คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2560
ฎีกาที่ 4977/2560
หลักกฎหมาย
จำเลยที่ 2 ให้ข้อมูลต่อเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจนได้มีการสืบสวนขยายผลจนไปพบ ซ. ที่นำเมทแอมเฟตามีนมาส่ง แม้จับกุมตัว ซ. ผู้นำเมทแอมเฟตามีนมาส่งไม่ได้ แต่ก็นำไปสู่การยึดเมทแอมเฟตามีนได้ถึง 5,800 เม็ดเศษ มากกว่าของกลางในคดีนี้ และเจ้าพนักงานตำรวจก็ได้มีโอกาสเห็นตัว ซ. อีกทั้งยังได้บันทึกรูปพรรณสัณฐานของ ซ. ไว้แล้วอันเป็นประโยชน์ในการสืบสวนติดตามจับกุมในโอกาสต่อไป ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 58, 83 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางและบวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2658/2555 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ จำเลยที่ 1 ในการรับสารภาพ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม, 102 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกจำเลยทั้งสามคนละตลอดชีวิตและปรับคนละ 1,200,000 บาท ลดโทษให้จำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 ลดโทษให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 25 ปี และปรับ 600,000 บาท บวกโทษจำคุก 12 เดือน ที่รอการลงโทษจำคุกไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2658/2555 ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษของจำเลยที่ 1 เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 25 ปี 12 เดือน และปรับ 600,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 33 ปี 4 เดือน และปรับคนละ 800,000 บาท หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับเกินหนึ่งปีแต่ไม่เกินสองปี ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า ปรับจำเลยทั้งสามคนละ 1,000,000 บาท ลดโทษให้จำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่ง คงปรับ 500,000 บาท ลดโทษให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละหนึ่งในสาม เป็นปรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 666,666.66 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ชั้นนี้มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อตำรวจ ซึ่งศาลจะลงโทษจำเลยที่ 2 น้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นก็ได้ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 หรือไม่ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยที่ 2 เพิ่งยกขึ้นว่ากล่าวโดยแจ้งชัดในชั้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจวินิจฉัย สำหรับปัญหาดังกล่าว ตามทางนำสืบของโจทก์ได้ความตามคำเบิกความของพันตำรวจโท มงคล เจ้าพนักงานตำรวจผู้ร่วมจับกุมจำเลยว่า ชั้นจับกุมจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ โดยให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมว่าจำเลยที่ 2 เป็นคนติดต่อซื้อเมทแอมเฟตามีนมาจากนายเซี้ยง คนลาว และจำเลยที่ 2 ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในขบวนการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษโดยระบุบุคคลที่เกี่ยวข้องและหมายเลขโทรศัพท์ไว้ตามแผนผังแสดงเครือข่ายยาเสพติดของจำเลยที่ 2 หลังจากนั้นได้ทำการขยายผลเพื่อที่จะจับกุมนายเซี้ยงตามที่จำเลยที่ 2 ให้ข้อมูล ซึ่งต่อมาได้ติดตามไปที่อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย และตรวจยึดเมทแอมเฟตามีนได้ 3 มัด จำนวน 5,800 เม็ดเศษ แต่นายเซี้ยงสามารถวิ่งหลบหนีเข้าป่า ไม่สามารถจับกุมได้ และมีดาบตำรวจสุนทรเจ้าพนักงานตำรวจผู้ร่วมจับกุมอีกคนหนึ่งเบิกความว่า หลังจับกุมจำเลยที่ 2 ต่อมาวันที่ 2 มิถุนายน 2556 พยานพร้อมชุดจับกุมเดินทางไปที่อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย พร้อมกับจำเลยที่ 2 ไปตรงจุดที่จำเลยที่ 2 ได้นัดหมายกับนายเซี้ยงให้นำเมทแอมเฟตามีนมาส่งมอบ แล้วมีชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาและนำเมทแอมเฟตามีนมาส่งตรงรถของเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุม ร้อยตำรวจเอกจารุพัฒน์ ซึ่งอยู่ตรงตำแหน่งคนขับได้คว้าตัวชายคนดังกล่าวไว้ แต่ไม่สามารถคว้าตัวไว้ได้ จากนั้นพยานได้ติดตามไปเพื่อคว้าตัวชายดังกล่าว จนพยานกับชายคนนั้นล้มลงและชายคนนั้นวิ่งหนีไปได้ จากการตรวจบริเวณดังกล่าวพบเมทแอมเฟตามีนประมาณ 6,000 เม็ด ชุดจับกุมได้จัดทำบันทึกการตรวจยึดไว้ตามบันทึกการตรวจยึด โดยบันทึกดังกล่าวระบุว่าชายที่นำเมทแอมเฟตามีนมาส่งคือนายเซี้ยงและได้บันทึกถึงรูปพรรณสัณฐานของนายเซี้ยงไว้ด้วย ซึ่งเรื่องที่จำเลยที่ 2 ได้ให้ข้อมูลต่อเจ้าพนักงานตำรวจและเจ้าพนักงานตำรวจสืบสวนขยายผลไปจับกุมนายเซี้ยง ที่อำเภอสังคม และยึดได้เมทแอมเฟตามีน 5,800 เม็ดเศษ ดังกล่าว ศาลล่างทั้งสองก็ได้รับฟังข้อเท็จจริงยุติเป็นเบื้องต้นมาตามลำดับแล้ว เห็นว่า จากการที่จำเลยที่ 2 ได้ให้ข้อมูลต่อเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจนได้มีการสืบสวนขยายผลการจับกุมจนไปพบนายเซี้ยงที่นำเมทแอมเฟตามีนมาส่งและยึดเมทแอมเฟตามีนได้อีก 5,800 เม็ดเศษนั้น แม้จับกุมตัวนายเซี้ยงผู้นำเมทแอมเฟตามีนมาส่งไม่ได้แต่ก็นำไปสู่การยึดเมทแอมเฟตามีนได้ถึง 5,800 เม็ดเศษมากกว่าของกลางในคดีนี้ แสดงว่าข้อมูลที่จำเลยที่ 2 ให้แก่เจ้าพนักงานตำรวจตามที่เจ้าพนักงานตำรวจได้แจ้งสิทธิให้จำเลยทราบนั้นเป็นความจริงไม
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง