คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2568
ฎีกาที่ 4943/2568
หลักกฎหมาย
จำเลยปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และปลอมแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี กับปลอมรายการจดทะเบียนรถยนต์ แล้วนำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอมและแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีปลอมที่ทำขึ้นไปติดไว้กับรถยนต์ 2 คัน โดยเก็บรายการจดทะเบียนรถยนต์ปลอมไว้ในรถยนต์ทั้ง 2 คันดังกล่าว เพื่อแสดงต่อบุคคลทั่วไปที่พบเห็น ตามพฤติการณ์เป็นเรื่องที่จำเลยกระทำต่อรถยนต์ 2 คัน รวมถึงแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอม แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปีปลอม และรายการจดทะเบียนรถยนต์ปลอมที่ใช้กับรถยนต์แต่ละคันก็เป็นคนละชุดกัน การกระทำของจำเลยย่อมมีเจตนาและความมุ่งหมายเพื่อนำไปใช้กับรถยนต์แต่ละคันแยกต่างหากจากกัน จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 264, 265, 268, ริบของกลาง นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1596/2565 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม จำเลยปลอมเอกสารนั้นเองให้ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมแต่กระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง รวม 6 กระทง จำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 12 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 6 กระทง เป็นจำคุก 6 ปี ริบของกลาง และนับโทษจำเลยต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1596/2565 ของศาลชั้นต้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว รวม 2 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ตามฟ้องโจทก์ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2565 เวลากลางวัน จำเลยปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์หมายเลขทะเบียน ยง xxxx เชียงใหม่ และปลอมแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี 2566 ของรถยนต์หมายเลขทะเบียน ยง xxxx เชียงใหม่ กับปลอมรายการจดทะเบียนรถยนต์หมายเลขทะเบียน ยง xxxx เชียงใหม่ แล้วนำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอมและแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ปลอมดังกล่าวไปติดไว้กับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 2 ฒร xxx กรุงเทพมหานคร ส่วนรายการจดทะเบียนรถยนต์ปลอมนำไปเก็บไว้ในรถยนต์หมายเลขทะเบียน 2 ฒร xxx กรุงเทพมหานคร และจำเลยปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์หมายเลขทะเบียน 8 กฮ xxxx กรุงเทพมหานคร และปลอมแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี 2566 ของรถยนต์หมายเลขทะเบียน 8 กฮ xxxx กรุงเทพมหานคร กับปลอมรายการจดทะเบียนรถยนต์หมายเลขทะเบียน 8 กฮ xxxx กรุงเทพมหานคร แล้วนำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอมและแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ปลอมดังกล่าวไปติดไว้กับรถยนต์หมายเลขทะเบียน กจ xxxx ยโสธร ส่วนรายการจดทะเบียนรถยนต์ปลอมนำไปเก็บไว้ในรถยนต์หมายเลขทะเบียน กจ xxxx ยโสธร เพื่อแสดงต่อบุคคลทั่วไปที่พบเห็น ตามพฤติการณ์แห่งคดีแสดงให้เห็นว่า จำเลยกระทำต่อรถยนต์หมายเลขทะเบียน 2 ฒร xxx กรุงเทพมหานคร และรถยนต์หมายเลขทะเบียน กจ xxxx ยโสธร แต่ละคันแยกต่างหากจากกัน โดยแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอม แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ปลอม และรายการจดทะเบียนรถยนต์ปลอมของรถยนต์แต่ละคัน ก็เป็นแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ และรายการจดทะเบียนรถยนต์คนละชุดกัน การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการกระทำโดยมีเจตนาและความมุ่งหมายเพื่อนำไปใช้กับรถยนต์แต่ละคันแยกต่างหากจากกัน จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ไม่ใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทดังที่จำเลยกล่าวอ้างมาในฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง