คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2499
ฎีกาที่ 513/2499
หลักกฎหมาย
เอาโฉนดที่ดินที่เขามอบให้ไว้เป็นประกันหนี้ไปโอนขายย่อมถือได้ว่า ทุจริตเบียดบังเอาทรัพย์ที่เขามอบหมายไว้ไปผิดความประสงค์ของผู้เป็นเจ้าของ เป็นความผิดฐานยักยอกตาม มาตรา 314 จำเลยแสดงตนว่า เป็นผู้รับมอบอำนาจให้ทำการโอนที่ดินของผู้อื่นและแจ้งแก่เจ้าพนักงานที่ดินว่า การมอบอำนาจนั้นเป็นจริงซึ่งความจริงเจ้าของที่ดินมิได้มอบอำนาจให้โอนแต่ประการใด ดังนี้ จำเลยมีความผิดฐานแจ้งความเท็จตามมาตรา 118
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องหาว่า เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2495 นางแฉล้มบุนนาค (คุณหญิงทรงสุรัชฎ์) ได้กู้เงินจากจำเลยที่ 1 ไป 15,000 บาทมอบโฉนดเลขที่ 3579 สำหรับที่ดินเนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 56 ตารางวาอยู่ตำบลยานนาวา อำเภอยานนาวา จังหวัดพระนคร ราคา 500,000 บาทให้แก่จำเลยที่ 1 เก็บรักษาไว้เพื่อเป็นประกันเงินกู้รายนี้ครั้นวันเวลาใดไม่ปรากฏ ในระหว่างวันที่ 15 ถึง 24 กรกฎาคม 2495 จำเลยทั้งสามได้สมคบกันปลอมหรือใช้ให้ผู้อื่นปลอมหนังสือมอบอำนาจขึ้น 1 ฉบับ มีใจความว่า นางแฉล้ม บุนนาค มอบอำนาจให้จำเลยที่ 3ทำการโอนขายกรรมสิทธิ์ที่ดินโแนดที่ 3579 แทนนางแฉล้มบุนนาค และปลอมลายมือชื่อนางแฉล้ม บุนนาค ลงในหนังสือมอบอำนาจในช่องผู้มอบอำนาจ โดยจำเลยทั้งสามเจตนาจะใช้เป็นหนังสืออันแท้จริงและในวันที่ 24 กรกฎาคม 2495 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสามได้บังอาจสมคบกันนำหนังสือมอบอำนาจปลอมดังกล่าวไปใช้อย่างหนังสือแท้จริงโดยแสดงแก่หม่อมหลวงประพาส มนตรีกุล เจ้าพนักงานที่ดิน และนายภักดิ์ โตสง่า เจ้าพนักงานหอทะเบียนที่ดินจังหวัดพระนครและธนบุรี ผู้มีหน้าที่สอบสวนรับเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อขอให้เจ้าพนักงานโอนขายที่ดินตามโฉนดที่ 3579 ของนางแฉล้ม บุนนาค ให้แก่จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 3 แสดงตนเป็นผู้รับมอบอำนาจทำการขายแทนตามหนังสือปลอมนั้น ทั้งนี้อาจเกิดความเสียหายแก่นางแฉล้ม บุนนาคและสาธารณชนหรือผู้อื่นได้ และในวันเวลาเดียวกันกับที่จำเลยสมคบกันนำหนังสือมอบอำนาจปลอมไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดินดังกล่าวจำเลยทั้งสามได้บังอาจสมคบกันยักยอกโฉนดที่ดินที่ 3579 ของนางแฉล้ม บุนนาค ซึ่งมอบหมายให้จำเลยที่ 1 เก็บรักษาไว้เป็นประกันเงินกู้ดังกล่าวข้างต้นไปโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดนั้นให้แก่จำเลยที่ 2โดยอาศัยหนังสือมอบอำนาจปลอมนั้น จนเจ้าพนักงานที่ดินได้จัดการโอนขายกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 3579 ของนางแฉล้ม บุนนาค ซึ่งมีราคา 500,000 บาท ให้แก่จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ต่อไปตามความประสงค์ของจำเลยทั้งสามเหตุเกิดที่ตำบลลุมพินี อำเภอปทุมวัน ตำบลพระยาไกร อำเภอยานนาวาและตำบลพระบรมมหาราชวัง อำเภอพระนคร จังหวัดพระนคร และในวันเวลาเดียวกันกับที่จำเลยใช้หนังสือมอบอำนาจปลอมแก่เจ้าพนักงานที่ดินนั้น จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ต่างได้นำเอาข้อความเท็จซึ่งจำเลยทั้งสองรู้อยู่แล้วว่า เป็นเท็จไปให้ถ้อยคำในการสอบสวนตามระเบียบของเจ้าพนักงานทะเบียนที่ดินแก่นายภักดิ์ โตสง่า และหม่อมหลวงประพาส มนตรีกุล เจ้าพนักงานทะเบียนที่ดินจังหวัดพระนครและธนบุรี ให้จดข้อความเท็จลงในบันทึกหลังหนังสือมอบอำนาจอันสามารถจะใช้เป็นพยานได้ กล่าวคือจำเลยทั้งสามให้ถ้อยคำเท็จว่าได้รับมอบอำนาจจากนางแฉล้ม บุนนาค ซึ่งประสงค์จะขายที่ดินแปลงนี้จริง และลายเซ็นในหนังสือมอบอำนาจเป็นลายเซ็นอันแท้จริงของนางแฉล้ม บุนนาค และจำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำเท็จว่าถ้อยคำของจำเลยที่ 3 ดังกล่าว เป็นความจริงทุกประการ และจำเลยที่ 2ได้ติดต่อกับนางแฉล้ม บุนนาค เจ้าของที่ดินแปลงนี้ด้วยตนเองซึ่งความจริงนางแฉล้ม บุนนาค มิได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 3 ขายที่ดินให้แก่จำเลยที่ 2 และมิได้มีความประสงค์จะขายที่ดินกับมิได้ลงชื่อในหนังสือมอบอำนาจ หากแต่เป็นหนังสือปลอมทั้งจำเลยทั้งสองมิได้เคยพบติดต่อกับนางแฉล้ม บุนนาคเลยทั้งนี้อาจเกิดความเสียหายแก่นางแฉล้ม บุนนาค และสาธารณชนหรือผู้อื่นได้ เหตุเกิดที่ตำบลพระบรมมหาราชวัง อำเภอพระนครจังหวัดพระนครวันที่ 25 สิงหาคม 2495 นางแฉล้ม บุนนาคเจ้าทรัพย์ผู้เสียหายได้ทราบการกระทำผิดของจำเลย จึงได้ร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานจัดการสอบสวนดำเนินคดีฟ้องร้องจำเลยทั้งสามจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นคนคนเดียวกันกับจำเลยในคดีอาญาเลขดำที่ 27/2497 ของศาลอาญาต้องหาว่าฉ้อโกง ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 222, 223, 227, 314, 118, 226 และขอให้นับโทษจำเลยที่ 1-2 ต่อกับโทษในคดีอาญาเลขดำที่ 27/2497 ของศาลอาญา กับบังคับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 500,000 บาทแก่นางแฉล้ม บุนนาค เจ้าทรัพย์ด้วย จำเลยให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ และว่าผู้เสียหายจะขายที่ดินโฉนดที่ 3579 และสิ่งปลูกสร้างในที่ดินนี้ มีนายหน้ามาบอกจำเลยที่ 1-2 จำเลยที่ 1ประสงค์จะซื้อเพื่อค้ากำไร ดูที่ดินกันแล้วผู้เสียหายขาย 200,000 บาทจำเลยที่ 1-2 ต่อ 120,000 บาท ไม่ตกลงกัน ผู้เสียหายขอกู้เงินจำเลยที่ 1 สองหมื่นบาท จะมอบโฉนดไว้เป็นประกัน จำเลยที่ 1 ให้กู้เงิน 15,000 บาท แล้วยึดโฉนดไว้ต่อมาจำเลยที่ 1-2 นำไปมอบให้อีก 50,000 บาท จำเลยที่ 1ตรวจสอบโฉนดที่เกษตรดูเห็นถูกต้องติดใจจะซื้อ นายหน้ามาเตือนจำเลยที่ 1-2อีก จึงไปต่อรองราคากับผู้เสียหาย ตกลงขายกันในราคา 150,000 บาท ผู้เสียหายมอบหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินนี้จากผู้ขายเดิม เมื่อ พ.ศ. 2475 ราคา6,000 บาท ให้จำเลยที่ 1เพื่อให้ผู้ที่รับซื้อต่อจากจำเลยที่ 1 เทียบดูราคาเดิม จำเลยที่ 1 วิ่งเต้นห
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง