คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2524
ฎีกาที่ 505/2524
หลักกฎหมาย
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืน จำคุก 1 ปี และปรับ 2,000 บาท ฐานพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะ จำคุก 6 เดือนและปรับ 500 บาท ฐานยิงปืนในหมู่บ้าน ปรับ 250 บาท ฐานขัดขวางเจ้าพนักงาน จำคุก 2 เดือน และปรับ 500 บาท รวมจำคุก 1 ปี 8 เดือน และปรับ 3,250 บาทและให้รอการลงโทษจำเลยไว้ภายในกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืน จำคุก 6 เดือนฐานพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะจำคุก 3 เดือนฐานยิงปืนในหมู่บ้าน ปรับ 250 บาท ฐานขัดขวางเจ้าพนักงานจำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 10 เดือน ปรับ 250 บาทโดยไม่รอการลงโทษ เป็นความผิด 4 กระทง แต่ละกระทง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินหนึ่งปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท แม้ศาลอุทธรณ์จะแก้เป็นไม่รอการลงโทษ จำเลยก็ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2517 มาตรา 6
มาตราที่อ้างถึง
ป.วิ.อ. 219พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 7พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 8พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72ทวิป.อ. 376ป.อ. 138ป.อ. 91
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกระทงกล่าวคือ (ก) จำเลยมีอาวุธปืนลูกซองพกขนาด 12 จำนวน 1 กระบอกไม่มีเครื่องหมายทะเบียนอาวุธปืนประทับและกระสุนปืนขนาด 12จำนวน 1 นัด ไว้ในความครอบครองของจำเลยโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมาย (ข) จำเลยได้บังอาจพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวในข้อ (ก) ติดตัวไปในหมู่บ้านและในถนนอันเป็นทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและมิใช่กรณีที่ต้องมีติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ (ค) จำเลยได้บังอาจยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดจากเครื่องกระสุนปืนดังกล่าว 1 นัดในหมู่บ้านโดยใช่เหตุ (ง) จำเลยบังอาจขัดขวางไม่ยอมให้เจ้าพนักงานตรวจและยึดอาวุธปืนดังกล่าวได้เข้ายื้อแย่งอาวุธปืนและไม่ยอมให้เจ้าพนักงานจับจำเลยเป็นการขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ เจ้าพนักงานจับจำเลยได้และยึดได้อาวุธปืน 1 กระบอก ปลอกกระสุนปืน 1 นัด ซึ่งจำเลยมีไว้และใช้ในการกระทำผิดดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 3, 6, 7 และฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 376, 138, 91, 32, 33 ขอให้ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษฐานมีอาวุธปืนไม่มีเครื่องหมายทะเบียนในความครอบครองพร้อมเครื่องกระสุนปืน จำคุก 2 ปี ปรับ 4,000 บาท ฐานพาอาวุธปืนดังกล่าวไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร จำคุก 1 ปี และปรับ 1,000 บาทฐานยิงปืนโดยใช่เหตุในหมู่บ้านปรับ 500 บาท ฐานขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ จำคุก 4 เดือนและปรับ 1,000 บาท รวมจำคุก3 ปี 4 เดือน และปรับ 6,500 บาท จำเลยรับสารภาพลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง จำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับ3,250 บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ของกลางริบ โทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำคุกโดยไม่รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ข้อ 6 ให้จำคุก 1 ปี ลงโทษตาม มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ข้อ 3, 7 ให้จำคุก 6 เดือน ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 376 ให้ปรับ 500 บาท ลงโทษตามมาตรา 138 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ข้อ 4 จำคุก 2 เดือน รวมเป็นโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน และปรับ 500 บาท จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 10 เดือนปรับ 250 บาท โดยไม่รอการลงโทษนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืน จำคุก 1 ปี และปรับ 2,000 บาท ฐานพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะ จำคุก 6 เดือน และปรับ 500 บาท ฐานยิงปืนในหมู่บ้าน ปรับ 250 บาทฐานขัดขวางเจ้าพนักงานจำคุก 2 เดือน และปรับ 500 บาท รวมจำคุก1 ปี 8 เดือน และปรับ 3,250 บาท และให้รอการลงโทษจำเลยไว้ภายในกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืน จำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะ จำคุก 3 เดือน ฐานยิงปืนในหมู่บ้านปรับ 250 บาทฐานขัดขวางเจ้าพนักงานจำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 10 เดือน ปรับ 250 บาทโดยไม่รอการลงโทษ จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้เป็นความผิด 4 กระทงแต่ละกระทงศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินหนึ่งปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท แม้ศาลอุทธรณ์จะแก้เป็นไม่รอการลงโทษ จำเลยก็ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2517 มาตรา 6 ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยให้ไม่ได้ พิพากษาให้ยกฎีกาจำเลย
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง