ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2565

ฎีกาที่ 5063/2565

หลักกฎหมาย

หนี้เงินนั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 (เดิม) กำหนดให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดร้อยละ 7.5 ต่อปี แต่ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น และต่อมามีการประกาศใช้ พ.ร.ก. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2564 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 โดยมาตรา 3 และ 4 แห่งพระราชกำหนดดังกล่าวให้ยกเลิกความในมาตรา 7 และ 224 แห่ง ป.พ.พ. และให้ใช้ความใหม่แทน มีผลให้ดอกเบี้ยผิดนัดปัจจุบันปรับเปลี่ยนจากอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นร้อยละ 5 ต่อปี หรืออัตราดอกเบี้ยใหม่ที่กระทรวงการคลังปรับเปลี่ยนโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาบวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี เมื่อในคดีนี้คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้ผู้ร้องชดใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ตามคำเสนอข้อพิพาทของผู้คัดค้านโดยไม่ได้ให้เหตุผลประกอบคำวินิจฉัยไว้ ซึ่งเมื่อพิจารณากรมธรรม์ประกันภัยพิพาททั้งสองฉบับ พบว่าไม่มีการระบุอัตราดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดไว้ การที่คำชี้ขาดให้ผู้ร้องชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จึงเป็นกรณีที่ไม่มีเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมายให้ผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่าที่ ป.พ.พ. มาตรา 224 กำหนดไว้ เมื่อปัญหาเรื่องอัตราดอกเบี้ยขัดต่อกฎหมายหรือไม่ เป็นข้อกฎหมาย อันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการในส่วนนี้ย่อมเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน (คดีนี้ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเฉพาะส่วนดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี โดยให้บังคับได้เพียงในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่คำชี้ขาดไปถึงผู้ร้องเป็นต้นไปจนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้คัดค้าน อัตราดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 นั้น ถ้ากระทรวงการคลังปรับเปลี่ยนโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเมื่อใด ก็ให้ปรับเปลี่ยนไปตามนั้น แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี ตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ)

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สำนักงาน คปภ. ภาค 1 (เชียงใหม่) ข้อพิพาทหมายเลขดำที่ ชม.30/2562 หมายเลขแดงที่ ชม.61/2563 ที่ชี้ขาดให้ผู้ร้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้เสนอข้อพิพาทตามกรมธรรม์ประกันภัย 2 ฉบับ เป็นเงิน 600,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่คำวินิจฉัยชี้ขาดไปถึงผู้ร้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในชั้นอนุญาโตตุลาการให้ผู้ร้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกคำร้อง ให้ผู้ร้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้คัดค้าน โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี 3,000 บาท ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า ผู้ร้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด มีวัตุประสงค์ในการรับประกันวินาศภัยทุกประเภท ส่วนผู้คัดค้านเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายและทายาทโดยธรรมของนายพิชิต เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2557 นายพิชิตทำสัญญากู้ยืมเงินเพื่อการบริโภคจากธนาคารออมสินจำนวน 120,000 บาท โดยนายพิชิตทำสัญญาประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลไว้กับผู้ร้องเป็นกรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ 14001-799-141325822 ระบุให้ธนาคารออมสินเป็นผู้รับประโยชน์ ระยะเวลาประกันภัยเริ่มวันที่ 25 มิถุนายน 2557 สิ้นสุดวันที่ 25 มิถุนายน 2562 จำนวนเงินเอาประกันภัยกรณีผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั่วไป 300,000 บาท ตามสำเนากรมธรรม์ประกันภัยและเอกสารแนบท้าย เอกสารหมาย ร.2 แผ่นที่ 54 ถึง 83 และเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2558 นายพิชิตทำสัญญากู้ยืมเงินเพื่อการบริโภคจากธนาคารออมสินอีก 40,000 บาท โดยนายพิชิตทำสัญญาประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลไว้กับผู้ร้องเป็นกรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ 14001-799-161508756 ระบุให้ธนาคารออมสินเป็นผู้รับประโยชน์ ระยะเวลาประกันภัยเริ่มวันที่ 24 มิถุนายน 2559 สิ้นสุดวันที่ 25 มิถุนายน 2564 จำนวนเงินเอาประกันภัยกรณีผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั่วไป 300,000 บาท ตามสำเนากรมธรรม์ประกันภัยและเอกสารแนบท้ายเอกสารหมาย ร.2 แผ่นที่ 84 ถึง 99 วันที่ 5 ธันวาคม 2560 นายพิชิตเสียชีวิตจากการจมน้ำในคูเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาธนาคารออมสินมีหนังสือให้ชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินทั้งสองฉบับที่นายพิชิตทำไว้ ผู้คัดค้านเรียกร้องให้ผู้ร้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยทั้งสองฉบับ ผู้ร้องปฏิเสธโดยเห็นว่าตามเอกสารหลักฐานการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนพบแอลกอฮอล์ในน้ำในลูกตาเท่ากับ 424 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงมิได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย โดยเข้าข้อยกเว้นความสูญเสียอันเกิดจากการกระทำของผู้เอาประกันภัยขณะอยู่ภายใต้ฤทธิ์สุรา ต่อมาผู้คัดค้านชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินทั้งสองฉบับให้แก่ธนาคารออมสินเสร็จสิ้นแล้ว วันที่ 5 เมษายน 2562 ผู้คัดค้านยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สำนักงาน คปภ. ภาค 1 (เชียงใหม่) เป็นข้อพิพาทหมายเลขดำที่ ชม.30/2562 ขอให้ชี้ขาดให้ผู้ร้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยทั้งสองฉบับเป็นเงิน 600,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยของต้นเงินดังกล่าวในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ตามที่มีข้อตกลงไว้ในเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย นับแต่วันยื่นคำเสนอข้อพิพาทเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้คัดค้าน วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านว่า ตามเงื่อนไขในสัญญาประกันภัยทั้งสองฉบับไม่คุ้มครองเนื่องจากเป็นการกระทำของผู้เอาประกันภัยขณะอยู่ภายใต้ฤทธิ์สุราในเลือดตั้งแต่ 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และผู้เสนอข้อพิพาทไม่มีส่วนได้เสียเนื่องจากไม่ใช่ผู้รับประโยชน์จึงไม่มีอำนาจเสนอข้อพิพาท ขอให้ยกคำเสนอข้อพิพาท วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดเป็นข้อพิพาทหมายเลขแดงที่ ชม.61/2563 โดยวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านมีสิทธิเสนอข้อพิพาท และไม่มีเงื่อนไขที่ผู้ร้องจะปฏิเสธความรับผิด จึงชี้ขาดให้ผู้ร้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้คัดค้านตามกรมธรรม์ประกันภัย 2 ฉบับ เป็นเงิน 600,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่คำวินิจฉัยชี้ขาดไปถึงผู้ร้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในชั้นอนุญาโตตุลาการ ให้ผู้ร้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น วันที่ 13 สิงหาคม 2563 ผู้ร้องมีหนังสือขอให้พิจารณาแก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงในคำชี้ขาด โต้แย้งผลลัพธ์การคำนวณปริมาณแอลกอฮอล์ของคณะอนุญาโตตุลาการว่าผิดพลาดคลาดเคลื่อน และการให้ผู้ร้องรับผิดในดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี เป็นการอ้างตามคำสั่งนายทะเบียนที่ไม่ได้ใช้ก
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5063/2565 · ทนอย Thanoy