คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2565
ฎีกาที่ 4795/2565
หลักกฎหมาย
โจทก์ทำการงานตามสัญญาจัดสวนทางเข้าสถานีบริการน้ำมันให้จำเลยแล้วเสร็จและส่งมอบให้แก่จำเลย ระหว่างจำเลยยังไม่ได้ตรวจสอบและรับมอบงาน โจทก์รื้อถอนต้นไม้บางส่วนอันเป็นการงานที่ได้ทำให้แก่จำเลยนั้นไป จำเลยจึงร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่คนงานของโจทก์ในข้อหาลักทรัพย์และห้ามคนงานของโจทก์เข้าไปทำงานอีก หลังจากนั้น 2 วัน โจทก์มีหนังสือลงวันที่ 30 ตุลาคม 2561 ขออนุญาตจำเลยเข้าไปดูแลต้นไม้ในระหว่างระยะเวลาประกันผลงานตามสัญญาจ้างเหมาตกแต่งภูมิทัศน์และยินดีเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกัน จำเลยมิได้อนุญาตหรือปฏิเสธ จนเวลาล่วงเลยไปถึงวันที่ 21 ธันวาคม 2561 จำเลยมีหนังสือแจ้งโจทก์ขอริบเงินประกันผลงานและสงวนสิทธิเรียกค่าเสียหาย ทั้งเอาการงานที่ว่าจ้างโจทก์นั้นไปให้บุคคลภายนอกทำต่อจนแล้วเสร็จ พฤติการณ์เช่นนี้เห็นได้ชัดว่าข้อพิพาทที่เกิดขึ้นนั้นยากเกินกว่าที่โจทก์และจำเลยจะตกลงกันได้ ถือว่าโจทก์และจำเลยสมัครใจที่จะไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้างนับแต่วันที่จำเลยห้ามโจทก์เข้าไปทำการงานวันที่ 28 ตุลาคม 2561 แล้ว สัญญาจึงเป็นอันเลิกกันโดยปริยายตั้งแต่วันดังกล่าว มีผลให้คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมตาม ป.พ.พ. มาตรา 391 วรรคหนึ่ง แต่จำเลยนำการงานดังกล่าวซึ่งโจทก์รื้อถอนไปบางส่วนนั้นไปว่าจ้างบุคคลอื่นทำการงานนั้นต่อจนแล้วเสร็จและจำเลยได้ใช้ประโยชน์จากการงานนั้นแล้ว ทำให้ฝ่ายโจทก์ไม่อาจกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมได้ จำเลยจึงต้องใช้เงินตามควรค่าแห่งการงานอันโจทก์ได้กระทำให้นั้นแก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 391 วรรคสาม รวมทั้งค่าสัมภาระที่โจทก์ได้จัดหามาทำการงานให้แก่จำเลย และบุคคลภายนอกที่จำเลยว่าจ้างได้ใช้สัมภาระของโจทก์ทำการงานให้แก่จำเลยจนแล้วเสร็จด้วย เมื่อโจทก์รื้อถอนต้นไม้และขนสัมภาระบางส่วนคืนไป สมควรนำไปหักจากค่าการงานตามใบเสนอราคาที่โจทก์ทำให้แก่จำเลย ส่วนที่จำเลยอ้างว่าจำเลยจะต้องเสียค่าว่าจ้างผู้รับเหมาคนใหม่เพื่อให้การงานดังกล่าวแล้วเสร็จ นั้น รายการต้นไม้ส่วนใหญ่อยู่นอกเหนือจากรายการของงานที่จำเลยว่าจ้างโจทก์ ถึงแม้เป็นไม้ล้มลุกแต่ก็มีจำนวนมากและราคานับว่าค่อนข้างสูง เห็นได้ชัดว่าเป็นการออกแบบจัดสวนใหม่แตกต่างจากการงานที่จำเลยว่าจ้างโจทก์ ไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกำหนดค่าการงานของโจทก์ได้โดยถนัด แต่การที่คนงานของโจทก์เข้าไปรื้อถอนต้นไม้ใหญ่ ความเสียหายย่อมจะเกิดขึ้นแก่หน้าดิน ไม้คลุมดิน และพื้นหญ้า ความเสียหายส่วนนี้ถือว่าเป็นค่าแห่งการงานที่โจทก์ทำไม่แล้วเสร็จเรียบร้อยซึ่งต้องนำไปหักออกจากค่าการงานที่โจทก์ควรจะได้รับจากจำเลยด้วย
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 278,704.675 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 271,907 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และชำระเงิน 698,618.44 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 676,430 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้อง และขอให้บังคับโจทก์ชำระเงิน 150,000 บาท และ 461,670 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินแต่ละจำนวนนับแต่วันถัดจากวันฟ้องแย้งจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามสัญญาจ้างเหมาตกแต่งงานภูมิทัศน์ 133,718 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 23 มกราคม 2562 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และชำระเงินตามสัญญาจัดสวนทางเข้าสถานีบริการน้ำมัน 676,430 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2561 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 15,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี ยกฟ้องแย้ง ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องแย้งให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินตามสัญญาจัดสวนทางเข้าสถานีบริการน้ำมันส่วนเพิ่มเติมเป็นเงิน 576,430 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ส่วนเงินตามสัญญาจ้างเหมาตกแต่งงานภูมิทัศน์ และนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ 3,364 บาท ให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ทั้งในส่วนฟ้องเดิมและฟ้องแย้งนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2561 จำเลยว่าจ้างโจทก์ดำเนินการตกแต่งภูมิทัศน์ ณ สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาสระบุรี เป็นเงินทั้งสิ้น 2,719,695 บาท ตามแบบภูมิสถาปัตยกรรม และขนาด จำนวน ตามรายละเอียดในเอกสารแนบท้ายสัญญา กำหนดทำการงานให้เรียบร้อยและส่งมอบงานให้จำเลยภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2561 ไปจนถึงวันครบกำหนดส่งมอบงานวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 ตกลงแบ่งจ่ายเงินตามปริมาณงานเป็นงวดงาน 5 งวด งวดสุดท้ายจ่ายร้อยละ 10 เป็นเงิน 271,970 บาท หลังส่งมอบงาน 120 วัน โดยโจทก์จะประกันผลงานและดูแลรักษาต้นไม้ให้อยู่ในสภาพดีเป็นระยะเวลา 120 วัน หลังส่งมอบงาน โจทก์ทำการงานและส่งมอบงานให้แก่จำเลยและได้รับค่าจ้างตามงวดงานจากจำเลยแล้ว 4 งวด งานงวดสุดท้ายโจทก์ส่งมอบให้แก่จำเลยเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2561 และจะครบกำหนดจ่ายค่างวดงานหลังส่งมอบงาน 120 วัน ในวันที่ 1 ธันวาคม 2561 และเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2561 จำเลยว่าจ้างโจทก์จัดสวนทางเข้าสถานีบริการน้ำมันอีกเป็นเงิน 676,430 บาท โดยโจทก์เป็นผู้จัดหาสัมภาระและอุปกรณ์ทั้งหมด วันที่ 15 ตุลาคม 2561 และวันที่ 17 ตุลาคม 2561 โจทก์ส่งใบแจ้งหนี้เพื่อเรียกเก็บเงินค่าจ้างงานงวดแรกจากจำเลยร้อยละ 65 ของค่าจ้าง จำนวน 439,679.50 บาท และงวดที่สองร้อยละ 35 ของค่าจ้าง จำนวน 236,750.50 บาท วันที่ 28 ตุลาคม 2561 โจทก์ได้รื้อถอนต้นปีบทอง ต้นเข็มพิกุล และต้นคริสติน่า จากงานจัดสวนทางเข้าสถานีบริการน้ำมันที่โจทก์ทำการแล้วเสร็จ โดยจำเลยไม่ได้ชำระค่าจ้างตามใบแจ้งหนี้แก่โจทก์ นายณปภัช กรรมการผู้มีอำนาจจำเลยได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจ และเจ้าพนักงานตำรวจได้ตรวจยึดรถยนต์กระบะ ของโจทก์พร้อมสัมภาระที่บรรทุกบนรถดังกล่าว วันที่ 30 ตุลาคม 2561 โจทก์มีหนังสือถึงจำเลยขออนุญาตเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในการประกันผลงานตามสัญญาจ้างและขอคืนรถคันที่ถูกยึดเพื่อนำมาใช้งาน วันที่ 21 ธันวาคม 2561 จำเลยมอบหมายให้ทนายความมีหนังสือแจ้งริบเงินประกันผลงานร้อยละ 10 และสงวนสิทธิเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ วันที่ 4 มกราคม 2562 โจทก์มอบหมายให้ทนายความมีหนังสือแจ้งให้จำเลยชำระค่าจ้างงวดที่ 5 จำนวน 271,970 บาท พร้อมดอกเบี้ย กับหนังสือแจ้งยกเลิกการจ้างตามสัญญาจ้างจัดสวนทางเข้าสถานีบริการน้ำมันและให้ใช้เงิน 676,430 บาท พร้อมดอกเบี้ย พิเคราะห์แล้ว ฎีกาของโจทก์และฎีกาของจำเลยที่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาต่างกล่าวอ้างว่าอีกฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยก่อนว่า โจทก์ผิดสัญญาจัดสวนทางเข้าสถานีบริการน้ำมันหรือไม่ เห็นว่า การจ้างจัดสวนทางเข้าสถานีบริการน้ำมันเป็นสัญญาจ้างทำของซึ่งไม่มีกำหนดเวลาชำระสินจ้างไว้ กรณีเช่นนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 602 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า อันสินจ้างนั้นพึงใช้ให้เมื่อรับมอบการที่ทำ แม้จำเลยนำสืบว่า จำเลยจะชำระค่าจ้างให้แก่โจทก์ไม่เกิน 10 วัน นับแต่วันส่งมอบงาน
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง