คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2557
ฎีกาที่ 5073/2557
หลักกฎหมาย
การออกแบบแม่พิมพ์กระเบื้องเพื่อผลิตกระเบื้องให้มีรูปร่าง ขนาด และรูปลักษณะที่แปลกใหม่แตกต่างจากกระเบื้องที่ผลิตออกจำหน่ายในประเทศไทยเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์กระเบื้องให้มีรูปร่างของผลิตภัณฑ์อันมีลักษณะพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์ซึ่งสามารถใช้เป็นแบบสำหรับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้ เข้าลักษณะเป็นแบบผลิตภัณฑ์ตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 ไม่ใช่งานสร้างสรรค์รูปทรงที่เกี่ยวกับปริมาตรที่สัมผัสและจับต้องได้ และไม่ใช่งานออกแบบอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างหรืองานออกแบบตกแต่งภายในหรือภายนอกตลอดจนบริเวณของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างหรือการสร้างสรรค์หุ่นจำลองของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอันจะถือได้ว่าเป็นงานศิลปกรรมประเภทประติมากรรมและงานสถาปัตยกรรมที่จะมีลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4 และมาตรา 6 วรรคหนึ่ง การออกแบบผลิตภัณฑ์กระเบื้องของโจทก์ที่ 1 ดังกล่าวจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ที่ 1 ได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับแบบผลิตภัณฑ์กระเบื้องดังกล่าวโดยอ้างว่าเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่ออุตสาหกรรมในประเทศไทยตาม พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 59 ประกอบมาตรา 56 และได้รับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์กระเบื้องดังกล่าว การออกแบบผลิตภัณฑ์กระเบื้องของโจทก์ที่ 1 จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางชี้สองสถานโดยกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้เพียงว่า โจทก์ทั้งสองมีลิขสิทธิ์ตามคำฟ้องหรือไม่ จำเลยทั้งสี่ละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ทั้งสองหรือไม่ และค่าเสียหายมีเพียงใดเท่านั้น มิได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาว่าจ้างผลิตแบบแม่พิมพ์กระเบื้องต่อโจทก์ทั้งสองหรือไม่ และจำเลยทั้งสี่ร่วมกันละเมิดความลับทางการค้าสำหรับสูตร วิธีการ และขั้นตอนการผลิตกระเบื้องของโจทก์ทั้งสองหรือไม่ และโจทก์ทั้งสองก็มิได้โต้แย้งคำสั่งของศาลในการกำหนดประเด็นข้อพิพาทดังกล่าว คดีจึงไม่มีประเด็นข้อพิพาทให้ต้องวินิจฉัยตามประเด็นข้อพิพาทที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมิได้กำหนดดังกล่าว เมื่อแบบแม่พิมพ์กระเบื้องของโจทก์ที่ 1 ไม่ใช่งานศิลปกรรมประเภทประติมากรรมและงานสถาปัตยกรรมอันมีลิขสิทธิ์ที่จะได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ดังที่โจทก์ที่ 1 อ้างตามคำฟ้อง โจทก์ที่ 1 จึงไม่มีลิขสิทธิ์ในแบบแม่พิมพ์กระเบื้องดังกล่าว การกระทำของจำเลยทั้งสี่ย่อมไม่อาจเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในแบบแม่พิมพ์กระเบื้องดังกล่าวได้
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 3พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 56พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 59พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 4พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 6ป.วิ.พ. 183พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 26
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินจำนวน 50,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง และห้ามจำเลยทั้งสี่ผลิตกระเบื้องที่ลอกเลียนสินค้าของโจทก์ทั้งสองออกจำหน่ายแข่งขันกับโจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยที่ 1 ส่งคืนแบบแม่พิมพ์ต้นฉบับและที่ลอกเลียนทั้งหมดที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 คืนแก่โจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสี่ชำระค่าเสียหายเป็นรายเดือนจำนวนเดือนละไม่ต่ำกว่า 5,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสี่จะหยุดผลิตและจำหน่ายสินค้ากระเบื้อง จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง พิพากษาห้ามจำเลยที่ 1 ผลิตแบบแม่พิมพ์กระเบื้องพิพาทอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ (ที่ถูก โจทก์ที่ 1) กับให้ส่งคืนแม่พิมพ์ต้นแบบและแม่พิมพ์ที่ลอกเลียนทั้งหมดที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 แก่โจทก์ที่ 1 ห้ามจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องพิพาทแข่งขันกับโจทก์ (ที่ถูก โจทก์ที่ 1) ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 500,000 บาท และให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ชำระเงินจำนวน 10,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันที่ 26 กันยายน 2549 อันเป็นวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ (ที่ถูก โจทก์ที่ 1) กับให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นรายเดือนจำนวนเดือนละ 500,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จะหยุดผลิตและจำหน่ายกระเบื้องพิพาทอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ต่อโจทก์ (ที่ถูก โจทก์ที่ 1) กับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ (ที่ถูก โจทก์ที่ 1) โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท ยกฟ้องโจทก์ที่ 2 จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์ที่ 1 และจำเลยทั้งสี่ไม่โต้แย้งกันในชั้นอุทธรณ์รับฟังได้ว่า เมื่อปี 2526 โจทก์ที่ 1 ซื้อแบบแม่พิมพ์กระเบื้องจากบริษัทคาตายามาคอร์ปอเรชัน จำกัด ประเทศญี่ปุ่น แล้วใช้แบบแม่พิมพ์นั้นผลิตกระเบื้องออกจำหน่ายโดยใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า "KENZAI" ปี 2535 โจทก์ที่ 1 จ้างบริษัทเค.ที.ที. แมชชีนเนอรี่ จำกัด ให้ทำแบบแม่พิมพ์กระเบื้องใหม่โดยปรับปรุงจากแบบเดิม ต่อมาโจทก์ที่ 1 จ้างจำเลยที่ 1 ให้ทำแบบแม่พิมพ์กระเบื้องตามแบบใหม่ ระหว่างปี 2546 ถึงปี 2549 จำเลยที่ 4 ทำงานกับบริษัทโจทก์ที่ 1 ในตำแหน่งผู้จัดการโรงงาน ต่อมาจำเลยที่ 4 ลาออกมาทำงานกับห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 จ้างจำเลยที่ 1 ทำแบบแม่พิมพ์กระเบื้องเพื่อผลิตกระเบื้องซึ่งใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า "BEZEN" โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้จำหน่าย โจทก์ที่ 2 ไม่มีลิขสิทธิ์ในงานแบบแม่พิมพ์กระเบื้องตามฟ้อง โจทก์ที่ 2 จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นคดีนี้ โจทก์ที่ 2 ไม่อุทธรณ์ คดีสำหรับโจทก์ที่ 2 กับจำเลยทั้งสี่ย่อมเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสี่ข้อแรกว่า แบบแม่พิมพ์กระเบื้องเป็นงานศิลปกรรมประเภทประติมากรรมและงานสถาปัตยกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ที่ 1 ดังที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยหรือไม่ จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์สรุปได้ว่าแบบแม่พิมพ์กระเบื้องของโจทก์ที่ 1 ไม่ใช่งานศิลปกรรมประเภทงานประติมากรรมและงานสถาปัตยกรรม แต่เป็นการดัดแปลงหรือลอกเลียนแบบงานกระเบื้องของประเทศญี่ปุ่น จึงไม่ใช่งานอันมีลิขสิทธิ์ โจทก์ที่ 1 ไม่มีลิขสิทธิ์ในแบบแม่พิมพ์กระเบื้องนั้น ในปัญหานี้โจทก์ที่ 1 นำสืบโดยมีนางสาวนลินี กรรมการบริษัทโจทก์ทั้งสองมาเบิกความประกอบบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นกับมีนายจิตติ ช่างเปลี่ยนแม่พิมพ์กระเบื้องบริษัทโจทก์ที่ 1 นางสาวเพียงใจ พนักงานบริษัทคัฟเวอร์เอเชีย จำกัด นายกิตติ ผู้รับจ้างทำแม่พิมพ์กระเบื้องให้แก่โจทก์ที่ 1 นายกฤษฎา พนักงานฝ่ายขายบริษัทโจทก์ที่ 1 นางสาวเรืองรอง นิติกร กรมทรัพย์สินทางปัญญา และนางสาวลดา นักวิทยาศาสตร์ กรมวิทยาศาสตร์บริการ มาเบิกความเป็นพยานได้ความว่า โจทก์ที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด เดิมชื่อบริษัทพิมานซีรามิคส์ จำกัด ได้จดทะเบียนจัดตั้งตั้งแต่ปี 2526 มีนางสาวนลินีเป็นกรรมการเพียงคนเดียว ตามหนังสือรับรอง โจทก์ที่ 2 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อปี 2546 ตามหนังสือรับรอง จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบธุรกิจรับจ้างทำแบบแม่พิมพ์กระเบื้อง ตามหนังสือรับรอง จำเลยที่ 2 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 2 ก
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง