คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2539
ฎีกาที่ 5007/2539
หลักกฎหมาย
ตามคำฟ้องโจทก์และคำให้การจำเลยคดีมีประเด็นว่าจำเลยได้ปฏิบัติผิดสัญญาซื้อขายและมีหน้าที่จะต้องชำระค่าซื้อเครื่องจักรพร้อมอุปกรณ์การผลิตซอสน้ำจิ้มไก่และชำระค่าซอสน้ำจิ้มไก่ที่สั่งซื้อจากโจทก์ให้แก่โจทก์หรือไม่เพียงใด การที่จำเลยฟ้องแย้งว่า โจทก์และ ต. ได้ร่วมทุนกับ ค.ในบริษัทจำเลยแล้วโจทก์ลักลอบน้ำเอาซอสน้ำจิ้มไก่ไปขายให้แก่บริษัท ข. ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายและโจทก์กับคนของโจทก์ที่เป็นกรรมการของจำเลยได้สั่งให้พนักงานของจำเลยจ่ายเงินให้โจทก์โดยไม่ชอบ รวมทั้งโจทก์และคนของโจทก์ได้เบิกเงินทดรองจ่ายโดยไม่เป็นความจริงทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ขอให้โจทก์ชำระค่าเสียหายให้จำเลย เป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ว่าโจทก์ผิดสัญญาร่วมลงทุนและละเมิดและเรียกค่าเสียหายจากโจทก์อันเกิดจากมูลละเมิด ซึ่งเป็นเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 วรรคสาม
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2532 บริษัทวาโก ฟู้ดส์จำกัด บริษัทโตเกียว คิวโฮ จำกัด และโจทก์ได้ตกลงร่วมลงทุนในบริษัทจำเลย ในการผลิตไก่ย่างเพื่อจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นในการนี้โจทก์จะต้องรับผิดชอบในด้านการผลิตและขายน้ำจิ้มไก่ให้แก่จำเลย และบริษัทวาโก ฟู้ดส์ จำกัด กับโจทก์ได้ซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ในการผลิตน้ำจิ้มไก่ เป็นเงิน 8,000,000เยน และได้ส่งเครื่องจักรและอุปกรณ์ดังกล่าวมายังโรงงานจำเลยแล้ว ตั้งแต่ปี 2532 โจทก์ได้จัดส่งน้ำจิ้มไก่ให้แก่จำเลยตามที่ได้ตกลงกัน โดยในเดือนสิงหาคมและเดือนกันยายน 2535จำเลยได้สั่งซื้อน้ำจิ้มไก่จากโจทก์และโจทก์ได้ส่งมอบน้ำจิ้มไก่ให้แก่จำเลยเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 2,334,843 บาท และ 2,508,744 บาทตามลำดับรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 4,843,587 บาท จำเลยไม่ได้ชำระเงินให้แก่โจทก์ตามที่ตกลงกัน ต่อมาในเดือนมกราคม 2537 โจทก์และจำเลยได้ประชุมกันหารือเพื่อหาข้อยุติในประเด็นพิพาทที่ยังตกลงกันไม่ได้โดยโจทก์และจำเลยตกลงกันว่าจำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์ เป็นเงิน 4,843,587 บาท เป็นค่าน้ำจิ้มไก่นอกจากนี้จำเลยตกลงที่จะรับซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์จากโจทก์เป็นเงิน 5,000,000 เยน โจทก์ได้ทวงถามจำเลยหลายครั้งแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าน้ำจิ้มไก่จำนวน 4,843,587 บาท และชำระค่าเสียเครื่องจักรและอุปกรณ์จำนวน 5,000,000 เยน หรือเท่ากับเงินไทยจำนวน 1,250,000 บาทรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,093,587 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีจนกว่าจะชำระหนี้ให้แก่โจทก์เสร็จสิ้น จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า บริษัทโจทก์ และโตเกียว คิว โฮ คาบูชิคิ ไคฉะ ได้ตกลงร่วมลงทุนกับคาบูชิคิ ไคฉะ วาโก ฟูซี ในบริษัทจำเลยโดยลงทุนบริษัทละหนึ่งล้านบาท ทั้งนี้โดยบริษัททั้งสามจะเป็นผู้จัดการจำหน่ายสินค้าไก่ย่าง และสินค้าอื่น ๆ ที่จำเลยจะผลิตขึ้น และส่งไปจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นโดยจะไม่ทำการต่อสู้กันในทางการค้าในระหว่างกัน สำหรับด้านการบริหารนั้น คาบูชิคิ ไคฉะ วาโ ฟูซีจะส่งคนมาดูแลรับผิดชอบในการบริหารทั่วไปและการผลิตไก่ย่างด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง ส่วนโจทก์ก็ต้องให้คนของโจทก์(ซึ่งจะได้เป็นกรรมการของบริษัท) คนหนึ่งเข้ามาดูแลและรับผิดชอบในการผลิตซอสปรุงรสไก่ย่างให้แก่จำเลยด้วยค่าใช้จ่ายของโจทก์เองนอกจากนี้ยังมีข้อตกลงที่จะไม่นำความรู้ที่ได้มาจากการผลิตไปเปิดเผยต่อบุคคลอื่น และข้อตกลงที่กำหนดมิให้โจทก์นำซอสปรุงรสที่ใช้ส่วนประกอบและผลิตโดยวิธีการเดียวกันไปขายให้แก่บุคคลอื่นจำเลยได้ดำเนินการปรับปรุงพัฒนาโรงงานตั้งแต่ปลายปี 2532เป็นต้นมา จนถึงเดือนพฤษภาคม 2533 จำเลยจึงได้ทำการผลิตซอสปรุงรสไก่ย่างและไก่ย่างราดซอสอย่างเต็มรูปแบบครบวงจรในเดือนพฤษภาคม 2533 นี้เอง ทั้งนี้โดยได้รับความช่วยเหลือจากคาบู ชิคิ ไคฉะ วาโก ฟูซี และโจทก์ตามที่ได้ตกลงกันต่อมาในเดือนมีนาคม 2535 จำเลยได้ตรวจสอบพบว่าโจทก์และคนของโจทก์ได้ทำการลักลอบเอาซอสปรุงรสที่ผลิตได้ในโรงงานของจำเลยไปขายแก่บุคคลอื่น จนในที่สุดโจทก์และคนของโจทก์ก็ได้หยุดการผลิตและเป็นเหตุให้จำเลยต้องปิดโรงงานของจำเลยเองต่อมาโจทก์กับจำเลยได้ทำความตกลงเพื่อเปิดโรงงานของจำเลยใหม่โดยโจทก์ตกลงที่จะชำระค่าเสียหายจำนวน 40 ล้านเยนให้แก่จำเลยโจทก์และคนของโจทก์จึงกลับเข้ามาทำงานการผลิตให้จำเลยต่อไปแต่ก็ทำการผลิตซอสปรุงรสไก่ย่างจนถึงปลายเดือนกันยายน 2535โจทก์และคนของโจทก์ก็ได้หยุดการผลิตและขนย้ายออกจากโรงงานไปทำการผลิตซอสปรุงรสให้แก่บริษัทที่ได้ซื้อซอสจากโจทก์และคนของโจทก์ จากการที่โจทก์และคนของโจทก์ได้ลักลอบเอาซอสปรุงรสไก่ย่างของจำเลยไปขายให้แก่บริษัทอื่นตั้งแต่เดือนมกราคม 2535 เป็นต้นมาจนถึงเดือนมิถุนายน 2535 ถือว่าเป็นการผิดสัญญาข้อตกลงพื้นฐานการร่วมลงทุนและบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับบริษัทจำเลยได้ก่อให้เกิดความเสียหายให้แก่คาบูชิคิ ไคฉะ โคจิมายา บริษัทลูกค้าของจำเลยเพราะต้องสูญเสียลูกค้าไปรายหนึ่ง ทำให้ต้องรับผิดความเสียหาย จำนวน 24,332,625เยน โจทก์ได้ยอมรับที่จะจัดการเรื่องการปรับค่าเสียหายจำนวนดังกล่าว แต่เนื่องจากโจทก์เพิกเฉยไม่ยอมชำระเงินค่าเสียหายจำนวนดังกล่าว โจทก์จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 24,332,625 เยน หรือเท่ากับเงินไทย จำนวน 4,866,525บาท ให้แก่จำเลย ส่วนการที่โจทก์และคนของโจทก์ได้ลักลอบเอาซอสปรุงรสที่ผลิตในโรงงานของจำเลยไปขายให้แก่บุคคลอื่นตั้งแต่เดือนมกราคม 2535 จนถึงเดือนมิถุนายน 2535 รวมเป็นเงินจำนวน 3,566,000 บาท โจทก์และคนของโจทก์ได้ใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะที่เป็นกรรมการของจำเลยสั่งให้พนักงานของจำเลยจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวคืนให้แก่โจทก์และคนของโจทก์และได้มีการจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของพนักงานจำเลยจำเลยไม่เคยตกลงที่จะให้โจทก์มีสิทธิได้รับผลประโยชน์ดังกล่าวแต่ผู้เดียว การแบ่งผลกำไรและขาดทุนในระหว่างจำ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง