คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2537
ฎีกาที่ 475/2537
หลักกฎหมาย
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่กระทำละเมิดต่อสิทธิบัตรของโจทก์จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธต่อสู้ว่าสิทธิบัตรของโจทก์ไม่สมบูรณ์พร้อมกับฟ้องแย้งขอให้เพิกถอนสิทธิบัตรของโจทก์ จึงเป็นเรื่องที่จำเลยทั้งสี่ยกความไม่สมบูรณ์ในสิทธิบัตรของโจทก์ขึ้นอ้าง ตามมาตรา 64 วรรคสอง แห่ง พระราชบัญญัติสิทธิบัตรฯ ภาระการพิสูจน์ว่าสิทธิบัตรของโจทก์สมบูรณ์หรือไม่ย่อมตกอยู่แก่จำเลยทั้งสี่ จำเลยทั้งสี่บรรยายฟ้องแย้งว่าผลิตภัณฑ์ที่จะได้รับสิทธิบัตรจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ผลิตภัณฑ์ที่โจทก์ได้รับสิทธิบัตรมีการใช้กันแพร่หลายในหรือนอกราชอาณาจักรก่อนวันขอรับสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์ของโจทก์ ผลิตภัณฑ์ของโจทก์จึงไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ใหม่ไม่สามารถขอรับสิทธิบัตรได้ สิทธิบัตรของโจทก์จึงไม่สมบูรณ์ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสี่บรรยายแจ้งชัดแล้วว่าสิทธิบัตรของโจทก์ไม่สมบูรณ์เพราะเหตุใด ไม่เคลือบคลุม การฟ้องขอให้เพิกถอนสิทธิบัตรเพราะเป็นสิทธิบัตรไม่สมบูรณ์เป็นการฟ้องโดยอาศัยอำนาจตาม พระราชบัญญัติสิทธิบัตรฯมาตรา 64 วรรคสอง ไม่ใช่การฟ้องเนื่องจากมูลละเมิด ไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 ซึ่งมีกำหนดไว้ 10 ปี แบบผลิตภัณฑ์เครื่องตัดกระแสไฟฟ้าของโจทก์ไม่ใช่เป็นแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะนำไปยื่นรับคำขอสิทธิบัตรจากพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตามมาตรา 56,57 แห่ง พระราชบัญญัติสิทธิบัตรฯ สิทธิบัตรของโจทก์ที่กรมทะเบียนการค้ากระทรวงพาณิชย์รับจดทะเบียนไว้จึงไม่สมบูรณ์จำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เช่นเดียวกับโจทก์จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียมีอำนาจฟ้องและขอให้เพิกถอนสิทธิบัตรได้
มาตราที่อ้างถึง
ป.พ.พ. 164ป.พ.พ. 420ป.พ.พ. 438ป.วิ.พ. 55ป.วิ.พ. 172พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 56พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 57พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 64
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันผลิตสินค้าเครื่องตัดกระแสไฟฟ้ายี่ห้อ "ไอ-ที-เซฟ" โดยรูปแบบผลิตภัณฑ์สินค้าของจำเลยทั้งสี่มีรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่เหมือนกันหรือเกือบเหมือนกันกับรูปแบบของผลิตภัณฑ์เครื่องตัดกระแสไฟฟ้าของโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 5,000,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวัน มีข้อความตามที่ระบุไว้ในคำขอท้ายฟ้องโดยให้ลงโฆษณาฉบับละ 3 วัน ด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยเอง หรือโจทก์เป็นผู้ดำเนินการด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินวันละ 136,981.63 บาทแก่โจทก์ นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสี่จะหยุดการผลิตโฆษณาและจำหน่ายสินค้าเครื่องตัดกระแสไฟฟ้าดังกล่าว ให้จำเลยทั้งสี่หยุดการผลิต โฆษณา และจำหน่ายหรือการกระทำอื่นใดที่ใช้รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่เลียนแบบเหมือนกันหรือเกือบเหมือนกับรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่โจทก์จดทะเบียนไว้ต่อกระทรวงพาณิชย์ เลขที่สิทธิบัตร 389 จำเลยทั้งสี่ให้การและฟ้องแย้งในทำนองเดียวกันว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้ว จำเลยที่ 1 ไม่ได้กระทำตามฟ้อง จำเลยที่ 3ผลิตเครื่องตัดกระแสไฟฟ้าซึ่งเป็นแบบทั่ว ๆ ไป โดยสุจริตตั้งแต่ปีพ.ศ. 2527 ลักษณะของผลิตภัณฑ์ของจำเลยแตกต่างกับของโจทก์อย่างเห็นได้ชัด ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 4 ไม่ได้เป็นผู้ผลิตเครื่องตัดกระแสไฟฟ้ายี่ห้อ "ไอ-ที-เซฟ" แต่เป็นเพียงผู้ขายสินค้าดังกล่าวโดยสุจริตมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 ก่อนวันที่โจทก์ขอรับสิทธิบัตรโดยไม่ทราบว่าโจทก์ได้ขอรับสิทธิบัตรเมื่อใดจึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ ผลิตภัณฑ์ที่โจทก์ได้รับสิทธิบัตรได้มีการใช้หรือใช้แพร่หลายอยู่ในราชอาณาจักร และเคยเผยแพร่ภาพสาระสำคัญหรือรายละเอียดในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ในหรือนอกราชอาณาจักรก่อนวันขอรับสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์ของโจทก์ จึงไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ใหม่และไม่สามารถจะขอรับสิทธิบัตรได้ สิทธิบัตรที่โจทก์ได้รับจึงไม่สมบูรณ์ขอให้ศาลเพิกถอนสิทธิบัตรของโจทก์ การที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ทำให้จำเลยทั้งสี่ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงและขาดความเชื่อถือในวงการค้าจากบุคคลทั่วไป จึงขอให้ศาลบังคับให้โจทก์โฆษณาข้อความในหนังสือพิมพ์ ตามข้อความที่ระบุไว้ในคำขอของฟ้องแย้ง โดยค่าใช้จ่ายของโจทก์เอง โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสี่เคลือบคลุมเพราะมิได้กล่าวโดยชัดแจ้งว่าโจทก์ทำให้จำเลยทั้งสี่เสื่อมเสียชื่อเสียงขาดความเชื่อถือจากบุคคลทั่วไปอย่างไร และโจทก์จงใจประมาทเลินเล่อทำต่อจำเลยทั้งสี่โดยผิดกฎหมายอย่างไร การออกแบบผลิตภัณฑ์ของโจทก์ไม่ถือว่าเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่นั้นเป็นอย่างไรจำเลยทั้งสี่ทราบถึงการขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ของโจทก์ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2528 ซึ่งเป็นวันที่ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรแต่จำเลยทั้งสี่เพิ่งนำคดีมาฟ้องแย้งโจทก์ในวันที่ 9ธันวาคม 2530 ล่วงเลยเวลา 1 ปี ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสี่ขาดอายุความสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่โจทก์ได้รับมาเป็นสิทธิบัตรที่ออกโดยชอบและเป็นสิทธิบัตรที่สมบูรณ์ ขอให้พิพากษายกฟ้องแย้งจำเลยทั้งสี่ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์และให้เพิกถอนสิทธิบัตร เลขที่ 389 ของโจทก์เสีย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนจำเลย 3,000 บาท โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์เป็นบริษัทจำกัดจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดมีจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการตามลำดับ โจทก์ได้ขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องตัดกระแสไฟฟ้ายี่ห้อเซฟ-ที-คัท รุ่นสเปเชียล เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2528 และอธิบดีกรมทะเบียนการค้าได้ออกสิทธิบัตรเลขที่ 389 ให้โจทก์เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2529 มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกซึ่งฎีกาว่าในประเด็นว่าสิทธิบัตรของโจทก์สมบูรณ์หรือไม่ ศาลชั้นต้นจะต้องกำหนดให้จำเลยทั้งสี่มีภาระการพิสูจน์และหน้าที่นำสืบก่อนมิใช่ว่าให้ตกเป็นภาระและหน้าที่ของโจทก์นั้น เห็นว่า ในประเด็นนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่กระทำละเมิดต่อสิทธิบัตรของโจทก์จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธต่อสู้ว่าสิทธิบัตรของโจทก์ไม่สมบูรณ์พร้อมกับฟ้องแย้งขอให้เพิกถอนสิทธิบัตรของโจทก์ จึงเป็นเรื่องที่จำเลยทั้งสี่ยกความไม่สมบูรณ์ในสิทธิบัตรของโจทก์ขึ้นอ้างตามบทบัญญัติมาตรา 64 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522ภาระการพิสูจน์ว่าสิทธิบัตรของโจทก์สมบูรณ์หรือไม่ย่อมตกอยู่แก่จำเลยทั้งสี่ จำเลยทั้งสี่จึงมีหน้าที่นำสืบก่อนในประเด็นนี้แต่อย่างไรก็ตาม คดีนี้โจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อนหลายประเด็น ประกอบกับโจทก์แ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง