คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2548
ฎีกาที่ 4904/2548
หลักกฎหมาย
ผู้ตายและผู้เสียหายทั้งสามถูกกักขังและถูกทำร้ายร่างกายในลักษณะการทรมานอยู่ในห้องพักที่เกิดเหตุเป็นระยะเวลาประมาณ 3 เดือน โดยไม่มีหนทางหลบเลี่ยงให้พ้นจากการถูกทรมานหรือขอความช่วยเหลือจากผู้ใดได้เห็นได้ว่าผู้เสียหายทั้งสามและผู้ตายต้องตกอยู่ในสภาพถูกบีบคั้นทารุณทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรงติดต่อกันเป็นเวลานาน การที่ผู้ตายตัดสินใจกระโดดจากห้องพักเพื่อฆ่าตัวตายนั้นอาจเป็นเพราะผู้ตายมีสภาพจิตใจที่เปราะบางกว่าผู้เสียหายอื่น และไม่อาจทนทุกข์ทรมานได้เท่ากับผู้เสียหายอื่นจึงได้ตัดสินใจกระทำเช่นนั้นเพื่อให้พ้นจากการต้องทนทุกข์ทรมาน พฤติการณ์ฟังได้ว่าการตายของผู้ตายมีสาเหตุโดยตรงมาจากการถูกทรมานโดยทารุณโหดร้าย
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 297, 298, 309, 310 และ 313 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 11, 12 (1), 58, 62 และ 81 จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 295, 297, 298, 309 วรรคหนึ่ง, 310 วรรคหนึ่งและวรรคสอง, 313 (2) (3) วรรคสองและวรรคสาม พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 11, 12 (1), 58, 62 วรรคหนึ่ง, 81 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แต่ความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้รับอันตรายแก่กายฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัสโดยกระทำทรมานหรือทารุณโหดร้ายและฐานเอาตัวบุคคลไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่จนเป็นเหตุให้บุคคลดังกล่าวได้รับอันตรายสาหัสและถึงแก่ความตาย เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันเอาตัวบุคคลไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่จนเป็นเหตุให้บุคคลดังกล่าวถึงแก่ความตายตามมาตรา 313 วรรคสาม อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 โดยลงโทษประหารชีวิตฐานเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 4 เดือน ฐานอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 4 เดือน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในความผิดฐานเข้ามาในราชอาณาจักรและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 2 เดือน รวมเป็นจำคุกคนละ 4 เดือน และคำรับสารภาพชั้นจับกุมกับชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสองในความผิดฐานเอาตัวบุคคลไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่จนเป็นเหตุให้บุคคลดังกล่าวถึงแก่ความตาย เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (1) คงจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต และเมื่อศาลลงโทษจำเลยทั้งสองถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิตแล้วจึงไม่ต้องนำโทษจำคุก 4 เดือน ในความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองมารวมเข้าอีก คงให้จำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิตสถานเดียว (ที่ถูก เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงให้จำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิตสถานเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3)) จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองเป็นคนต่างด้าวสัญชาติจีน ได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต และระหว่างปลายเดือนมิถุนายน 2541 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2541 นางเจ้า ไป่ หลิง กับจำเลยที่ 1 และพวกได้ร่วมกันนำตัวผู้เสียหายทั้งสามและผู้ตายมากักขังไว้ที่ห้องพักเลขที่ 40/46 ชั้น 13 อาคารเลอพรีเมียร์ 2 ซอยสุขุมวิท 59 แขวงคลองตัน เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร และร่วมกันขู่เข็ญผู้เสียหายทั้งสามกับผู้ตายให้โทรศัพท์แจ้งบิดามารดาหรือญาติพี่น้องในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนส่งเงินมาให้แก่นางเจ้า ไป่ หลิง กับพวก เมื่อไม่ได้รับเงิน นางเจ้า ไป่ หลิง และจำเลยที่ 1 กับพวกก็ได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายทั้งสามและผู้ตายติดต่อกันตลอดมาจนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 1 ได้รับอันตรายแก่กาย ผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 กับผู้ตายได้รับอันตรายสาหัสและเป็นเหตุให้ผู้ตายทนถูกกักขังและทนถูกทำร้ายทรมานต่อไปไม่ไหวจึงกระโดดจากห้องพักดังกล่าวตกลงที่พื้นดินถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2541 เวลาประมาณ 9 นาฬิกา หลังเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสองได้และยึดได้ขาเก้าอี้ไม้ 1 อัน ขาเก้าอี้ไม้พันด้วยผ้า 1 อัน กุญแจมือ 1 คู่ จากห้องพักที่เกิดเหตุเป็นของกลาง... ปัญญาที่ต้องวินิจฉัยข้อต่อไปตามฎีกาของจำเลยที่ 2 มีว่า จำเลยที่ 2 ได้ร่วมกระทำความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและรับอันตรายสาหัสโดยกระทำทรมานหรือทารุณโหดร้ายและฐานเอาตัวบุคคลไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ จนเป็นเหตุให้บุคคลดังกล่าวได้รับอันตรายสาหัสและถึงแก่ความตายตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาหรือไม่ โดยจำเลยที่ 2 ฎีกาว่า แม้จำเลยที่ 2 จะพักอาศัยอยู่กับจำเลยที่ 1 และผู้เสียหายทั้งสามกับผู้ตาย แต่จำเลยที่ 2 มิได้เป็นต้นเหตุที่ทำให้ผู้ตายกระโดดจากห้องพักตกลงถึงพื้นจนถึงแก่ความตายเพราะผู้เสียหายคนอื่น ๆ ซึ่งอยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกันแต่กลับมิได้คิดฆ่าตัวตายเช่นเดียวกับผู้ตาย จึงยังไม่เป็นที่ยุติว่าผู้ตายกระโดดจากห้องพักเพื่อฆ่าตัวตายเนื่องจากสาเหตุการถูกทรมานแต่น่าจะเกิดจากสาเหตุอื่นมากกว่า จึงฟังไม่ได้ว่าการตายของผู้ตายเกิดจากการถูกทรมานจากจำเลยที่ 2 นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้ตายและผู้เสียหายทั้งสามถูกกักขังและถูกทำร้ายร่างกายในลักษณะการทรมานอยู่ในห้องพัก
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง