คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2545
ฎีกาที่ 4903/2545
หลักกฎหมาย
ในบันทึกถ้อยคำอันเป็นข้อตกลงภารจำยอมบางส่วนต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ซึ่งกำหนดให้ทางเดินในที่ดินของจำเลยทั้งสองและที่ดินที่จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรวม กับที่ดินของโจทก์และที่ดินของ อ. ต่างตกเป็นภารจำยอมแก่กันและกันได้มีข้อความระบุว่า "โดยตกเป็นภารจำยอมเรื่องทางเดินบางส่วน" แต่บันทึกทำกันที่สำนักงานที่ดินมีข้อความชัดเจนว่า "ผู้มีกรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งจดทะเบียนภารจำยอมไว้ระบุให้มีและใช้ถนนทางเท้าและทางรถยนต์ต่างฝ่ายต่างยังให้สิทธิซึ่งกันและกัน ในการปักเสาไฟฟ้าวางท่อประปา และเกี่ยวกับกิจการสาธารณูปโภคอื่น" แม้ตามบันทึกถ้อยคำจะระบุว่าเป็นภารจำยอมเรื่องทางเดินบางส่วนก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นภารจำยอมเฉพาะทางเดินเท้าแต่เพียงอย่างเดียว เพราะเจตนารมณ์ของการใช้ทางภารจำยอมที่ปรากฏอยู่ในบันทึกทำกันที่สำนักงานที่ดินว่าเป็นการมีและใช้ถนน ทางเท้า และทางรถยนต์ รวมทั้งการปักเสาไฟฟ้า วางท่อประปา และกิจการสาธารณูปโภคอื่นด้วย แม้จำเลยทั้งสองไม่ได้ลงลายมือชื่อในเอกสารดังกล่าวก็ไม่ทำให้มีน้ำหนักลดลง เพราะเป็นเพียงเอกสารประกอบที่อธิบายขยายคำว่า ภารจำยอมเรื่องทางเดินบางส่วนให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าไม่ได้หมายความเฉพาะทางเดินเท้าเท่านั้น โจทก์จึงมีสิทธิใช้ทางภารจำยอมเป็นทางรถ ปักเสาไฟฟ้า ฯลฯโดยไม่จำกัดการใช้เฉพาะทางเดินเท้าอย่างเดียวได้ เมื่อโจทก์มีสิทธิใช้ทางภารจำยอม จำเลยทั้งสองนำเสาคอนกรีตไปปักไว้และทำคานบนเสาเพื่อขัดขวางไม่ให้โจทก์ใช้ทางภารจำยอม จึงเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 3314 และ 18616 จำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 18617 และ 18620 และจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรวมในที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 18618 และ 18619 ที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 18616 ของโจทก์ที่ดินของจำเลยทั้งสอง และที่ดินของจำเลยที่ 2 กับพวกดังกล่าวต่างตกเป็นภารจำยอมแก่กันและกันโดยได้มีการจดทะเบียนภารจำยอมเรื่องทางเดินกว้าง 1.44 เมตร ยาวตลอดเนื้อที่ และตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดิน โฉนดที่ดินเลขที่ 3314 ของโจทก์ด้วย รวมทั้งมีข้อตกลงให้ใช้เป็นทางรถและใช้ในกิจการสาธารณูปโภค เมื่อประมาณเดือนมกราคม2538 จำเลยทั้งสองร่วมกันปักเสาคอนกรีต 4 ต้น ในทางภารจำยอมและทำคานบนเสาห้ามรถยนต์ของโจทก์เข้าออก ติดป้ายห้ามรถบรรทุกเข้าออก ห้ามปักเสา ไฟฟ้า โทรศัพท์วางสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ ท่อประปา และท่อระบายน้ำ และปักเสา ทำรั้วรุกล้ำเข้าไปในที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 18616 ด้านทิศใต้ซึ่งติดกับที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 18617 ของจำเลยทั้งสองลึก 20 เซนติเมตร ยาวตลอดเนื้อที่ ทำให้โจทก์เสียหายไม่สามารถก่อสร้างรั้วรอบที่ดินของโจทก์ ไม่สามารถนำรถเข้าออกผ่านทางภารจำยอม และไม่สามารถนำวัสดุก่อสร้างเข้าไปในที่ดินของโจทก์เพื่อทำการก่อสร้าง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อถอนรั้วออกจากที่ดินของโจทก์ รื้อถอนเสาคอนกรีต 4 ต้นและสิ่งกีดขวางออกจากทางภารจำยอม ห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารขัดขวางการใช้ทางภารจำยอม และให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงินวันละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะรื้อถอนสิ่งกีดขวางออกจากทางภารจำยอมและรื้อถอนรั้วออกจากที่ดินของโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า การนำรถยนต์มาใช้ในทางภารจำยอมและทำสิ่งสาธารณูปโภคในทางภารจำยอมเป็นการเพิ่มภาระแก่ทางภารจำยอมที่ได้จดทะเบียนไว้ ทำให้จำเลยทั้งสองเสียหาย จำเลยทั้งสองทำไม้กั้นเหนือทางภารจำยอมติดป้ายแสดงสิทธิของจำเลยทั้งสองและทำรั้วกั้นแนวเขตที่ดินของจำเลยทั้งสองเพื่อป้องกันสิทธิของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองไม่ได้รุกล้ำที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 18616 จึงฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ไปจดทะเบียนยกเลิกภารจำยอมในที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 18617,18618, 18619 และ 18620 ตำบลบางบำหรุ อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ที่ได้จดทะเบียนให้บางส่วนของที่ดินเป็นภารยทรัพย์แก่ที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 3314 และ18616 หากโจทก์ไม่กระทำตามหรือหากสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้ก็ให้ถือเอาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนให้โจทก์ใช้ค่าเสียหาย 3,000บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยทั้งสอง และใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยทั้งสองเดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์และบริวารจะหยุดใช้ทางภารจำยอม โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งจำเลยทั้งสองว่า การใช้ทางภารจำยอมของโจทก์ไม่เป็นการละเมิดและไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยทั้งสอง ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนรั้วส่วนที่รุกล้ำที่ดินของโจทก์ โฉนดที่ดินเลขที่ 18616 ตำบลบางบำหรุ อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร โดยให้ถือแนวเขตตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.29 คำขออื่นของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก และยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนเสาคอนกรีต 4 ต้น และสิ่งกีดขวางออกจากทางภารจำยอม ห้ามจำเลยทั้งสองขัดขวางการใช้ทางภารจำยอมนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์มีสิทธิใช้ทางภารจำยอมเป็นทางรถยนต์ ปักเสาไฟฟ้า วางท่อประปา ท่อระบายน้ำ และกิจการสาธารณูปโภคอื่น ๆ หรือไม่นั้น เห็นว่า ในบันทึกถ้อยคำอันเป็นข้อตกลงภารจำยอมบางส่วนต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2526 ซึ่งกำหนดให้ทางเดินในที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 18617และ 18620 ของจำเลยทั้งสองและที่ดินที่จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 18618 และ 18619 กับที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 18616 ของโจทก์ และที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 1003 ของนายอาจินต์ คุณวโรตม์ ต่างตกเป็นภารจำยอมแก่กันและกัน และตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 3314 ของโจทก์ได้มีข้อความระบุว่า "โดยตกเป็นภารจำยอมเรื่องทางเดินบางส่วน" กว้างประมาณ 1.44 เมตร ยาวตลอดเนื้อที่ของแต่ละแปลงตามแผนที่เอกสารหมาย จ.7 และ ล.1 กับบันทึกถ้อยคำเอกสารหมาย จ.4 แผ่นที่ 3 จ.5 แผ่นที่ 2 จ.12 แผ่นที่ 7, 9, 11 และ 13 และ จ.13 ถึง จ.23 แต่บันทึกทำกันที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางกอกน้อย ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2526 มีข้อความชัดเจนว่า "ผู้มีกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 18618, 18619, 18620,1003, 3314, 18616 และ 18617 ซึ่งจดทะเบียนภารจำยอมไว้เมื่อวันที่ 13
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง