คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2545
ฎีกาที่ 5002/2545
หลักกฎหมาย
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 65 มุ่งประสงค์จะลงโทษผู้กระทำความผิดสำเร็จตามบทมาตราที่ระบุไว้ทั้งสองวรรคไปในคราวเดียวกันกล่าวคือนอกจากผู้กระทำความผิดสำเร็จจะต้องรับโทษทั้งจำคุกหรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 65 วรรคหนึ่งแล้ว ยังจะต้องรับโทษปรับเป็นรายวันตามมาตรา 65 วรรคสองพร้อมกันไปในคราวเดียวกันด้วย การนับอายุความสำหรับความผิดตามมาตรา 65 จึงต้องใช้ระวางโทษในวรรคหนึ่งซึ่งมีโทษหนักที่สุดเป็นเกณฑ์ หาใช่นับอายุความในแต่ละวรรคแยกต่างหากจากกันไม่ ส่วนโทษปรับตามมาตรา 65 วรรคสอง คณะกรรมการเปรียบเทียบคดีจะมีอำนาจเปรียบเทียบตามมาตรา 74 หรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งไม่เกี่ยวกับการนับอายุความ เมื่อมาตรา 65 วรรคหนึ่ง มีระวางโทษขั้นสูงให้จำคุกไม่เกิน3 เดือน จึงมีอายุความฟ้องร้อง 5 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95(4) โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2543 ยังไม่พ้นกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2540ซึ่งเป็นวันที่จำเลยทั้งสามเริ่มกระทำความผิด คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ จำเลยทั้งสามเป็นผู้ครอบครองและดำเนินการดัดแปลงอาคารตามที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ได้ร่วมกันใช้และยินยอมให้บุคคลอื่นใช้อาคารดังกล่าวซึ่งเป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้ ประกอบกิจการพาณิชยกรรม โรงแรม คลังสินค้า โรงมหรสพสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โดยที่จำเลยทั้งสามยังไม่ได้รับใบรับรองการดัดแปลงอาคารดังกล่าวแล้วเสร็จจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น อันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามที่พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32 วรรคสาม บัญญัติไว้ จึงถือได้ว่าความผิดดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดของผู้ดำเนินการดัดแปลงอาคารดังกล่าว ซึ่งต้องระวางโทษหนักขึ้นเป็นสองเท่าของโทษที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้นตามมาตรา 69 จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 มาตรา 32 วรรคสาม ประกอบมาตรา 65,69 และ 70 และโจทก์ได้มีคำขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามบทมาตราดังกล่าวมาโดยครบถ้วนแล้ว จึงเป็นอำนาจของศาลที่จะต้องปรับบทลงโทษและกำหนดโทษจำเลยทั้งสามตามมาตรา 65 ทั้งวรรคหนึ่งและวรรคสอง ดังนั้น การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาและกำหนดโทษจำเลยทั้งสามตามมาตรา 65 วรรคหนึ่ง แต่มิได้พิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยทั้งสามตามมาตรา 65วรรคหนึ่งมาด้วย จึงเป็นการไม่ชอบ
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 95พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 32พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 65พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 69พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 70พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 72
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชน จำกัดโดยมีจำเลยที่ 2 และนายปิยะพงศ์ อาจมังกร เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของผู้ครอบครองตึก 29 ชั้น อาคารมาบุญครองเซ็นเตอร์ พื้นที่ในอาคาร244,077.00 ตารางเมตร พื้นที่นอกอาคาร 8,423.00 ตารางเมตร ซึ่งเป็นอาคารสำหรับใช้เป็นอาคารสำนักงาน โรงแรม โรงมหรสพ ห้างสรรพสินค้า ที่จอดรถยนต์และเพื่อกิจการพาณิชยกรรมอื่น ๆ อันเป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้ตามกฎหมายโดยได้รับอนุญาตให้ดัดแปลงอาคารดังกล่าวทั้งหลัง เพื่อใช้เป็นพาณิชยกรรม สำนักงาน โรงแรม ที่จอดรถยนต์ จากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานท้องถิ่น ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน2540 ถึงวันที่ 9 มิถุนายน 2541 และได้รับใบรับรองการดัดแปลงอาคารจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2541 จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันเป็นผู้ครอบครอง ดำเนินการดัดแปลงและควบคุมการใช้อาคารดังกล่าวในขณะเกิดเหตุคดีนี้เมื่อระหว่างวันที่ 9มิถุนายน 2540 เวลากลางวัน ถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2541 เวลากลางวันต่อเนื่องกันรวม154 วัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นอนุญาตให้จำเลยทั้งสามดัดแปลงอาคารมาบุญครองเซ็นเตอร์ดังกล่าว แต่ยังไม่ได้รับใบรับรองการดัดแปลงอาคารดังกล่าวเสร็จแล้วจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันใช้และยินยอมให้บุคคลอื่นจำนวนหลายราย ซึ่งแบ่งพื้นที่ของอาคารดังกล่าวจากจำเลยทั้งสามประกอบกิจการพาณิชยกรรม โรงแรม คลังสินค้า โรงมหรสพ สำนักงาน ห้างสรรพสินค้า ใช้พื้นที่ของอาคารดังกล่าวประกอบกิจการของจำเลยทั้งสามและของบุคคลอื่นจำนวนหลายรายดังกล่าวตามบัญชีผู้เช่าอาคารท้ายฟ้องซึ่งเป็นตัวอย่างบางส่วน ทั้งนี้การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสามเป็นการกระทำของผู้ดำเนินการและเป็นการกระทำเกี่ยวกับอาคารเพื่อพาณิชยกรรม และในทางการค้าเพื่อให้เช่า ให้เช่าซื้อ ขาย หรือจำหน่ายโดยมีค่าตอบแทนอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เหตุเกิดที่แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 32, 65, 69, 70, 72ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และปรับจำเลยทั้งสามเป็นรายวันตลอดระยะเวลาที่ฝ่าฝืนเป็นเวลารวม 254 วัน จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32, 65 วรรคสอง, 69, 70 และ 72 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 6 เดือน และปรับจำเลยทั้งสามคนละ10,000 บาท กับให้ปรับจำเลยทั้งสามอีกคนละวันละ 10,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 9มิถุนายน 2540 ถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2541 รวม 254 วัน เป็นเงินคนละ 2,540,000บาท รวมปรับจำเลยทั้งสามคนละ 2,540,000 บาท จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 2 กับที่ 3 คนละ 3 เดือน และปรับจำเลยทั้งสามคนละ 1,275,000 บาท โทษจำคุกสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีคงมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสามในประการแรกว่า ความผิดของจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 มาตรา 65 วรรคสอง ขาดอายุความแล้วหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 65 ที่แก้ไขใหม่ได้บัญญัติไว้ ดังนี้ มาตรา 65 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 31 มาตรา 32มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 52 วรรคหก มาตรา 57 หรือมาตรา 60 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากที่ระวางโทษตามวรรคหนึ่งแล้ว ผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 21มาตรา 31 มาตรา 32 มาตรา 34 หรือมาตรา 57 ยังต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง" ตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงเห็นได้ว่า กฎหมายมุ่งประสงค์จะลงโทษผู้กระทำความผิดสำเร็จตามบทมาตราที่ระบุไว้ทั้งสองวรรคไปในคราวเดียวกันกล่าวคือ นอกจากผู้กระทำความผิดสำเร็จจะต้องรับโทษทั้งจำคุกหรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 65วรรคหนึ่ง แล้ว ยังต้องรับโทษปรับเป็นรายวันตามมาตรา 65 วรรคสอง พร้อมกันไปคราวเดียวกันด้วย การพิจารณานับอายุความสำหรับความผิดตามมาตรา 65 นี้ จึงต้องใช้ระวางโทษในวรรคหนึ่งซึ่งมีโทษหนักที่สุดเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา หาใช่นับอายุความในแต่ละวรรคแยกต่างหากจากกันตามที่จำเลยทั้งสามเข้าใจไม่ ส่วนโทษปรับตามมาตรา 65วรรคสองนี้ คณะกรรมการ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง