คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2545
ฎีกาที่ 4822/2545
หลักกฎหมาย
ในชั้นพิจารณาให้ความเห็นชอบด้วยแผนของศาลล้มละลายกลาง เจ้าหนี้ได้อ้างปัญหาที่ว่าการจัดกลุ่มเจ้าหนี้ชอบหรือไม่ และแผนฟื้นฟูกิจการมีอำนาจปรับลดหนี้ภาษีอากรหรือไม่ไว้ในคำคัดค้านแล้ว เมื่อปัญหาดังกล่าวเป็นข้อสำคัญเกี่ยวกับการพิจารณาแผน การที่ศาลล้มละลายกลางมิได้ยกปัญหาดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยจึงไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาตามข้อกำหนดคดีล้มละลายฯ ข้อ 25 เมื่อมีการอุทธรณ์ปัญหานี้มาสู่ศาลฎีกาและข้อเท็จจริงต่าง ๆ ในสำนวนก็เพียงพอแก่การวินิจฉัยประกอบกับคดีฟื้นฟูกิจการจะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาโดยรวดเร็ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาเหล่านี้ไปเสียทีเดียวโดยไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลล้มละลายกลางวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวก่อน แผนฟื้นฟูกิจการได้จัดให้เจ้าหนี้อยู่ในกลุ่มเจ้าหนี้ราชการเนื่องจากสิทธิเรียกร้องหรือผลประโยชน์ที่มีสาระสำคัญเหมือนกันหรือทำนองเดียวกันกับเจ้าหนี้ราชการอื่น เมื่อเจ้าหนี้ได้รับสำเนาแผนและกำหนดวัน เวลา สถานที่และหัวข้อประชุมตามมาตรา 90/44ถือว่าเจ้าหนี้ได้รู้ถึงการจัดกลุ่มเจ้าหนี้ตามแผนแล้วถ้าเจ้าหนี้เห็นว่าการจัดกลุ่มเจ้าหนี้ไม่เป็นไปตามมาตรา 90/42 ทวิ วรรคหนึ่ง ก็อาจยื่นคำร้องขอต่อศาลภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รู้ถึงการจัดกลุ่ม เพื่อขอให้ศาลสั่งให้จัดกลุ่มเจ้าหนี้เสียใหม่ แม้จะไม่ปรากฏชัดว่าเจ้าหนี้ได้รับแผนฟื้นฟูกิจการในวันใด แต่เมื่อเจ้าหนี้ได้เข้าร่วมประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2544 จึงถือได้ว่าเจ้าหนี้ได้ทราบถึงการจัดกลุ่มเจ้าหนี้ตามแผนแล้วในวันดังกล่าวหรือก่อนหน้านั้น เมื่อเจ้าหนี้เพิ่งมายื่นคำคัดค้านขอให้ศาลมีคำสั่งไม่เห็นชอบด้วยแผน ซึ่งมีคำคัดค้านในส่วนการจัดกลุ่มเจ้าหนี้มาด้วย โดยยื่นคำคัดค้านในวันที่ 13 มีนาคม 2544 การร้องคัดค้านการจัดกลุ่มของเจ้าหนี้จึงเป็นการยื่นเกินระยะเวลา 7 วัน นับแต่วันที่ได้รู้ถึงการจัดกลุ่ม การจัดกลุ่มเจ้าหนี้ตามแผนจึงถือเป็นอันยุติและถึงที่สุดตามมาตรา 90/42 ทวิ วรรคสอง แล้ว ในการขอแก้ไขแผน เจ้าหนี้จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 90/45 และการที่ศาลจะพิจารณาแผนที่มีการแก้ไขแล้วได้นั้น แผนที่มีการแก้ไขแล้วจะต้องผ่านการยอมรับจากที่ประชุมเจ้าหนี้มาแล้วตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯมาตรา 90/46 แต่อย่างไรก็ตามการที่กฎหมายล้มละลายกำหนดให้ศาลเข้ามามีบทบาทในการควบคุมดูแลการฟื้นฟูกิจการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายนั้น เมื่อได้คำนึงถึงเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการหรือเพื่อให้การฟื้นฟูกิจการดำเนินการต่อไปได้ ทั้งกรณีมีเหตุจำเป็นและสมควร ศาลมีอำนาจสั่งให้รับคำขอแก้ไขแผนที่ยื่นล่วงเลยระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้เพื่อให้ที่ประชุมเจ้าหนี้พิจารณาก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนหรือไม่ ได้ พระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 90/27 และ 90/60 ประสงค์ให้หนี้ที่อาจขอรับชำระหนี้ได้ทุกประเภทซึ่งเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการเข้ามาอยู่ในระบบการฟื้นฟูกิจการทั้งหมด แม้ว่าหนี้นั้นจะเป็นหนี้ภาษีอากรก็ตาม ทั้งนี้เพื่อให้หนี้สินของลูกหนี้ที่มีอยู่แล้วได้รับการชำระสะสางภายใต้กรอบของแผนฟื้นฟูกิจการให้เสร็จไปนอกจากนี้กรณีใดที่พระราชบัญญัติล้มละลายฯ ต้องการให้มูลหนี้ภาษีอากรมีสิทธิเหนือเจ้าหนี้ธรรมดาหรือคุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้ภาษีอากรเป็นพิเศษกฎหมายก็จะบัญญัติไว้ชัดแจ้ง เมื่อกฎหมายไม่ได้ให้สิทธิหรือคุ้มครองแก่เจ้าหนี้ภาษีอากรในมูลหนี้ซึ่งเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการเป็นพิเศษ ภายใต้บังคับของมาตรา 90/58(2) ประกอบด้วยมาตรา 130(6) สิทธิของเจ้าหนี้จึงมีฐานะเช่นเดียวกับเจ้าหนี้อื่น ทั้งเมื่อพระราชบัญญัติล้มละลายฯ หมวด 3/1 ว่าด้วยกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้บัญญัติผลของการที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนไว้เป็นการเฉพาะโดยชัดแจ้งแล้วตามมาตรา 90/60 วรรคหนึ่ง จึงไม่อาจนำมาตรา 56 ในเรื่องผลของการประนอมหนี้ก่อนล้มละลายมาใช้ได้ การที่พิจารณาว่าหากดำเนินการตามแผนสำเร็จแล้ว เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้ไม่น้อยกว่ากรณีศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายหรือไม่ จะต้องนำมูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ที่ลูกหนี้มีอยู่ทั้งหมดมาประกอบการพิจารณา ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายนั้นจะต้องมีการนำทรัพย์สินที่ลูกหนี้มีอยู่มาดำเนินการขายทอดตลาดในลักษณะบังคับขายแต่ตามแผนฟื้นฟูกิจการนั้นจะต้องมีการดำเนินกิจการของลูกหนี้ในวันที่จะก่อให้เกิดรายได้มาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้เพิ่มขึ้น การฟื้นฟูกิจการตามแผนเมื่อการดำเนินการตามแผนสำเร็จแล้วเจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้ไม่น้อยกว่ากรณีทีศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย แผนฟื้นฟูกิจการจึงชอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลายฯมาตรา 90/58(3) แผนฟื้นฟูกิจการเป็นเพียงข้อตกลงร่วมกันของบรรดาเจ้าหนี้ ลูกหนี้เกี่ยวกับวิธีการในการชำระหนี้ตลอดการปรับโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้ หามีฐานะเป็นกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับไม่ การที่เจ้าหนี้คัดค้านว่าแผนฟื้นฟูกิจการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงมิใช่เป็นการโต้แย้งว่าบทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 6 แต่การที่เจ้าหนี้ได้คัดค้านว่าแผนไม่อาจปรับลดยอดหนี้ภาษีอากรได้และแผนฟื้นฟูกิจการขัดต่อรัฐธรรมนูญนั้น พออนุมานได้ว่าเจ้าหนี้คัดค้านว่าพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 90/58 อันเป็นบทบัญญัติว่าด้วยการให้ความเห็นชอบด้วยแผนขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งปัญหาดังกล่าวศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้แล้วว่าบทบัญญัติมาตรา 90/58 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญศาลสามารถใช้ดุลพินิจเห็นชอบด้วยแผนดังกล่าวได้
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 56พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 90/27พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 90/42 ทวิพ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 90/44พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 90/45พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 90/46พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 90/58พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 90/60รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 6
คำพิพากษา (บางส่วน)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และตั้งให้บริษัทสยามซินเท็ค แพลนเนอร์ จำกัด เป็นผู้ทำแผน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานว่า เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2544 ที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติพิเศษยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่ได้มีการแก้ไขแล้วตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/46(2) ขอให้ศาลนัดพิจารณาแผน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แจ้งกำหนดวันนัดพิจารณาแผนให้ผู้ทำแผน ลูกหนี้และเจ้าหนี้ทั้งหลายทราบโดยชอบแล้วตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/56 เจ้าหนี้ยื่นคำคัดค้านขอให้มีคำสั่งไม่เห็นชอบด้วยกับแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ในส่วนของเจ้าหนี้ราชการ และให้ทำการแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ในส่วนของเจ้าหนี้ราชการ คือ 1) แก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการในหัวข้อการชำระหนี้ การขยายระยะเวลาชำระหนี้และการลดหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ ข้อ 7.3 เป็น 7.3 เจ้าหนี้ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาล แบ่งเป็น 7.3 ก เจ้าหนี้ภาษีอากร 7.3 ข เจ้าหนี้นอกจากเจ้าหนี้ภาษีอากร 2) ขอให้แก้ไขแผนการชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ภาษีอากรโดยตัดข้อความเดิมในข้อ 7.3 ก) และระบุข้อความใหม่ คือ ก) เจ้าหนี้ภาษีอากร รวมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มให้ได้รับชำระเต็มตามจำนวน นอกจากกรณี 1) และ 2) ที่เจ้าหนี้ขอแก้ไขนี้แล้ว ให้เป็นไปตามแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่ผ่านการยอมรับของที่ประชุมเจ้าหนี้ ผู้ทำแผนยื่นคำชี้แจ้งว่า แผนฟื้นฟูกิจการได้จัดกลุ่มเจ้าหนี้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 90/42 ทวิ การโต้แย้งการจัดกลุ่มเจ้าหนี้ตามที่เจ้าหนี้คัดค้านนั้นมีลักษณะเป็นการใช้สิทธิโดยไม่ถูกต้อง กล่าวคือ การคัดค้านการจัดกลุ่มเจ้าหนี้ในการฟื้นฟูกิจการต้องกระทำภายใน 7 วัน นับแต่วันที่เจ้าหนี้ได้รู้ถึงการจัดกลุ่มโดยทำเป็นคำร้องขอต่อศาลตามมาตรา 90/42 ทวิ วรรคสอง ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ณ วันที่ 14 มีนาคม2544 พ้นกำหนด 7 วัน นับแต่วันที่เจ้าหนี้ได้รู้ถึงการจัดกลุ่มเจ้าหนี้แล้ว สิทธิของเจ้าหนี้ในการโต้แย้งการจัดกลุ่มเจ้าหนี้สิ้นสุดลง มาตรา 90/42 เป็นบทกฎหมายซึ่งวางข้อกำหนดเกี่ยวกับความครบถ้วนของรายการในแผนฟื้นฟูกิจการโดยมิได้กำหนดให้แผนฟื้นฟูกิจการแบ่งแยกการปรับโครงสร้างหนี้ระหว่างเอกชนกับเอกชน กับการปรับโครงสร้างหนี้ระหว่างเอกชนกับรัฐ แผนฟื้นฟูกิจการจึงสามารถปรับลดหนี้ภาษีอากรได้ แผนฟื้นฟูกิจการไม่มีผลทำให้เจ้าหนี้รับชำระหนี้น้อยกว่ากรณีศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายแต่ประการใด เนื่องจากมูลหนี้ภาษีอากรซึ่งมีบุริมสิทธิในการแบ่งทรัพย์สินในคดีล้มละลายนั้นต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา 130 เป็นสำคัญ โดยไม่ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ของมาตรา 256 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ประกอบ ตามแผนฟื้นฟูกิจการ ลูกหนี้ต้องชำระภาษีอากรซึ่งเกิดขึ้นภายใน 6 เดือน ก่อนวันที่ 21 มิถุนายน2543 อันเป็นวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการตามมาตรา 130(6) ก่อนการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ในมูลหนี้ตามมาตรา 130(7) ผู้ทำแผนได้พิจารณาจำนวนหนี้ทั้งหมด มูลหนี้ภาษีอากรประมาณ 13,485,159.78 บาท เป็นหนี้ภาษีอากรที่เกิดขึ้นภายใน 6 เดือนก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ดังนั้น ลูกหนี้จะชำระหนี้จำนวนดังกล่าวให้แก่เจ้าหนี้ภายหลังจากวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการหรือวันที่ศาลมีคำสั่งถึงที่สุดเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้และลูกหนี้จะชำระหนี้สำหรับมูลหนี้ที่ถึงกำหนดชำระเกินกว่า6 เดือน ก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ภายใน 7 ปีนับแต่วันที่แผนมีผลบังคับ ซึ่งเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบการชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการกับกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้สำหรับมูลหนี้ภาษีอากรที่ถึงกำหนดชำระเกินกว่า 6 เดือน ก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการเพียงจำนวน 1,540,000 บาท หรือร้อยละ 1.56 ของจำนวนหนี้คงเหลือ ดังนั้น จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการมากกว่ากรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายแผนฟื้นฟูกิจการไม่มีลักษณะที่ขัดต่อมาตรา 90/58(3) แต่ประการใด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำชี้แจงว่า การร้องคัดค้านการจัดกลุ่มเจ้าหนี้เมื่อเจ้าหนี้รายใดเห็นว่าการจัดกลุ่มเจ้าหนี้มิได้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายก็สามารถยื่นคำร้องขอต่อศาลภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รู้ถึงการจัดกลุ่มได้ตามมาตรา 90/42 ทวิวรรคสอง เจ้าหนี้กลุ่มที่ 2 เจ้าหนี้ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐบาลและองค์การของรัฐบาลจะได้รับชำระคืนเต็มจำนวนสำหรับหนี้ภาษีอากรที่เกิดขึ้นภายใน 6 เดือนก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการตามเงื่อนไขที่กำหนดในมาตรา 130(6) เมื่อเปรียบเทียบประมาณการผลตอบแทนแก่เจ้าหนี้ในแต่ละกลุ่มระหว่างกรณีที่ถูกพิพากษาให้ล้มละลายและกรณีฟื้นฟูกิจการในหน้า 82 ของแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แล้ว การที่เจ้าหนี้อ้างว่าจะได้ร
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง