ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2562

ฎีกาที่ 5092/2562

หลักกฎหมาย

พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 เป็นกฎหมายที่กำหนดทั้งความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงินซึ่งมีโทษทางอาญาและมาตรการทางแพ่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน โดยความผิดอาญาและโทษทางอาญามุ่งบังคับแก่ตัวบุคคล ส่วนมาตรการทางแพ่งมุ่งบังคับแก่ตัวทรัพย์สินซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะป้องปรามไม่ให้มีการกระทำความผิดมูลฐานเพราะถึงอย่างไรทรัพย์สินที่ได้มาหรือเกี่ยวกับการกระทำความผิดก็ไม่เป็นของผู้กระทำความผิด ผู้เกี่ยวข้องหรือผู้ใด เพื่อตัดวงจรการกระทำความผิดมิให้นำทรัพย์สินนั้นไปใช้สนับสนุนการก่ออาชญากรรมต่อไป ดังนั้น หากปรากฏว่ามีการกระทำความผิดมูลฐาน ไม่ว่าจะจับตัวผู้กระทำความผิดได้หรือไม่ หรือผู้กระทำความผิดถูกลงโทษหรือไม่ แต่มีทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกิดขึ้น และแม้เจ้าของหรือผู้รับโอนทรัพย์ไม่ได้ร่วมกระทำความผิดและไม่ได้ถูกฟ้อง ก็ดำเนินมาตรการทางแพ่งแก่ตัวทรัพย์สินนั้นได้ ผู้คัดค้านเป็นบุตรของ ร. ซึ่งสมรสใหม่กับ ม. เมื่อฟังได้ว่า ม. ที่หลบหนีไปมีเฮโรอีน 24 หลอด ซุกซ่อนไว้ที่บ้านอันเป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จึงฟังได้ว่ามีการกระทำความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (1) แล้ว และต้องถือว่า ร. ภริยาของ ม. ซึ่งพักอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน เป็นผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับ ม. การที่ผู้คัดค้านซึ่งพักอาศัยอยู่ที่อื่นฝากเงินสดจำนวนมากไว้กับ ร. แสดงให้เห็นว่ายังคงไปมาหาสู่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับ ร. และ ม. อย่างใกล้ชิด จึงให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าทรัพย์สินที่ผู้คัดค้านเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองในคดีนี้เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือได้รับโอนมาโดยไม่สุจริตตามมาตรา 51 วรรคสาม

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของนางปารีดะกับพวก 8 รายการ รวมราคาประเมินทั้งสิ้นประมาณ 2,101,517.51 บาท พร้อมดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินที่เกิดขึ้นให้ตกเป็นของแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 51 ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนและประกาศตามกฎหมายแล้ว ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง และคืนทรัพย์สินที่ยึดแก่ผู้คัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ทรัพย์สิน 8 รายการ คือ ทรัพย์รายการที่ 1 ธนบัตรไทย 99,000 บาท ทรัพย์รายการที่ 2 ธนบัตรมาเลเซีย 36,170 ริงกิต ทรัพย์รายการที่ 3 ธนบัตรไทย 343,790 บาท ทรัพย์รายการที่ 4 ธนบัตรมาเลเซีย 100,450 ริงกิต ทรัพย์รายการที่ 5 เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีขาว หมายเลขทะเบียน ญศ 7829 กรุงเทพมหานคร จำนวน 300,000 บาท ทรัพย์รายการที่ 6 เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกูปี้ไอ สีขาวน้ำตาล หมายเลขทะเบียน ขจท นราธิวาส 576 จำนวน 12,900 บาท ทรัพย์รายการที่ 7 เงินที่ได้จากการขายทอดตลาด รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอร์เบลด สีเทา หมายเลขทะเบียน ขขน นราธิวาส 439 จำนวน 5,600 บาท และทรัพย์รายการที่ 8 เงินในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาสุไหงปาดี เลขที่บัญชี 01155277xxxx ชื่อบัญชีนางสาวเอลา จำนวน 52,101.41 บาท (ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2557) พร้อมดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินที่เกิดมีขึ้นตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนทรัพย์รายการที่ 5 คือ เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดรถยนต์ จำนวน 300,000 บาท และรายการที่ 6 คือ เงินได้จากการขายทอดตลาดรถจักรยานยนต์ จำนวน 12,900 บาท แก่ผู้คัดค้าน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ในเบื้องต้นคดีรับฟังเป็นยุติว่า ผู้คัดค้านและนายเอริส เป็นบุตรของนายมะหะมะกับนางรอฟิอะห์ ต่อมานางรอฟิอะห์สมรสใหม่กับนายมัดยาสซิน ส่วนผู้คัดค้านสมรสกับนายอัสรอแล้วแยกไปอยู่ต่างหาก นายเอริสสมรสแล้วและแยกออกไปอยู่ต่างหากเช่นกัน เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2555 เจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักของนางรอฟิอะห์ เลขที่ 251/7 เนื่องจากรับแจ้งมาว่า นางรอฟิอะห์และนายมัดยาสซินมีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดให้โทษ และจับกุมนายเอริสขณะมาพักอาศัยชั่วคราวที่บ้านของนางรอฟิอะห์ พร้อมทั้งจับกุมนายมูฮำหมัดด้วย ส่วนนายมัดยาสซินผู้ต้องหาอีกคนหนึ่งหลบหนีไป เจ้าพนักงานตำรวจแจ้งข้อหาและดำเนินคดีแก่นายเอริสและนายมูฮำหมัดในข้อหาร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย 24 หลอด และมีการออกหมายจับนายมัดยาสซิน แต่ศาลจังหวัดนราธิวาสพิพากษายกฟ้องสำหรับนายเอริสจำเลยที่ 1 โดยยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่นายเอริส ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ส่วนนายมูฮำหมัดจำเลยที่ 2 พิพากษาว่า มีความผิดฐานเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ฐานเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และฐานมีเฮโรอีน 1 หลอด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ลงโทษจำคุกและปรับ แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ส่วนข้อหาอื่นของจำเลยที่ 2 นอกจากนี้ให้ยกฟ้อง หลังจากนั้นวันที่ 30 พฤษภาคม 2555 เจ้าพนักงานตำรวจตรวจยึดได้ธนบัตรไทย ธนบัตรมาเลเซีย สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และกุญแจรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อฮอนด้า จากผู้คัดค้านขณะขับรถจักรยานยนต์ออกมาจากบ้านพักของนางรอฟิอะห์ ต่อมาวันที่ 3 เมษายน 2556 เจ้าพนักงานตำรวจ กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส เข้าตรวจค้นบ้านพักของนางปารีดะ เลขที่ 251/140 แล้วยึดทรัพย์สิน ได้แก่ ธนบัตรไทย ธนบัตรมาเลเซีย สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) สาขาสุไหงโก-ลก ของนางรอฟิอะห์ และบัตรเอทีเอ็ม 1 ใบ คณะกรรมการธุรกรรมของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมีความเห็นว่า ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าทรัพย์สินที่ยึดไว้ชั่วคราวรายนางปารีดะ กับพวกรวม 2 รายการ พร้อมดอกผล และทรัพย์ที่ยึดไว้ชั่วคราว (เพิ่มเติม) รายนางปารีดะกับพวกรวม 6 รายการ พร้อมดอกผล เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จึงมีมติให้เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินส่งเรื่องให้ผู้ร้องพิจารณา ผู้ร้องเห็นว่า ทรัพย์สินรวม 8 รายการ ของนางปารีดะกับพวก พร้อมดอกผล เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด อ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5092/2562 · ทนอย Thanoy