คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2536
ฎีกาที่ 4883/2536
หลักกฎหมาย
การร้องขอเพิกถอนการโอนหรือการกระทำตามมาตรา 114แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 เป็นอำนาจของผู้ร้องโดยเฉพาะที่จะร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่ง เมื่อศาลมีคำสั่งเพิกถอนแล้ว ย่อมเป็นประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทุกคน และประชาชนเพื่อที่ผู้ร้องจะจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินในคดีล้มละลายต่อไป การที่ผู้ร้องขออนุญาตแก้ไขคำร้องเดิมโดยเพิ่มคำว่า "สิ่งปลูกสร้าง" ลงในส่วนคำขอท้ายคำร้องขอเพิกถอนนั้น จึงเป็นการขอแก้ไขในเรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ไม่จำต้องยื่นคำร้องขอแก้ไขก่อนวันสืบพยานและเมื่อผู้คัดค้านไม่หลงผิดในคำร้องเดิมโดยได้คัดค้านและนำสืบพยานไว้แล้ว ผู้คัดค้านย่อมไม่เสียเปรียบและไม่จำต้องส่งสำเนาคำร้องขอแก้ไขเพื่อให้คัดค้านและนำสืบอีก การที่ผู้ร้องนำสืบว่า พ.เป็นตัวแทนของลูกหนี้ซื้อที่ดินแทนลูกหนี้นั้นเป็นการนำสืบข้อเท็จจริงระหว่างกันในกรณีเป็นตัวแทนไม่ใช่นำสืบในข้อพิพาทระหว่างคู่สัญญาหรือเกี่ยวกับหนี้ตามสัญญาจะขายที่ดินโดยอาศัยสัญญาตัวแทนเป็นมูลกรณี จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) ประกอบพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 เมื่อศาลพิพากษาให้เพิกถอนการจำนองแล้ว ก็เท่ากับไม่มีการจำนองรายที่ถูกเพิกถอนอีกต่อไป คู่กรณีตามสัญญาจำนองย่อมกลับสู่ฐานะเดิมเสมือนไม่มีการจำนองกัน ไม่มีความจำเป็นที่ศาลจะต้องสั่งให้มีการชดใช้ราคาทรัพย์ในกรณีที่ไม่สามารถกลับคืนสู่ฐานะเดิมอีก
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ของลูกหนี้เด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลายเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2529 ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องว่า เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2527 ลูกหนี้ได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 46657 ถึงเลขที่ 46673 รวม 17 โฉนดพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่จังหวัดเชียงใหม่ จากบริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ เชียงใหม่ จำกัดโดยให้นายพรพงษ์ ใจยืน บุตรลูกหนี้รับโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 46657ถึงเลขที่ 46665 รวม 9 โฉนดแทน ส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 46666ถึง 46673 รวม 8 โฉนด ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ ต่อมาลูกหนี้ให้นายพรพงษ์ยกที่ดินโฉนดเลขที่ 46657 ถึงเลขที่ 46665 รวม 9โฉนดแก่นางสาวปราณีต โทผล โดยไม่มีค่าตอบแทนเพื่อหลีกเลี่ยงการบังคับคดี แล้วลูกหนี้ให้นางสาวปราณีตโอนที่ดินทั้ง 9 แปลงให้แก่นายบุญญฤทธิ์ จุลละทรัพย์ นอกจากนี้ลูกหนี้ยังยินยอมให้นายบุญญฤทธิ์รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 46666 ถึงเลขที่46673 รวม 8 โฉนด ต่อมาวันที่ 7 มีนาคม 2529 และวันที่ 16 เมษายน2529 นายบุญญฤทธิ์ได้นำที่ดินโฉนดเลขที่ 46666 ถึงเลขที่ 46673และโฉนดเลขที่ 46657 ถึงเลขที่ 46665 ตามลำดับจำนองไว้แก่ผู้คัดค้านเป็นเงิน 2,500,000 บาท และ 3,500,000 บาท ตามลำดับขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการกระทำของลูกหนี้ที่ยอมให้นายพรพงษ์ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 46657 ถึงเลขที่ 46665 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ แทน โดยเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์กลับมาเป็นของลูกหนี้และให้เพิกถอนการกระทำของลูกหนี้ที่ยอมให้นายบุญญฤทธิ์รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 46666 ถึงเลขที่ 46673 ตำบลช้างเผือกอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ แทน โดยเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์กลับมาเป็นของลูกหนี้และให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 46657 ถึงเลขที่ 46665 ระหว่างนายพรพงษ์ผู้โอนกับนางสาวปราณีตผู้รับโอน และระหว่างนางสาวปราณีตผู้รับโอนกับนายบุญญฤทธิ์ผู้รับโอนและให้เพิกถอนการจำนองที่ดินทั้ง 17โฉนดระหว่างนายบุญญฤทธิ์กับผู้คัดค้าน และให้กลับคืนสู่ฐานะเดิมหากไม่โอนให้ถือคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลแทนการแสดงเจตนาของฝ่ายผู้รับโอน และหากไม่สามารถกลับสู่ฐานะเดิมได้ให้นายพรพงษ์นางสาวปราณีต นายบุญญฤทธิ์ และผู้คัดค้านร่วมกันชดใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 9,700,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันยื่นคำร้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านไม่รู้ถึงภาระหนี้สินล้นพ้นตัวของลูกหนี้ และไม่รู้ถึงความเกี่ยวพันในเรื่องทรัพย์สินระหว่างลูกหนี้กับนายพรพงษ์ นางสาวปราณีต และนายบุญญฤทธิ์ที่จะมีต่อกันด้วย ตามสารบัญการจดทะเบียนท้ายโฉนดที่ดินทั้งสิบเจ็ดฉบับ ลูกหนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง การรับจำนองของผู้คัดค้านได้กระทำไปโดยสุจริตเปิดเผย และเสียค่าตอบแทน เป็นนิติกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับลูกหนี้ ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิจำนองของผู้คัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งเพิกถอนการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 46657 ถึงเลขที่ 46665 ตำบลช้างเผือก อำเภอเชียงใหม่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างบริษัทแลนด์แอนด์เฮาส์ (เชียงใหม่)จำกัด กับนายพรพงษ์ ใจยืน โดยให้ลูกหนี้เป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์แทน ให้เพิกถอนการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าว ระหว่างนายพรพงษ์ กับนายบุญญฤทธิ์ จุลละทรัพย์ และการจดทะเบียนจำนองระหว่างนายบุญญฤทธิ์กับผู้คัดค้านให้เพิกถอนการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 46666 ถึงเลขที่ 46673 ระหว่าง บริษัทแลนด์แอนด์เฮาส์ (เชียงใหม่) จำกัด กับนายบุญญฤทธิ์ โดยให้ลูกหนี้เป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์แทน และให้เพิกถอนการจดทะเบียนจำนองระหว่างนายบุญญฤทธิ์กับผู้คัดค้าน หากไม่สามารถโอนกลับไปเป็นของลูกหนี้ได้ ให้นายพรพงษ์ นางสาวปราณีต และนายบุญญฤทธิ์ ร่วมกันใช้ราคาจำนวน 9,700,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันยื่นคำร้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระราคาเสร็จแก่ผู้ร้อง และร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้อง สำหรับค่าทนายความผู้ร้องว่าคดีเองจึงไม่กำหนดให้ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2534 ซึ่งเป็นระยะเวลาภายหลังจากไต่สวนพยานผู้ร้องและผู้คัดค้านเสร็จสิ้นแล้ว แต่ก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี ผู้ร้องยื่นคำร้องแก้ไขคำร้องเดิมเฉพาะส่วนคำขอบังคับโดยขอเพิ่มเติมข้อความว่า พร้อมสิ่งปลูกสร้างต่อท้ายข้อความทุกแห่งที่เกี่ยวกับที่ดินโฉนดเลขที่ 46657 ถึงเลขที่ 46673 ซึ่งผู้ร้องขอเพิกถอน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่ใช่เรื่องแก้ไขเล็กน้อย ผู้ร้องยื่นเมื่อศาลทำการพิจารณาเสร็จแล้วจึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่อนุญาตให้แก้ไขคำร้องเดิมและผู้ร้องกับผู้คัดค้านอุทธรณ์คำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า อนุญาตให้ผู้ร้องแก้ไขคำร้องเดิมตามคำร้องขอแก้ไข
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง