คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2542
ฎีกาที่ 4709/2542
หลักกฎหมาย
การขนส่งสินค้าระบบ ซีวาย/ซีวาย เป็นการขนส่งที่ผู้ส่งสินค้าต้นทางจะเป็นผู้ไปรับตู้สินค้าจากผู้ขนส่งไปบรรจุสินค้าเข้าตู้สินค้าที่โกดังของผู้ส่งสินค้า แล้วนำตู้สินค้ามามอบให้แก่ผู้ขนส่ง เมื่อขนส่งตู้สินค้าถึงปลายทางแล้วผู้รับตราส่งจะเป็นผู้รับตู้สินค้าไปเปิดตรวจนับสินค้าที่โกดังของผู้รับตราส่งเอง เมื่อใบตราส่งที่จำเลยที่ 1ออกระบุไว้ว่าสถานที่รับสินค้า โตเกียวซีวายสถานที่ส่งมอบสินค้ากรุงเทพซีวาย แสดงว่าในการขนส่งสินค้าพิพาทตั้งแต่จำเลยที่ 1 รับตู้สินค้าจากบริษัท ค. ที่ท่าเรือโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ตลอดจนถึงท่าเรือกรุงเทพ แล้วบริษัท น. จะเป็นผู้รับตู้สินค้าไปตรวจนับสินค้าเอง หากสภาพตู้สินค้าและตราผนึกประตูตู้สินค้าอยู่ในสภาพปกติก็ย่อมแสดงว่าสินค้ามิได้สูญหายในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของผู้ขนส่ง จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมซึ่งเป็นผู้ขนส่งสินค้าก็หาต้องรับผิดในกรณีสินค้าพิพาทในตู้สินค้าสูญหายไปไม่แต่ตามใบตราส่งที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ออกให้แก่ผู้ส่งได้ความว่า ตู้สินค้าซึ่งบรรจุสินค้าพิพาทที่โจทก์รับประกันภัยระบุตราผนึกประตูตู้สินค้าหมายเลข เอชเอสเอ็มโอแอล 27209 ครั้น จำเลยร่วมขนส่งตู้สินค้าดังกล่าวมาถึงท่าเรือกรุงเทพ ปรากฏว่าตู้สินค้ามีตราผนึกประตูตู้สินค้าเป็นหมายเลข เอสพีไอซี 051682 ซึ่งไม่ปรากฏว่าเหตุใดตราผนึกประตูตู้สินค้าที่ระบุไว้ในใบตราส่งจึงเปลี่ยนไปจากเดิม ดังนั้น การที่จำเลยร่วมออกใบตราส่งให้แก่จำเลยที่ 1เมื่อรับมอบตู้สินค้า แม้จะได้ระบุหมายเลขตู้สินค้า แต่มิได้ระบุว่าตราผนึกประตูตู้สินค้าคือหมายเลขใด กรณีจึงยังไม่แน่ชัดว่าตราผนึกประตูตู้สินค้าหมายเลข เอชเอสเอ็มโอแอล27209ถูกเปลี่ยนเป็นหมายเลขเอสพีไอซี 051682 ก่อนหรือภายหลังจากที่จำเลยร่วมรับมอบตู้สินค้าจากท่าเรือสิงคโปร์เมื่อประตูตู้สินค้าได้ถูกเปิดออกในระหว่างการขนส่งสินค้าจากท่าเรือโตเกียวช่วงใดช่วงหนึ่งก่อนที่จะถึงท่าเรือกรุงเทพและสินค้าพิพาทที่โจทก์ได้รับประกันภัยสูญหายไปจึงถือได้ว่าความสูญหายเกิดขึ้นขณะที่สินค้าอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 1และจำเลยร่วม ผู้ขนส่ง จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมจึงต้องรับผิดชอบในความสูญหายของสินค้าพิพาทดังกล่าว พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534 มาตรา 3 ให้คำนิยาม "ภาชนะขนส่ง" หมายความว่า ตู้สินค้า ไม้รองสินค้า หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกันซึ่งใช้บรรจุหรือรองรับของ หรือใช้รวมหน่วยการขนส่งของหลายหน่วยเข้าด้วยกันเพื่อประโยชน์ในการขนส่งทางทะเล และให้คำนิยาม "หน่วยการขนส่ง" หมายความว่า หน่วยแห่งของที่ขนส่งทางทะเลซึ่งนับเป็นหนึ่ง และแต่ละหน่วยอาจทำการขนส่งไปตามลำพังได้ เช่น กระสอบ ชิ้น ถัง ตู้ ม้วน ลัง ลูก ห่อ หีบ อัน หรือหน่วยที่เรียกอย่างอื่น ดังนั้น คำว่า "ตู้" ที่ยกตัวอย่างในคำนิยามนั้น ย่อมหมายความถึงตู้สำหรับบรรจุสินค้าหรือของอย่างหนึ่งซึ่งมีขนาดเล็กต่างจากตู้สินค้าซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าและสามารถบรรจุภาชนะสำหรับบรรจุสินค้าขนาดเล็กดังกล่าวได้เป็นจำนวนมากเพื่อความสะดวกในการขนย้าย ดังนั้น ตู้สินค้าซึ่งเรียกกันในวงการว่าตู้คอนเทนเนอร์จึงเป็นภาชนะขนส่ง ส่วนตู้เป็นหน่วยการขนส่งดังมาตรา 3 บัญญัติให้คำนิยามไว้โดยชัดแจ้งแล้ว มิใช่ว่าตู้หรือตู้สินค้ามีความหมายเป็นได้ทั้งหน่วยการขนส่งและภาชนะขนส่ง เมื่อตู้สินค้าไม่ใช่หน่วยการขนส่ง 1 หน่วย จึงไม่อาจที่จะจำกัดความรับผิดของจำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมไม่เกิน 10,000 บาทได้
มาตราที่อ้างถึง
ป.พ.พ. 883พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 3พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 43พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 45
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 445,073.47 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีในเงินต้น 441,895.45 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปแก่โจทก์จนกว่าชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 1 ขอให้ศาลเรียกบริษัทริจินอล คอนเทนเนอร์ ไลน์ พีทีอีจำกัด เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1กับจำเลยร่วมร่วมกันใช้เงิน 340,073.45 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2538 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องไม่เกิน 3,178.02 บาท จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า"พิเคราะห์แล้ว เนื่องจากคดีเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีจึงมีปัญหาต้องวินิจฉัยชั้นนี้เฉพาะเกี่ยวกับจำเลยที่ 1และจำเลยร่วมเท่านั้น ซึ่งข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2538โจทก์รับประกันภัยสินค้าเทปวีดีโอ 127 กล่อง รวม 5,770 ม้วน ของบริษัทโคนิก้า(ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งสั่งซื้อจากบริษัทโคนิก้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด ประเทศญี่ปุ่น สำหรับความเสียหายของสินค้ารวมทั้งค่าภาษีนำเข้าเป็นเงิน 17,689.97 ดอลลาร์สหรัฐคิดเป็นเงินไทยอัตราแลกเปลี่ยน 24.98 บาท ต่อหนึ่งดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 441,895.45บาท บริษัทโคนิก้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ว่าจ้างจำเลยที่ 1 ให้เป็นผู้ขนสินค้าดังกล่าวจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย ซึ่งในวันที่ 16 มิถุนายน 2538 จำเลยที่ 1ได้ออกใบตราส่งให้แก่บริษัทโคนิก้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด แล้วขนตู้สินค้าหมายเลข ทีโอแอลยู 3106390 ที่มีตราผนึกประตูตู้สินค้าหมายเลขเอชเอสเอ็มโอแอล 27209 ซึ่งบรรจุสินค้าที่พิพาทขึ้นเรือเน็ดลอยด์ นอร์มังดี แล่นออกจากท่าเรือกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จนถึงท่าเรือประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากเรือเน็ดลอยด์ นอร์มังดี เป็นเรือเดินทะเลขนาดใหญ่ไม่อาจเข้าเทียบท่าเรือกรุงเทพได้จำเลยที่ 1 จึงขนตู้สินค้าลงจากเรือเน็ดลอยด์ นอร์มังดี ที่ท่าเรือประเทศสิงคโปร์และว่าจ้างจำเลยร่วมขนตู้สินค้าจากท่าเรือประเทศสิงคโปร์ต่อมายังท่าเรือกรุงเทพ ซึ่งเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2538 จำเลยร่วมออกใบตราส่งให้แก่จำเลยที่ 1 แล้วขนตู้สินค้าขึ้นเรือนันทภูมิของจำเลยร่วมแล่นออกจากท่าเรือประเทศสิงคโปร์มาถึงท่าเรือกรุงเทพในวันที่ 27 มิถุนายน 2538ภายหลังที่ได้ขนตู้สินค้าลงจากเรือนันทภูมิวางบนลานวางตู้สินค้าของท่าเรือกรุงเทพแล้ว พนักงานผู้เกี่ยวข้องตรวจสภาพตู้สินค้าหมายเลขทีโอแอลยู 3106390 มีตราผนึกประตูตู้สินค้าหมายเลข เอสพีไอซี 051682 อยู่ในสภาพเรียบร้อยไม่มีชำรุดเสียหาย แต่เมื่อเปิดประตูตู้สินค้าออกเพื่อตรวจนับกลับปรากฏว่าไม่มีสินค้าเทปวีดีโอ 127 กล่อง รวม 5,770 ม้วน ที่โจทก์รับประกันภัยไว้เลย คงมีแต่สินค้าของบุคคลอื่นที่รวมส่งมาด้วยกันตามใบรายการสินค้าขาดและเกินจากบัญชีสินค้าเรือของการท่าเรือแห่งประเทศไทย เอกสารหมาย จ.12 บริษัทโคนิก้า (ประเทศไทย) จำกัด ได้เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย ซึ่งโจทก์ก็ได้ชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัทโคนิก้า (ประเทศไทย) จำกัด เรียบร้อยแล้ว ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการแรกมีว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์หรือไม่ ที่จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมอุทธรณ์เป็นทำนองเดียวกันสรุปได้ว่า การขนส่งสินค้าที่พิพาทในคดีนี้เป็นการขนส่งแบบ ซีวาย/ซีวาย ซึ่งหมายความว่า ผู้ส่งจะรับตู้สินค้าไปบรรจุสินค้าที่โกดังของผู้ส่ง ผู้ส่งเป็นผู้ปิดตู้สินค้าและผนึกตราเองแล้วจึงนำตู้สินค้ามามอบให้แก่ผู้ขนส่ง ดังนั้นจำเลยที่ 1 จึงไม่ได้รู้เห็นเกี่ยวข้องกับสินค้าที่บริษัทโคนิก้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด บรรจุไว้ในตู้สินค้าเลย เมื่อเรือเน็ดลอยด์ นอร์มังดีของจำเลยที่ 1 บรรทุกตู้สินค้ามาถึงท่าเรือประเทศสิงคโปร์ แล้วจำเลยร่วมรับมอบตู้สินค้าบรรทุกขึ้นเรือนันทภูมิของจำเลยร่วมขนส่งต่อจนถึงท่าเรือกรุงเทพและขนตู้สินค้าลงวางบนลานวางตู้สินค้าของท่าเรือกรุงเทพแล้ว ความรับผิดของจำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมผู้ขนส่งก็เป็นอันสิ้นสุดทั้งขณะที่มอบตู้สินค้าให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยนั้นสภาพตู้สินค้าและตราผนึกประตูตู้สินค้าก็อยู่ในสภาพเรียบร้อยมิได้มีการชำรุดเสียหาย การที่สินค้าที่โจทก์รับประกันภัยสูญหายจึงมิได้เกิดขึ้นขณะที่อยู่ในความรับผิดของจำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมแต่อย่างใด จึงหาต้องรับผิดต่อโจทก์นั้นเห็นว่า ในการขนส่งสินค้าที่พิพาทในคดีนี้เป็นระบบ ซีวาย/ซีวาย อันเป็นการขนส่งที่ผู้ส่งสินค้าต้นทางจะเป็นผู้ไปรับตู้สินค้าจากผู้ขนส่งไปบรรจุสินค้าเข้าตู้สินค้าที่โกดังของผู้ส่งสินค้
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง