตอร์ลิง และ 161,002.37 ดอลลาร์สิงคโปร์ พร้อมดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันที่ยื่นคำร้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้องที่ 22 ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้ผู้คัดค้านชำระ (1) ค่าใช้จ่ายทางกฎหมายและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 302,151.99 ปอนด์สเตอร์ลิง ซึ่งหักด้วยค่าใช้จ่ายทางกฎหมายของผู้ร้องที่ 22 จำนวน 44,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (2) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการแทนผู้ร้องที่ 22 จำนวน 138,772.17 ดอลลาร์สิงคโปร์ (3) ค่าสถานที่ในการดำเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการ 1,531.93 ปอนด์สเตอร์ลิง พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5.33 ต่อปี ของต้นเงินทั้งหมดดังกล่าวนับแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2558 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้องที่ 22 ให้ผู้คัดค้านใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้องที่ 22 โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีพิจารณาแล้วไม่กำหนดให้ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่ชนะคดี ยกคำร้องในส่วนของผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 กับผู้คัดค้านให้เป็นพับ ผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 และผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ ผู้ร้องที่ 22 ยื่นคำร้องไม่คัดค้าน อนุญาตให้ผู้คัดค้านถอนอุทธรณ์ จำหน่ายคดีในส่วนของผู้คัดค้านเสียจากสารบบความของศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ตามที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันในชั้นนี้ว่า ผู้ร้องทั้งยี่สิบสองเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายต่างประเทศ ผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 เป็นผู้รับประกันภัยร่วมตามกรมธรรม์ประกันภัยหมายเลข B 0753 PC 1309781000 ที่มีผู้ร้องที่ 22 เป็นผู้เอาประกันภัย ผู้คัดค้านเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดตามกฎหมายของประเทศไทย ผู้ร้องที่ 2 ถึงที่ 21 มอบอำนาจให้ผู้ร้องที่ 1 เป็นผู้ดำเนินคดีแทน ต่อมาผู้ร้องที่ 1 และผู้ร้องที่ 22 มอบอำนาจช่วงให้บริษัท ว. และ/หรือนายรัฐการ เป็นผู้ดำเนินคดีแทน คดีนี้สืบเนื่องมาจากผู้คัดค้านในฐานะผู้ซื้อผิดสัญญาไม่ชำระค่าถ่านหินให้แก่ผู้ร้องที่ 22 ในฐานะผู้ขายตามสัญญาซื้อขายถ่านหินที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงเผาหม้อนํ้าเครื่องจักร (Contract for the Sale and Purchase of Streaming Coal) ฉบับลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556 ซึ่งมีข้อตกลงว่า ในกรณีที่เกิดข้อพิพาทใด ๆ ภายใต้สัญญาพิพาท ให้ระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการอนุญาโตตุลาการตามข้อบังคับของสถาบันอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศของประเทศสิงคโปร์ (Singapore International Arbitration Centre หรือ SIAC) ผู้ร้องที่ 22 จึงนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศของประเทศสิงคโปร์ โดยผู้คัดค้านได้เข้าร่วมกระบวนพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการดังกล่าว ต่อมาวันที่ 11 ธันวาคม 2558 คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดว่า ผู้คัดค้านไม่มีหลักฐานมาพิสูจน์ว่าผู้ร้องที่ 22 รู้เรื่องการฉ้อฉลจากบุคคลภายนอกหรือมีเหตุทุจริตทางฝ่ายผู้ร้องที่ 22 จึงให้ผู้คัดค้านชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องที่ 22 ดังนี้ 1. หนี้คงค้าง 3,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5.33 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 18 มีนาคม 2557 ไปจนกว่าจะชำระครบถ้วน 2. ค่าใช้จ่ายทางกฎหมายและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 302,151.99 ปอนด์สเตอร์ลิง 3. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการแทนผู้ร้องที่ 22 จำนวน 138,772.17 ดอลลาร์สิงคโปร์ 4. ค่าสถานที่ในการดำเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการ 1,531.93 ปอนด์สเตอร์ลิง 5. ดอกเบี้ยของต้นเงินในข้อ 2 ถึง 4 ในอัตราร้อยละ 5.33 ต่อปี นับจากวันที่ 11 ธันวาคม 2558 ไปจนกว่าจะชำระครบถ้วน ซึ่งสถาบันอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศของประเทศสิงคโปร์ได้ส่งสำเนาคำชี้ขาดให้ผู้คัดค้านแล้ว แต่ผู้คัดค้านเพิกเฉย ต่อมาวันที่ 21 กรกฎาคม 2559 ผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 ในฐานะผู้รับประกันภัยใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยให้แก่ผู้ร้องที่ 22 เป็นเงิน 3,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ที่ผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 อุทธรณ์ว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยในประเด็นข้อพ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4627/2565 · ทนอย Thanoy